อนุทิน ถกบอร์ดอำนวยการภัยพิบัติฯ 6 ต.ค.นี้ เร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย
นายกฯ นัดประชุมบอร์ดอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 6 ต.ค.นี้ เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยอย่างเป็นระบบ
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการภัยพิบัติฯ (คอภ.) นัดแรกในวันที่ 6 ต.ค. เพื่อกำกับและบูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
- การจัดตั้ง คอภ. มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาความช่วยเหลือที่ล่าช้าและซ้ำซาก โดยสร้างกลไกกลางเพื่อให้การเยียวยาเป็นเอกภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
- นายกฯ สั่งการให้จัดทำมาตรการเยียวยาถาวรสำหรับประชาชนที่ใช้ที่ดินเป็นพื้นที่รับน้ำ และให้ ปภ. เร่งขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือทั่วถึง
พรุ่งนี้ (6 ต.ค.2568) เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล หลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 311/2568 แต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 เพื่อกำกับ ติดตาม และบูรณาการการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ
การตั้ง คอภ. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศชภ.) มีจุดเริ่มต้นจากการที่นายอนุทิน ลงพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 27 ก.ย.2568 เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตนเอง และพบว่าประชาชนประสบปัญหาซ้ำซากทุกปี การช่วยเหลือที่ผ่านมายังไม่ครอบคลุมหรือทันต่อความเดือดร้อน จึงสั่งให้จัดตั้งกลไกกลางที่ทำงานแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้การเยียวยามีความรวดเร็ว เป็นเอกภาพ และตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง
นายกฯ มอบหมายให้ ศชภ. จัดทำมาตรการถาวรช่วยเหลือประชาชนที่เสียสละพื้นที่ทำกินหรือที่ดินกรรมสิทธิ์เพื่อใช้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูน้ำหลากทุกปี โดยกำหนดหลักเกณฑ์การเยียวยาที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ลดปัญหาการต้องยื่นเรื่องขอเป็นรายกรณีเหมือนที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างยั่งยืน
พร้อมย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องรวดเร็ว โปร่งใส และทั่วถึง กำหนดให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเร่งตรวจสอบและขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัยให้ครบถ้วน เพื่อให้การจ่ายค่าครองชีพและการเยียวยาเข้าถึงจริง ไม่ตกหล่น พร้อมให้ทุกหน่วยงานรัฐส่งมาตรการช่วยเหลือเข้าสู่ ศชภ. เพื่อรวบรวมและกลั่นกรอง ก่อนเสนอ ครม. ต่อไป
กำชับ ปภ. ดูแลประชาชนใกล้ชิด พร้อมรายงานข้อมูลมายังนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการเยียวยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์


