บลจ.กสิกรไทย แนะลงทุนLTFส่งท้ายปี 62

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2562 เวลา 18:26 น.

บลจ.กสิกรไทย แนะลงทุนLTFส่งท้ายปี 62

บลจ.กสิกรไทยพร้อมเดินหน้าดูแลอย่างดีต่อไป เล็งเปิด LTF Sub ใหม่ เพื่อให้ลงทุนได้ต่อเนื่อง

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า วันที่ 30 ธ.ค. 62 จะเป็นวันสุดท้ายที่ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในกองทุน LTF เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นไทยในระยะยาว ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นไป บลจ.กสิกรไทย ยังคงบริหารจัดการกองทุน LTF ทั้งหมด 8 กองทุนให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ต่อไป พร้อมเปิด Sub Class ใหม่ เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการเปิด Sub Class ใหม่ของกองทุน LTF ในปี 63 บริษัทจะต้องดำเนินการจัดทำระบบเพื่อแยกผู้ลงทุนออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ลงทุนเดิม และกลุ่มผู้ลงทุนใหม่ โดยต้องรอความชัดเจนของกฎหมายการเงินที่จะออกใหม่ในปี 63 ดังนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องระงับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนกองทุน LTF ชั่วคราว ก่อนที่จะเดินหน้าเปิดรับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนกองทุน LTF ตามปกติต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เคยสมัครบริการ K-Saving Plan และ Investment Plan โดยตัดเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์หรือผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยอัตโนมัติ บริษัทจะดำเนินการระงับคำสั่งซื้ออัตโนมัติในทุกช่องทางทั้ง K PLUS, K-My Funds และ K-Cyber Invest ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. 63 เป็นต้นไป โดยลูกค้าไม่ต้องมาติดต่อยกเลิกด้วยตัวเอง

“เป็นที่ทราบกันแล้วว่าในปีหน้าจะมีกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund: SSF) ขึ้นมาทดแทนกองทุน LTF ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมที่จะจัดตั้งกองทุน SSF ให้สอดรับกับโครงสร้างใหม่ที่เปิดกว้างด้านนโยบายการลงทุนให้สามารถลงทุนได้ในสินทรัพย์ทุกประเภททั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และกองทุนผสม เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย และสามารถจัดพอร์ตให้ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม ส่วนกองทุน LTF ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.กสิกรไทย ยังคงได้รับการดูแลจากผู้จัดการกองทุนที่มากด้วยประสบการณ์ เชี่ยวชาญในการคัดสรรหุ้นไทยศักยภาพดี ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามสถานการณ์ เพื่อให้กองทุนสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ ผู้ลงทุนจึงวางใจได้ว่ากองทุน LTF ของกสิกรไทย จะยังคงได้รับการบริหารจัดการอย่างดีเช่นเดิม ดังนั้น ในปีนี้จึงอยากแนะนำให้ลงทุนในกองทุน LTF กันให้เต็มสิทธิ์ภายใต้เงื่อนไข 15% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท โดยบริษัทยังคงแนะนำ กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) ที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทใหญ่ชั้นนำที่มีปัจจัยพื้นฐานดี กระจายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีการจ่ายปันผลสูงสุดเมื่อเทียบกับ LTF อื่นๆ ของกสิกรไทย โดยกองทุน KDLTF มีการจ่ายปันผลมาอย่างต่อเนื่อง 12 ปี มากถึง 19 ครั้ง รวมเป็นเงิน 8.76 บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 62)” นายวศิน กล่าว

นายวศิน กล่าวว่า สำหรับมุมมองตลาดหุ้นไทยปลายปี 62 คาดว่าระดับดัชนีหุ้นไทย (SET Index) จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ (sideways) อย่างไรก็ดี บลจ.กสิกรไทย ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในปี 63 โดยมีปัจจัยสนับสนุน (1) ตลาดรับรู้ปัจจัยในด้านลบไปค่อนข้างมากแล้ว ในขณะที่ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นในระยะยาวยังมีความน่าสนใจมากกว่าสินทรัพย์อื่น รวมถึงสภาพคล่องในระบบที่ยังมีอยู่สูง (2) อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำทำให้ระดับ P/E ของตลาดสามารถอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตได้ และ (3) การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐจะมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ทั้งนี้ หากสถานการณ์สงครามการค้าคลี่คลายขึ้น มองว่าหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นแตะ 1,700 จุด ด้วย Forward P/E ที่ 16.5 เท่า แต่หากพัฒนาการสงครามการค้าเป็นไปในทิศทางที่แย่ลง หุ้นไทยน่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1,500 จุด ด้วย Forward P/E ที่ 14.5 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง

ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุน LTF ของกสิกรไทย สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาทผ่านแอป K PLUS, K-My Funds และธนาคารกสิกรไทย รวมถึงผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงได้ที่ www.kasikornasset.com หรือ บลจ. กสิกรไทย หรือ ธนาคารกสิกรไทย หรือ ขอข้อมูลดังกล่าวจากบุคคลที่เสนอขายหน่วยลงทุน และศึกษาข้อมูลภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ