กองทุนผสมตอบโจทย์ยุค"ดอกเบี้ยต่ำ"

  • วันที่ 25 มิ.ย. 2562 เวลา 16:11 น.

กองทุนผสมตอบโจทย์ยุค"ดอกเบี้ยต่ำ"

กองทุนเปิดธนชาตมัลติอินคัม ฮอต ! เพิ่มทุนอีก 5,000 ล้านบาท หลังเงินไหลเข้าดันขนาดกองทุนพุ่งเฉียด 9 พันล้าน

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า ดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ และมีแนวโน้มว่าธนาคารกลางประเทศสำคัญทั่วโลกน่าจะมีการทยอยลดดอกเบี้ยลงเพื่อประคับประคองการขยายตัวของเศรษฐกิจ นำโดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แม้ว่าล่าสุดจะประกาศคงดอกเบี้ย แต่ก็มีท่าทีว่าพร้อมจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดน่าจะปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งภายในปีนี้

นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก็มีการส่งสัญญาณพร้อมปรับลดดอกเบี้ยลงสอดคล้องกับเฟดอีกเช่นกัน ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และปัญหาสงครามการค้าของสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อ ไม่ใช่เฉพาะกับจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมจดทะเบียน กองทุนเปิดธนชาตมัลติอินคัม (T-MultiIncome) เพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท เนื่องจากในรอบการเปิดขายเมื่อวันที่ 4–10 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้สนใจลงทุนในกองทุนนี้จำนวนมากจนทำให้ขนาดกองทุนปัจจุบันอยู่ที่ 8,978 ล้านบาท (ณ วันที่ 20 มิ.ย. 62) ซึ่งเริ่มใกล้เคียงกับขนาดกองทุนที่จดทะเบียนไว้ 1 หมื่นล้านบาท ประกอบกับจะมีการเปิดขายรอบใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 1–5 ก.ค.นี้

จากสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยที่จะลดต่ำลงในระยะถัดไป เชื่อว่าจะทำให้การลงทุนในหุ้นคุณภาพดี กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และตราสารหนี้ระยะยาว สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิดธนชาตมัลติอินคัม ซึ่งเป็นกองทุนรวมผสมแบบไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุน โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์สร้างรายได้อย่างหุ้นปันผล กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และตราสารหนี้คุณภาพดี

" ทีมผู้จัดการกองทุนของ บลจ.ธนชาต จะปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมให้กับผู้ลงทุน เพราะการผสมและปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์แต่ละกลุ่ม จะช่วยทำให้มีโอกาสที่ผลตอบแทนระหว่างทางของกองทุนมีความสม่ำเสมอมากขึ้น "นายบุญชัย กล่าว

สำหรับมุมมองทิศทางการลงทุนหุ้นไทยในปีนี้ บลจ.ธนชาต เชื่อว่าจะมาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ทั้งทิศทางของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนว่าจะคลี่คลายลงหรือตึงเครียดขึ้นเพียงใด รวมไปถึงการไหลของกระแสเงินในแต่ละภูมิภาคก็จะเป็นตัวกำหนดเช่นกัน

บลจ. ธนชาต ยังเชื่อว่าในครึ่งหลังของปี 2562 ตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่ดีอยู่ จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าจะลดลงทั่วโลก คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะขึ้นลงไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ ประกอบกับมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค พบว่าไทยยังมีทุนสำรองอยู่ในระดับที่สูงมาก และประเทศไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ แม้การส่งออกในระยะนี้จะหดตัวก็ตาม

นอกจากนี้ ยังคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะต่อไป ประเมินว่าหุ้นไทยปีนี้จะเทรดในกรอบ 1,630 - 1,780 จุด โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนนี้ คือ กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นปันผล

ด้านผลงานของกองทุน T-MultiIncome สามารถทำได้ดีและน่าสนใจ หลังจากเปิดขายประมาณ 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. –21 มิ.ย. 2562 สามารถทำผลตอบแทนไปแล้ว 3.01% (ความผันผวนผลการดำเนินงาน 2.77%) เทียบกับดัชนีอ้างอิงมาตรฐานที่ 3.40% (ความผันผวนดัชนีอ้างอิงมาตรฐาน 4.10%) และได้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2562 ในอัตรา 0.1 บาทต่อหน่วย

 

ข่าวอื่นๆ