ก.ล.ต.ร่วมมือให้ความเสมอทำงานระหว่างเพศ

วันที่ 02 มี.ค. 2563 เวลา 23:13 น.
ก.ล.ต.ร่วมมือให้ความเสมอทำงานระหว่างเพศ
ก.ล.ต. ร่วมประกาศเจตนารมณ์ส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผนึกกำลังองค์กรภาครัฐ เอกชน และสถาบันศึกษา รวม 24 องค์กร ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ “การส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใช้ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และเชิญชวนกิจการในตลาดทุนร่วมดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

การลงนามในครั้งนี้ จัดโดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการ คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สกพ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม. และนางสาวอุษณี กังวารจิตต์ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พม. โดยมีนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมกล่าวถึงเจตนารมณ์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ณ โรงแรม ปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจในตลาดทุนให้ประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงการมีธรรมาภิบาล รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึง “สิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค” ซึ่งธุรกิจในตลาดทุนมีพัฒนาการในเรื่องดังกล่าวดีขึ้นเป็นลำดับ โดยมีการปฏิบัติสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน (CG Code) ที่วางหลักปฏิบัติในส่วนขององค์ประกอบของคณะกรรมการที่มุ่งเน้นการมีคุณสมบัติหลากหลายและไม่จำกัดที่เพศและอายุ ปัจจุบันพบว่า มีกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจในตลาดทุนที่เป็นผู้หญิงในสัดส่วนที่สูงขึ้น อาทิ ในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีกรรมการที่เป็นผู้หญิงคิดเป็นประมาณ 20% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด บจ. ที่มีกรรมการเป็นผู้หญิงอย่างน้อยหนึ่งคน คิดเป็นประมาณ 83% ของจำนวน บจ. ทั้งหมด และมีผู้บริหารสูงสุด (ในระดับซีอีโอ และกรรมการผู้จัดการ) ที่เป็นผู้หญิง คิดเป็น 13.85%

ในส่วนของ ก.ล.ต. มีกรรมการที่เป็นผู้หญิง คิดเป็น 18% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด มีพนักงานในระดับผู้บริหาร (ตำแหน่งผู้อำนวยการขึ้นไป) เป็นผู้หญิง คิดเป็น 71% ของพนักงานในระดับผู้บริหารทั้งหมด และมีพนักงานหญิงคิดเป็น 67% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด นอกจากนี้ จรรยาบรรณพนักงานเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ร่วมงานระบุว่าพนักงานต้องไม่กระทำการที่เป็นการเลือกปฏิบัติด้วย ทั้งนี้ ก.ล.ต. มีการปฏิบัติในการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศสอดคล้องกับการประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย

(1) การแต่งกาย โดยให้บุคลากรสามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ หรือเพศภาวะของบุคคล

(2) การจัดพื้นที่ที่เหมาะสมกับจำนวนของบุคคล ข้อจำกัดของบุคคล และอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ

(3) การประกาศรับสมัครงานและการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงานโดยระบุคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษา หรือความสามารถที่สอดคล้องกับลักษณะงาน โดยไม่ระบุเพศ

(4) การใช้ถ้อยคำ ภาษาและกิริยาท่าทาง และเอกสารต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการแสดงถึงอคติทางเพศที่ไม่เคารพในสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

(5) การสรรหาคณะกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นความเสมอภาค

(6) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ และจัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดในการทำงาน