"หมอเสริฐ"เจ้าของรพ.กรุงเทพครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย ปี61

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 15:04 น.

"หมอเสริฐ"เจ้าของรพ.กรุงเทพครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทย ปี61

น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยและตระกูลเศรษฐีหุ้นประจำปี61 ถือครองหุ้น 77,129.32 ล้าน รวยเพิ่มขึ้น 13,602 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการจัดอันดับเศรษฐีหุ้นไทย ซึ่งวัดจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศที่ถือหุ้นสัดส่วน 0.5% ขึ้นไปตามการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุดก่อนวันที่ 30 ก.ย.61 ปรากฏว่า

น.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ หมอเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ครองแชมป์เศรษฐีหุ้นไทยปี 61 ซึ่งเป็นการครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยปีนี้ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 77,129.32 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 13,602.02 ล้านบาท หรือ 21.41%

หุ้นที่หมอเสริฐถือครองมี 4 บริษัท ได้แก่ BDMS หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 18.47% รวมมูลค่า 73,786.86 ล้านบาท บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส 10.61% มูลค่า 2,985.22 ล้านบาท บมจ.โรงพยาบาลนนทเวช (NTV) 0.79% มูลค่า 75.48 ล้านบาท และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) 24.60% มูลค่า 281.75 ล้านบาท

เศรษฐีหุ้นอันดับ 2 ปีนี้ได้ต้อนรับ "เสี่ยกลาง" นายสารัชถ์ รัตนาวะดี กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เข้ามาติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรกจากการนำหุ้น GULF เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.60 โดยในวันแรกของการซื้อขายราคาหุ้น GULF พุ่งไปแตะสูงสุดที่ 59.50 บาท จากราคาเสนอขายประชาชนครั้งแรก (IPO) ที่ราคา 45 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.50 บาท หรือ 32.22% หลังจากนั้นราคาหุ้นก็ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 76.25 บาท ณ 30 ก.ย.61 หรือเพิ่มขึ้นถึง 69.44% ส่งผลให้นายสารัชถ์ที่ถือหุ้น GULF ในสัดส่วน 35.44% มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวมทั้งสิ้น 57,645 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2

อนึ่ง หุ้น GULF ถือเป็นมูลค่าหุ้น IPO ที่สูงสุดที่สุดในรอบ 11 ปี โดยมีมูลค่าเกือบ 24,000 หมื่นล้านบาท และได้รับรางวัล Best Deal of the Year Awards จากงาน SET Awards 2018 อีกด้วย

เศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ได้แก่ นายสมโภชน์ อาหุนัย เจ้าของ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) กิจการธุรกิจพลังงาน จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล และจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งยังคงรักษาตำแหน่งเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ไว้ได้อีกปีหนึ่ง โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 42,209.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,940.11 ล้านบาท หรือ 26.87% เนื่องจากราคาหุ้น EA ที่นายสมโภชน์ถือในสัดส่วน 23.44% ปรับตัวสูงขึ้น 10 บาท หรือ 26.14% คิดเป็นมูลค่าหุ้นที่ถือครอง 42,191.56 ล้านบาท และเมื่อรวมกับหุ้น บมจ.อีเทอเนิล เอนเนอยี (EE) ในสัดส่วน 0.92% มูลค่า 17.85 ล้านบาท ทำให้มูลค่าความมั่งคั่งของนายสมโภชน์ในปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 8 พันล้านบาท

เศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ได้แก่ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ เจ้าของ บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล (MTC) หรือชื่อเดิมคือ เมืองไทยลิสซิ่ง โดยก้าวขึ้นจากอันดับ 8 เมื่อปีที่แล้ว ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 35,392.22 ล้านบาท รวยขึ้น 9,664.53 ล้านบาท หรือ 37.56% หุ้นที่นายชูชาติถือครองนอกจาก MTC ในสัดส่วน 33.96% มูลค่า 34,742.72 ล้านบาท แล้วยังถือหุ้น บมจ.เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท (FN) บมจ.อินเตอร์ลิงค์ เทเลคอ (ITEL) บมจ.โซลาร์ตรอน (SOLAR) บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) ซึ่งถือต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และปีนี้ยังถือหุ้นเพิ่มใน บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) และ บมจ. พริ้นซิเพิล แคปิตอล (PRINC) อีกด้วย

ส่วนนางดาวนภา เพชรอำไพ ก้าวขึ้นมาเป็นเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 จากอันดับ 9 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือหุ้น MTC ในสัดส่วน 33.96% มูลค่า 34,740 ล้านบาท รวยขึ้น 9,360 ล้านบาท หรือ 36.88%

เศรษฐีหุ้นอันดับ 6 ได้แก่ นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ที่ขยับขึ้นมาจากอันดับ 7 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 32,900.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,580.30 ล้านบาท หรือ 16.17% ประกอบด้วย บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) 23.93% มูลค่า 32,890 ล้านบาท และ บมจ.แมนดาริน โฮเต็ล (MANRIN) 1.36% มูลค่า 10.35 ล้านบาท

เศรษฐีหุ้นอันดับ 7 ได้แก่ นายนิติ โอสถานุเคราะห์ นักลงทุนรายใหญ่ทายาทอาณาจักรโอสถสภา ร่วงจากอันดับ 5 เมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าอันดับจะลดลงในปีนี้ แต่มูลค่าความมั่งคั่งของพอร์ตการลงทุนก็ยังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยถือครองหุ้น 10 บริษัทมูลค่ารวม 31,964.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,066.86 ล้านบาท หรือ 10.61%

เศรษฐีหุ้นอันดับ 8 ได้แก่ นายพิชญ์ โพธารามิก ทายาทคนเดียวของนายอดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้ง บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ร่วงจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้ว โดยถือหุ้นมูลค่ารวม 28,919.28 ล้านบาท ลดลง 15,163.65 ล้านบาท หรือ 34.40% เนื่องจากได้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้น JAS เหลือ 55.80% จาก 66.13% เมื่อปีที่แล้ว หรือลดลง 10.33% รวมมูลค่า 23,898.62 ล้านบาท และลดการถือหุ้น บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) ลง 6% คงเหลือหุ้นที่ถือครอง 64.20% รวมมูลค่า 5,080.67 ล้านบาท นอกจากนี้ราคาหุ้นของทั้ง 2 แห่งก็ปรับลดลงจากปีก่อนด้วย

เศรษฐีหุ้นอันดับ 9 ได้แก่ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ในปีนี้ร่วงลงจากอันดับ 6 เมื่อปีที่แล้ว โดยหุ้นที่ถือครองรวมมูลค่าทั้งสิ้น 28,372 ล้านบาท ลดลง 518.44 ล้านบาท หรือ 1.79% ประกอบด้วย หุ้น BTS ในสัดส่วน 24.41% มูลค่า 26,887.83 ล้านบาท กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) 1.58% มูลค่า 1,109.61 ล้านบาท บมจ.วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย ( VGI) 0.55% มูลค่า 374.55 ล้านบาท

เศรษฐีหุ้นหุ้นอันดับ 10 ได้แก่ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PSH) ร่วงจากอันดับ 4 เมื่อปีที่แล้ว โดยมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 28,011.68 ล้านบาท ลดลง 3,025.71 ล้านบาท หรือ 9.75% เนื่องจากหุ้น PSH ที่ทองมาถือในสัดส่วน 60.04% ราคาลดลงไป 9.75% รวมมูลค่า 27,857.01 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังถือหุ้น บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์(ITD) อีก 0.96% มูลค่า 154.67 ล้านบาท

สำหรับแชมป์ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทย 61 ได้แก่ ตระกูลปราสาททองโอสถ โดยเป็นแชมป์ตระกูลเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งปีนี้เครือญาติในตระกูลครองหุ้นรวมกันมีมูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรกของทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทย โดย 6 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ นพ.ปราเสริฐ และ 5 ทายาท คือ นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นางสาวสมฤทัย ปราสาททองโอสถ นางอาริญา ปรมาภรณ์ และพลตำรวจโทวิสนุ ปราสาททองโอสถ ถือครองหุ้นรวมกันเป็นมูลค่า 104,530.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,230.94 ล้านบาท หรือ 8.55%

ตระกูลเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 2 ปีนี้ตกเป็นของ ตระกูลเพ็ชรอำไพ-เพชรอำไพ โดย 3 เครือญาติเจ้าของ MTC คือ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ นางดาวนภา เพ็ชรอำไพ และนายศึกษิต เพชรอำไพ ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 70,592.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,951.94 ล้านบาท หรือ 36.70%

ตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 3 ได้แก่ ตระกูลจิราธิวัฒน์ เครือญาติเศรษฐีหุ้นในตระกูล 40 คน ถือครองหุ้นรวมกันทั้งสิ้น 70,382.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 644.05 ล้านบาท หรือ 0.92%

นอกจากจะก้าวเข้าเป็นเศรษฐีหุ้นหน้าใหม่ในปีนี้แล้ว นายสารัชถ์ ยังนำตระกูลรัตนาวะดี ขึ้นทำเนียบตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 อีกด้วย โดยถือครองหุ้นมูลค่ารวม 57,645 ล้านบาท และตระกูลเศรษฐีหุ้นอันดับ 5 ได้แก่ ตระกูลอาหุนัย โดย 4 เครือญาติในตระกูล ได้แก่ นายสมโภชน์ นางสุภาภรณ์ พลสิทธิ์ และนายพีรพล ถือครองหุ้นรวมมูลค่า 45,421.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,825.06 ล้านบาท หรือ 24.11%

ข่าวอื่นๆ