posttoday

ปราบ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" มุม นักวิชาการ เน้นตรงจุดแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

02 กุมภาพันธ์ 2568

ปราบ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" มุม "นักวิชาการ" เน้นตรงจุดแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ชี้ รัฐบาลขอความร่วมมือจีน ควรทำนานแล้ว

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศแม้จะทำการปราบปรามป้องกันอย่างเข้มข้นแต่ก็ไม่สามารถจัดการได้หมด เนื่องจากที่ผ่านมาสามารถจับได้แค่ลูกกะจ๊อก ส่วนหัวหน้าตัวการใหญ่กลับลอยนวลและหาลูกกะจ๊อกใหม่มาสร้างเครือข่ายใหม่ ล่าสุดรัฐบาลไทยเริ่มดำเนินการขอความร่วมมือรัฐบาลจีนเพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในมุมมองของนักวิชาการการกระทำดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือ

 

โพสต์ทูเดย์ได้ต่อสายตรง หา ดร.ปรีชญาณ์ นักฟ้อน หัวหน้าภาควิชารัฐศาสตร์ มศว เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าว ดร.ปรีชญาณ์ ได้เปิดเผยว่า อาชญากรรมประเภทแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบันมี 2 แบบ

 

1.การก่ออาชญากรรมที่เป็น street time หรือว่าเป็นอ่าอาชญากรรมที่มีการพบเจอกันซึ่งหน้าระหว่างเหยื่อกับผู้กระทำผิด แต่ปัจจุบันกลายเป็นการใช้ช่องทางอื่นไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือว่า แพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้กระทำผิดกับผู้ตกเป็นเหยื่อ ทำให้วิธีการในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมประเภทที่ไม่ได้เป็นการพบกันซึ่งหน้านี้มันยากขึ้น ในแง่ที่ว่าใครก็ได้ที่จะทำและใครก็ได้ก็จะถูกตกเป็นเหยื่อ การป้องกันอาชญากรรมก็จะเป็นวงกว้างขึ้น

 

2.การก่ออาชญากรรมที่เป็นองค์กรกับบุคคล กรณีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้อมูลที่ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาร่วมกัน และมีองค์ประกอบคือ

 

-  คนที่เป็นอาชญากรโดยตัวหลัก คือ คนทำผิดที่เป็นตัวการหลัก สามารถอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่เป็นตัวการหลักอยู่ที่ไหน

- พื้นที่ในการกระทำผิด มีที่อยู่ชัดเจน เช่น อาจจะมีการเช่าตึกอาจจะมีการกำหนดพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ ที่ให้มีคนไปเป็นคนดำเนินอยู่ในเครือข่าย เช่น มีการตั้งศูนย์โทรศัพท์อยู่ที่ตึกนั้น อยู่ที่พื้นที่ชายแดนตรงประเทศนั้น คนที่กระทำผิดดำเนินการไปอยู่ในพื้นที่นึง แต่จะโทรไปไหน ติดต่อทางอินเตอร์เน็ตไปหาเหยื่อที่ประเทศไหนก็เป็นอีกเรื่องนึง มีตัวกลไกในการทำงานตรงนี้ได้ แต่ในความเป็นจริงจะสามารถจับได้แค่เฉพาะคนที่เป็นคนดำเนินการ หรือเครือข่าย แต่คนที่เป็นเจ้าของจริงๆ รับเงินจริงๆ บอกไม่ได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน จึงทำให้เข้ามาพันกับเรื่องอำนาจของรัฐในการเข้าไปปราบปราม ว่าเราจะใช้อำนาจของใคร และเมื่อเกิดเครือข่ายอาชญากรระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยกับต่างประเทศจึงเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ

 

เพราะว่ารัฐไทยเองต่อให้แข็งแรงแค่ไหนก็มีอำนาจจำกัดในการดำเนินการกับผู้กระทำผิดที่อยู่นอกเขตอาณาเขตประเทศไทย ดังนั้นกระบวนการในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อช่วยกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากและถามว่าควรทำมั้ย มันต้องควรทำมานานมากแล้ว เพราะว่าข้อมูลที่รัฐถือเอาไว้ว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับอำนาจของประเทศไหนที่จะต้องเข้ามาช่วยบ้างรัฐมีข้อมูลมาค่อนข้างยาวนานอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องที่คิดว่าหากมีการขยับและก็รู้ว่าจะให้เขาช่วยทำอะไร และเราต้องช่วยทำอะไร ก็จะเคลียร์ขึ้นภายใต้ข้อมูลที่รัฐถือเอาไว้ตอนนี้  ที่ผ่านมาประเทศไทยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดทำอะไรไปบ้างเวลามีการตกเป็นเหยื่อสิ่งที่รัฐทำคือ

1.prevention คือป้องกัน จะเห็นว่ารัฐออกมาตรการจำนวนมากที่ออกแนวให้ความรู้ แล้วจะบอกประชาชนว่าห้ามทำอย่างนั้นห้ามทำอย่างนี้ แปลว่าเป็นมาตรการที่รัฐใช้อำนาจตัวเองทำได้ ก็ต้องเข้าใจรัฐที่ทำได้แน่ๆคือบอกประชาชนว่าป้องกันตัวเองอย่างไร จริงๆเรื่องนี้ทำมาต่อเนื่องยาวนานต้องยอมรับว่ารัฐทำหนักแต่ทำแล้วได้ผลไหมอีกเรื่องหนึ่ง

 

2.บัญชีม้า เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการแจ้งความและแจ้งว่าโอนไปบัญชีธนาคารนี้เลขบัญชีนี้แน่นอนว่ารัฐจะออกมาแอคชั่นโดยการบล็อกบัญชีและอายัดบัญชีแต่บัญชีม้านั้นเยอะมาก และมีหลายแถวเช่น เราโอนเงินให้เลขบัญชีนึงไม่เกิน 5 วินาทีเงินจะถูกโอนต่อไปยังบัญชีอื่น บัญชีแถวแรกคือบัญชีรับหน้าจากเหยื่อโดยตรงเขาเรียกว่าบัญชีแถว 1 เขาจะมีการโอนต่อไปที่บัญชีแถว 2 ในลักษณะเป็นเครือข่าย บัญชีแถว 2 จะได้รับเงินก้อนใหญ่ขึ้นเพราะรับมาจากบัญชีแถว 1 จากหลายบัญชี ส่วนแถว 3 ก็จะรับจากแถว 2 เช่นกัน

 

เอาจริงๆแทบจะไม่รู้ว่าบัญชีม้ามีกี่แถวและคนไทยอยู่แถวไหนเพราะจะมีการเริ่มโอนเงินไปต่างประเทศเริ่มเปลี่ยนจากตัวเงินเป็นคริปโต นี่คือปัญหาที่อำนาจของรัฐถูกขีดเส้นอยู่เท่าที่ประเทศไทยสามารถคอนโทรลในสิ่งที่เกิดขึ้นในอาณาจักรไทยได้หรือควบคุมได้

 

เมื่อเรามองว่ารัฐทำงานเยอะไหมต้องให้ความเข้าใจกับรัฐเพราะรัฐทำมาหนักมากจริงๆเพียงแต่รัฐทำในฝั่งที่เป็นเรื่องของการ prevention กับฝั่งที่ตามในเครือข่ายทางเพราะจริงๆ หากตามแก๊งใหญ่ได้จะดีกว่ามาตามบัญชีม้าที่มันไม่จบไม่สิ้น

 

ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีเดินทางขอความร่วมมือกับรัฐบาลจีนเพื่อปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว ดร. ปรีชญาณ์ ให้ความเห็นว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นคนจีนนั้น เรารู้สึกกันเองหรือไม่ อย่าลืมว่าเหยื่อของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คนไทยเหยื่อมีทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วเหยื่ออยู่ในพื้นที่ไหนแก๊งอาชญากรรมจะเลือกใช้บุคคลที่เหมาะกับงานแน่นอนว่าเรื่องนี้คนจีนเองก็เดือดร้อน ถ้าเราไปร่วมมือกับรัฐบาลใด เหยื่ออยู่ที่ประเทศไหนเป็นหลักรัฐบาลประเทศนั้นจะเดือดร้อนเพราะมันเป็นปัญหาของสังคมของเขา

 

นิยามง่ายๆคือสมมุติว่าไทยไปร่วมมือกับประเทศใดประเทศหนึ่งและประเทศนั้นเขาร่วมมือด้วยแปลว่าเขารู้สึกว่าคนของประเทศเขาเดือดร้อนด้วย เขาจะร่วมมือกับเราทันทีเป็นการร่วมมือกันอย่างแข็งแรงเพราะเป็นการแก้ปัญหาให้คนในประเทศเขาด้วย คนจีนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมในลักษณะนี้เยอะมาก

 

เราจะเห็นข้อมูลว่าจีนจัดการเรื่องนี้แข็งแรงพอสมควรเพียงแต่เราไปคุยกับจีนในฐานะที่เราเป็นเหยื่อร่วมแต่พื้นที่ปฏิบัติการอาจจะไปเกี่ยวข้องในพื้นที่อำนาจอธิปไตยของคนอื่น ที่ไม่ใช่จีนหรือไทย กรณีนี้จะทำให้มีขาที่ 3 โผล่เข้ามาแต่ถ้าเกิดว่าเราไปทลายแก๊งที่อยู่ที่จีนมั่นใจว่ารัฐบาลจีนเอาด้วยและทลายให้เราได้เลยหรือพื้นที่ตรงนี้อยู่ในประเทศไทยและไปทำร้ายคนจีนถ้าร่วมมือกันก็ทลายได้เลยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

Meta เปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ หนุนธุรกิจ SME ดันการใช้ AI เต็มรูปแบบ