posttoday
2 ปี ‘หมูเด้ง’ ฟีเวอร์ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเตรียมยกเสาเอก ‘Hippo Village’ อาณาจักรฮิปโประดับเวิลด์คลาส

2 ปี ‘หมูเด้ง’ ฟีเวอร์ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเตรียมยกเสาเอก ‘Hippo Village’ อาณาจักรฮิปโประดับเวิลด์คลาส

10 กรกฎาคม 2569

2 ปี ‘หมูเด้ง’ ฟีเวอร์ ถอดรหัสปรากฏการณ์ 319 ล้าน ต่อลมหายใจสวนสัตว์ไทย ปูทางสู่บ้านใหม่ ‘Hippo Village’ อาณาจักรฮิปโประดับเวิลด์คลาส

2 ปีแล้วนับตั้งแต่ "หมูเด้ง" ฮิปโปแคระตัวน้อยแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์เขย่าโลกออนไลน์ จนก้าวขึ้นเป็นทูตสันถวไมตรีที่นิตยสาร TIME ยังต้องจับตามอง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า เบื้องหลังความน่ารักและลีลา "สวบ"  ที่มัดใจคนทั้งโลกนั้น

 

ไม่เพียงสร้างรายได้ระดับประวัติศาสตร์กว่า 319 ล้านบาทซึ่งช่วยต่อลมหายใจให้สวนสัตว์ทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกโฉม "สวนสัตว์เปิดเขาเขียว" สู่โมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (IP) พร้อมปูทางสู่บ้านหลังใหม่ "Hippo Village" ที่จะยกระดับวงการอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทยไปตลอดกาล 

 

เบื้องหลังความสำเร็จที่เปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติแห่งนี้ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กของคนทั่วโลก คือวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและการบริหารจัดการของ "ณรงค์วิทย์ ชดช้อย" ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ผู้เปิดบ้านต้อนรับทีมข่าว Posttoday เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางตลอด 2 ปีของปรากฏการณ์หมูเด้ง ที่เป็นมากกว่าแค่เรื่องราวของ "ความน่ารัก" แต่คือ "อนาคต" ของทรัพยากรสัตว์ป่าไทย

 

"ณรงค์วิทย์ ชดช้อย" ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว

 

ปรากฏการณ์ 319 ล้านบาท และก้าวต่อไปสู่ "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" ระดับโลก

 

เมื่อถามถึงแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจที่หมูเด้งจุดประกายขึ้นมา  ผอ.ณรงค์วิทย์ ยิ้มรับด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนเปิดเผยตัวเลขสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

 

"ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา ตอนที่กระแสหมูเด้งดังมากๆ เรามีรายได้ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 319 ล้านบาท ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โตเกือบเท่าตัวจากปี 2567 ที่มีรายได้ประมาณ 180 กว่าล้านบาท ส่วนปีนี้แม้น้องจะโตขึ้นตามวัยแต่ตัวเลขไม่ถือว่าตก ครึ่งปี 2569 เราทำรายได้ไปแล้ว 160 ล้านบาท และคาดว่าจบปีที่ประมาณ 190-200 ล้านบาท ซึ่งก็ยังโตกว่าช่วงก่อนมีกระแสหมูเด้งอย่างชัดเจน"

 

ด้วยรายได้ที่มหาศาลก้อนนี้ ไม่เพียงช่วยให้สวนสัตว์เปิดเขาเขียวสามารถปลดหนี้สินและบริหารงานได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่เม็ดเงินเหล่านี้ยังถูกกระจายไปช่วยเหลือสวนสัตว์ในเครือข่ายทั่วประเทศทั้งสวนสัตว์ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี และสงขลา รวมถึงปลุกกระแสให้คนที่ไม่สะดวกเดินทางมาเขาเขียว หันไปเยี่ยมชมฮิปโปแคระในสวนสัตว์ใกล้บ้าน จนเกิดเป็น "ฮิปโปฟีเวอร์" ทั่วประเทศ 

 

ทว่า อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองไม่แพ้กันคือ คือการขยายผลสู่ ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property - IP) ซึ่ง ผอ.ณรงค์วิทย์ มองไกลไปถึงระดับโลก

 

"วันนี้เราได้ IP ของหมูเด้งมาแล้ว รวมถึงอีก 2 ชนิดคือ 'กิงก่องแก้ว' (ลูกคาปิบาร่า) และ 'Little Flash' (ลูกสล็อตสองนิ้ว)  ที่กำลังจดทะเบียน เราคาดหวังว่า IP เหล่านี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล เราอาจจะทำเหมือนโดราเอมอน มิกกี้เมาส์ หรือ Monchichi ของญี่ปุ่นที่ดังมาเป็นห้าสิบปี สิ่งนี้จะทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจไม่หยุดอยู่แค่ในสวนสัตว์ แต่จะเติบโตเป็นมูลค่าของประเทศ ที่พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่สนามบินไปจนถึงห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ"

 

หมูเด้งและคุณแม่โจน่ากำลังทานเค้กวันเกิดครบรอบ 2 ปี

นับถอยหลังสู่ "Hippo Village" บ้านหลังใหม่ที่ "ขังคน ไม่ใช่ขังสัตว์"

 

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสที่หมูเด้งกำลังจะก้าวเข้าสู่วัย 2 ขวบ และเพื่อรองรับการเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับโลก รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณผูกพัน 75 ล้านบาท (ผนวกกับเงินบริจาคจากต่างประเทศอีก 10 ล้านบาทที่เป็นงบสำรอง) เพื่อเนรมิต "Hippo Village" อาณาจักรฮิปโประดับเวิลด์คลาส

 

ผอ.ณรงค์วิทย์ เผยไทม์ไลน์ที่น่าตื่นเต้นว่า โครงการนี้จะเริ่มตอกเสาเข็มและวางศิลาฤกษ์ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 (ต้นปีงบประมาณ 2570) โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและแฟนคลับเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบและชมความคืบหน้าการก่อสร้าง ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ตุลาคม 2572

 

"Hippo Village ไม่ใช่แค่การก่อสร้าง แต่เรานำความเห็นของประชาชนมาร่วมออกแบบตั้งแต่ต้น โดยใช้หลักการ Nature-based Design หรือการออกแบบที่อิงสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด 'ขังคน ไม่ใช่ขังสัตว์'"

 

เบนซ์ อรรถพล หนุนดี พี่เลี้ยงผู้อยู่เบื้องหลังความน่ารักและเป็นคนรันวงการที่ทำให้ "น้องหมูเด้ง" กลายเป็นซุปตาร์ระดับโลก

 

ทางด้าน เบนซ์ อรรถพล หนุนดี พี่เลี้ยงผู้อยู่เบื้องหลังความน่ารักและเป็นคนรันวงการที่ทำให้ "น้องหมูเด้ง" กลายเป็นซุปตาร์ระดับโลก ยังแอบสปอยล์ความอลังการของบ้านหลังใหม่ว่า จะมาพร้อมกับระบบกรองน้ำเทียบชั้นวิลล่าหรู เพื่อตอบโจทย์ทั้งชีวิตส่วนตัวของฮิปโปและการรับชมของแฟนคลับ 

 

"ที่แน่ๆ เลยคืออยู่แบบน้ำใส ไฮโซครับ จะมีบ่อใสสำหรับการว่ายน้ำโชว์ให้นักท่องเที่ยวดูผ่านกระจกใสแบบอัฒจันทร์ แต่ฮิปโปแคระเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่แบบเปรอะๆ หน่อย พอกลางคืนเขาชอบอึในน้ำ เราก็จะมีอีกบ่อหนึ่งที่เป็นแบบธรรมชาติให้เขาขับถ่ายและพักผ่อน" 

 

ความพิเศษของบ้านหลังใหม่ คือการแก้โจทย์เก่าที่นักท่องเที่ยวมักไม่ค่อยเห็นฮิปโปแคระว่ายน้ำ ด้วยการทำตู้กระจกใสให้มีช่วงน้ำลึกเฉพาะจุด ผสมผสานกับเทคโนโลยีการบำบัดน้ำและกำจัดมูลสัตว์ที่ไปศึกษาดูงานมาจากประเทศเยอรมนี ควบคู่กับการปล่อยปลาตามธรรมชาติให้ช่วยกินมูลเพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศ ซึ่งช่วยให้น้ำในตู้ใสสะอาดจนทุกคนสามารถเก็บภาพความน่ารักตอน "หมูเด้ง" แอนด์ เดอะ แก๊ง ดำผุดดำว่ายได้อย่างชัดเจนเต็มตา 

 

นอกจากนี้ ในโอกาสครบ 2 ขวบ สวนสัตว์ยังร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว Virtual Zoo บนแอปพลิเคชัน Mango ให้แฟนทั่วโลกได้ทดลองเป็นคีปเปอร์เลี้ยงหมูเด้งในโลกเสมือน ก่อนจะพัฒนาสู่ระบบ Hybrid ที่เดินชมสวนสัตว์จริงไปพร้อมกับดูสตรีมมิงแบบเรียลไทม์

 

และยังมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ "Zoo Keeper Inside for Moo Deng" ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสมัครมาเป็นพี่เลี้ยง 1 วันเต็ม เพื่อกวาดบ่อ ล้างพื้นที่ และเซลฟี่กับหมูเด้งได้นานถึง 1 ชั่วโมงเต็ม 

 

"เราอยากให้สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) มาแล้วไม่ใช่แค่ได้ความบันเทิง หรือแค่อ่านป้ายความรู้ แต่ต้องได้ร่วมทำจริง เรียนรู้จริง และเข้าใจบทบาทของการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างแท้จริงครับ" ผอ.ณรงค์วิทย์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ข่าวล่าสุด

ครั้งแรกในไทย! เจาะคอมมูนิตี้สาเกสุดชิคคู่พิกเคิลบอล

ครั้งแรกในไทย! เจาะคอมมูนิตี้สาเกสุดชิคคู่พิกเคิลบอล