อยุธยา–อินทร์บุรีถูกน้ำดัน 2,900 ลบ.ม./วินาที เสี่ยงคันแตกสูง
เจ้าพระยาคงระบาย 2,900 ลบ.ม./วินาที ทำอยุธยา–อินทร์บุรีทรงตัวสูง ดินอิ่มน้ำเต็มระบบ เสี่ยงคันกั้นน้ำล้า แตกได้ทุกเวลา รอรอบลดน้ำปลายพ.ย.68
KEY
POINTS
- เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตราคงที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่อยุธยาและอินทร์บุรีทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปอีก 10-14 วัน
- พื้นที่อินทร์บุรีกลายเป็นจุดเสี่ยงสูงสุดที่คันกั้นน้ำอาจแตก เนื่องจากดินอิ่มตัวและต้องรับแรงดันน้ำระดับสูงเป็นเวลานานจนโครงสร้างอ่อนแอ
- คาดว่าระดับน้ำจะเริ่มลดลงได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำลง
อยุธยา–อินทร์บุรี–หน้าเขื่อนเจ้าพระยา: สามเหลี่ยมน้ำหลากโซนวิกฤต
กำแพงน้ำ 2,900 ลบ.ม./วินาที “กดค้าง” ชุมชน 14 วัน – จุดเสี่ยงคันแตกพุ่งสูงสุด
การคงอัตราระบาย 2,900 ลบ.ม./วินาทีที่ C13 ต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ “สามเหลี่ยมเจ้าพระยาตอนล่าง” ได้แก่ อยุธยา–อ่างทอง–สิงห์บุรี เข้าสู่ภาวะทรงตัวสูงสุดของน้ำหลากปี 2568 สภาพดินอิ่มน้ำ 100% และมวลน้ำค้างเดิมจำนวนมาก ทำให้คันกั้นน้ำอินทร์บุรี–มหาสอน–บ้านชี กลายเป็นจุดวิกฤตอันดับหนึ่งของประเทศ
ศูนย์กลางแรงดัน: หน้าเขื่อนเจ้าพระยา (C13) – น้ำเริ่ม “นิ่งสูง” แต่ยังลดไม่ได้
สถานการณ์ล่าสุด
อัตราระบาย: 2,900 ลบ.ม./วินาที
แนวโน้มการลด: “ช้าแต่ชัดเจน”ทว่ายังไม่ถึงจุดที่ปลอดภัยพอจะปรับลดการระบาย
คาดการลดรอบแรก: ปลาย พ.ย.–ต้น ธ.ค.
ความหมายสำหรับพื้นที่ท้ายน้ำ
อยุธยา–อ่างทอง–สิงห์บุรี ยังคงรับแรงดันต่อเนื่อง
ระดับน้ำจะ ไม่เพิ่ม, แต่ยัง ไม่ลง อีก 10–14 วัน
ผู้เชี่ยวชาญน้ำเรียกสภาวะนี้ว่า “plateau flood” หรือ ระยะน้ำค้างที่รอรอบระบาย
อินทร์บุรี: พื้นที่เสี่ยงคันแตกอันดับ 1 – ผลกระทบจากการดันน้ำระดับสูง 24 ชม.
ภาพรวมภาคสนาม
- ดินอิ่มน้ำเต็ม 100% ทำให้ความแข็งแรงคันกั้นน้ำลดลง
- แรงดันจากเจ้าพระยาที่คงระดับ 2,900 ลบ.ม./วินาฯ บีบคันดินตลอดเวลา
- รอยซ่อมคันเดิมยังไม่ทันฟื้นตัวจากเหตุแตกก่อนหน้า
จุดเสี่ยงหลัก
- บางขาม
- มหาสอน
- บ้านชี
- บางพึ่ง
ความเสี่ยงแบบ “ไม่ใช่น้ำใหม่ – แต่โครงสร้างล้า”
น้ำที่อินทร์บุรีตอนนี้ ไม่ใช่น้ำท่วมจากฝน
แต่เป็น น้ำดันจาก C13 ที่ค้างระดับสูงต่อเนื่องหลายวัน
→ ความเสี่ยงแตกเกิดได้ทุกเวลา และถ้าเกิดจะ ขยายปากรอยแตกเองเรื่อยๆ
กำลังเสริมที่ต้องมีประจำจุด
- หน่วยทหารอุดคัน (backhoe + กระสอบทราย)
- ปภ. + ชลประทานประจำพื้นที่
- ชุดปฏิบัติการเร่งด่วนกลางคืน (Night Rapid Response)
- อยุธยา: เมืองคอขวดน้ำหลาก – น้ำไม่เพิ่ม แต่ทรงตัวสูงถึงต้น ธ.ค.
ภาพรวม
อยุธยาคือคอขวดสำคัญสุดของระบบ
เพราะรับน้ำจาก:
- เจ้าพระยา
- ป่าสัก
- ลพบุรี
- ทุ่งท่าวุ้ง
- แนวคลองโครงสร้างทุ่งเชียงราก (เริ่มเต็มแล้ว)
ระดับน้ำเมืองเก่าตอนนี้:
แนวพระนครศรีอยุธยา–ป่าโทน–บ้านป้อม
→ น้ำ “นิ่งสูง” แต่ยังควบคุมได้
จุดเสี่ยงอยุธยา
- พื้นที่รอยต่อแม่น้ำลพบุรี–เจ้าพระยา
- แนวคันริมแม่น้ำหมู่บ้านลุ่มต่ำ เช่น บ้านป้อม, เกาะเรียน, บ้านญวน
- ทุ่งท่าวุ้งส่งน้ำแรงต่อเนื่อง ส่งผลต่อชุมชนแนวคลอง
การประเมิน
น้ำอยุธยาจะเริ่มลดจริงช่วง สัปดาห์แรก–สัปดาห์ที่สองของ ธ.ค.
เมื่อ:
- ภูมิพลลดสู่ 30 ล้าน ลบ.ม./วัน
- สิริกิติ์–ป่าสัก ลดระบายลงพร้อมกัน
- C13 ปรับจาก 2,900 → 2,300–2,100 ลบ.ม./วินาที
ทำไม “บางโฉมศรี” แม้เปิด 10 ซม. ถึงไม่ช่วยทั้งระบบ?
ข้อเท็จจริง
- ประตูระบายเต็มกำลัง: 160 ลบ.ม./วินาที
- เปิดเพียง 10 ซม.: ระบายจริง “ระดับเล็กน้อยมาก”
- เป้าหมาย: ผ่อนแรงสิงห์บุรี–อ่างทองเฉพาะจุด ไม่ใช่ลดระดับทั้งสาย
ข้อจำกัด
- ทุ่งเชียงรากเต็ม 100%
- ทุ่งท่าวุ้งตึงแล้ว
- น้ำจึง “ไม่มีที่ว่าง” ให้ระบายแบบโครงสร้างใหญ่
บทสรุป
นี่คือ “การแบ่งน้ำเชิงสัญลักษณ์” เพื่อบาลานซ์น้ำเฉพาะบางชุมชน
ไม่ใช่เครื่องมือแก้เจ้าพระยาทั้งระบบ
ทิศทาง 30 วันข้างหน้า (วิเคราะห์เฉพาะอยุธยา–อินทร์บุรี–C13)
ระยะสั้น (7 วัน)
- C13 คงที่ 2,900 ลบ.ม./วินาที
- อินทร์บุรีเสี่ยงคันแตกสูง ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.
- อยุธยายังทรงตัวระดับสูง
ระยะกลาง (ปลาย พ.ย.)
- ภูมิพล–สิริกิติ์ เริ่มลดการระบาย
- C13 มีโอกาสปรับระดับลงรอบแรก
- น้ำอยุธยา–สิงห์บุรี–อ่างทองเริ่ม “ขยับลงเล็กน้อย”
ระยะยาว (ต้น–กลาง ธ.ค.)
- ระดับน้ำลดชัดเจน
- ชุมชนริมน้ำเริ่มสู่ขั้นตอนฟื้นฟูบ้านเรือน
- ต้องเร่งซ่อม–เสริมคันดินรอยต่ออินทร์บุรีก่อนปิดฤดูกาลน้ำหลาก
สถานการณ์แบบภาพรวมโซนเดียว – เจ้าพระยาตอนล่างติดเพดาน แต่เริ่มเห็นแสงปลายอุโมงค์
- น้ำเหนือยังลง แต่ไม่ใช่ระลอกใหญ่
- ภาคกลางตอนล่างรอรอบน้ำจากเขื่อนลด (ปลาย พ.ย.)
- โครงสร้างคันกั้นน้ำเป็นความเสี่ยงใหญ่กว่าน้ำหลาก
- อยุธยา–อินทร์บุรี คือ “กุญแจของระบบ” ที่จะบอกได้ว่าน้ำจะลงเร็วหรือช้าในปีนี้
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
ที่มาประกอบรายงาน :
กรมชลประทาน https://www.facebook.com/Kromchon
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ https://www.facebook.com/onwr.go.th
GISTDA https://www.facebook.com/gistda
ศศิน เฉลิมลาภ https://www.facebook.com/Sasin.Seub
เครดิตภาพปก : สมาคมผู้สื่อข่าวสิงห์บุรี


