posttoday

เครือข่าย 'ตำรวจเทา' มะเร็งร้ายในเครื่องแบบ กัดกินวงการสีกากี

06 พฤศจิกายน 2568

ขบวนการ "ตำรวจเทา" ตำรวจนอกแถว รับผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมาย! เจาะลึกความเชื่อมโยง "ตำรวจ-กลุ่มทุนสีเทา"

ในขณะที่หลายประเทศกำลังใช้มาตรการเชิงรุก ในการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ กลุ่มทุนสีเทา ประเทศไทยกลับมีการตั้งคำถาม ถึงกรณี "ตำรวจเทา" จากการเปิดเผยของอดีตบิ๊กตำรวจ ว่า องค์กรตำรวจอาจเป็นแก๊งอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด

 

"ตำรวจเทา" คือกลุ่มผู้ที่ใช้อำนาจและเครื่องแบบที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐ ไปเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยการโอบอุ้ม "ทุนสีเทา" ตั้งแต่บ่อนพนันใต้ดินไปจนถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

 

บทบาทที่แปดเปื้อนนี้ไม่เพียงแต่กัดกร่อนงบประมาณและทรัพยากรของชาติ แต่ยังสั่นคลอนรากฐานของความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง

 

โพสต์ทูเดย์พาแกะรอยขบวนการเหล่านี้ โดยเจาะลึกความเชื่อมโยงในคดีสำคัญที่เคยเกิดขึ้น เบื้องหลังชุดสีกากีที่ถูกย้อมด้วย "ความเทา" จนยากจะแยกแยะ ว่าใครคือผู้รักษากฎหมาย และใครคือผู้ที่สมควรถูกจับตามอง

ภาพประกอบ

'ตำรวจเทา' คือใคร?

วลี "ตำรวจเทา" กลายเป็นวาทกรรมที่สังคมไทยให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติมิชอบ ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง

 

โดยเฉพาะการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนธุรกิจผิดกฎหมาย หรือ "ทุนสีเทา" เช่น บ่อนการพนัน เว็บพนันออนไลน์ ยาเสพติด หรือกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ

 

การมีอยู่ของตำรวจกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ยังบ่อนทำลายหลักนิติธรรม และสร้างความเสื่อมศรัทธาต่อองค์กรตำรวจในสายตาประชาชน จนถูกเปรียบเทียบว่าเป็น "มะเร็งร้าย" ที่กัดกินความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

ย้อนรอยคดีตัวอย่าง สะท้อนปัญหา 'ความเทา' ในวงการสีกากี

 คดีเครือข่าย "ตู้ห่าว" และทุนจีนสีเทา

คดีการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมายของนายชัยณัฐร์ หรือ "ตู้ห่าว" ถือเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดของการพัวพันระหว่างตำรวจกับกลุ่มทุนสีเทา

 

ลักษณะคดี : นายตู้ห่าวเป็นผู้มีอิทธิพลจากจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายในไทย โดยเฉพาะธุรกิจผับและสถานบันเทิง ซึ่งเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติดและฟอกเงิน

 

การพัวพันของตำรวจเทา : การสอบสวนขยายผลพบว่ามี เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย ตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาไปจนถึงระดับปฏิบัติการ เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการรับผลประโยชน์ การอำนวยความสะดวกในการเข้าออกประเทศ การใช้ตำแหน่งและอิทธิพลช่วยพยุงธุรกิจ

นายตู้ห่าว

โดย พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ ขณะนั้น (26 ตุลาคม 2565) ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 6 นายออกราชการ  หลังพบความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนจีนสีเทา

 

คดีส่วยทางหลวง และขบวนการรีดไถรถบรรทุก

คดีนี้เป็นตัวอย่างของปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ที่ฝังรากลึกในหลายหน่วยงานของรัฐ รวมถึงตำรวจที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายบนท้องถนน

 

ลักษณะคดี : ขบวนการเรียกรับส่วยจากผู้ประกอบการรถบรรทุกรายใหญ่ โดยมีการใช้สติกเกอร์ลับเป็นสัญลักษณ์ในการผ่านด่าน โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบเรื่องการบรรทุกน้ำหนักเกิน

 

การพัวพันของตำรวจเทา : การตรวจสอบพบการเรียกรับเงินเป็นรายเดือน/รายเที่ยว จากตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ารวมกว่า หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและภาพลักษณ์ของหน่วยงาน

ภาพประกอบ

เสียงสะท้อนจากสภาฯ ถึงปัญหาระบบตำรวจ

ปัญหา "ตำรวจเทา" ได้ถูกนำมาอภิปรายอย่างเข้มข้นในกลไกตรวจสอบของรัฐสภาหลายครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการปฏิรูปและการแก้ไขปัญหาการทุจริตภายในองค์กรตำรวจ

 

ความเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทาและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ : ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ (มาตรา 152) มีการหยิบยกประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้มีอิทธิพลและตำรวจ กับธุรกิจสีเทาในพื้นที่ชายแดน รวมถึงความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

 มีการอภิปรายถึงปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบองค์กรตำรวจ และความล้มเหลวของผู้บริหารระดับสูงในการเผชิญหน้าและชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งตอกย้ำว่า ระบบในองค์กรตำรวจมีปัญหา ที่เอื้อให้ตำรวจนอกแถวขึ้นสู่อำนาจได้ง่าย

 

โดย นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ (กมธ. มั่นคงฯ) กล่าวภายหลังการประชุม กมธ. ที่มีการเชิญ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เข้ายื่นหนังสือ 

 

นายรังสิมันต์ ระบุว่า ระบบตำรวจมีปัญหาและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปฏิรูประบบตำรวจ ซึ่งเป็นวาระที่ได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แม้จะไม่เชื่อว่าจะเกิดการแก้ไขในรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ก็หวังว่าในการเลือกตั้งรอบหน้า วาระที่จะทำให้องค์กรตำรวจดีขึ้น และเป็นองค์กรที่ทำงานแล้วได้ดี จะเป็นวาระที่สำคัญ

นายรังสิมันต์ โรม

ความท้าทายในการขจัด 'ความเทา'

การขจัดปัญหาตำรวจเทาจำเป็นต้องอาศัยกลไกที่เข้มแข็งในการตรวจสอบภายใน รวมถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมในการเฝ้าระวังและเปิดโปงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปองค์กรตำรวจให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชน

ข่าวล่าสุด

พรรคประชาชนสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนกักตุนน้ำมันดันราคาพุ่ง6บาท