7 บจ. ไทยครองแชมป์ความยั่งยืน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมของโลกในดัชนี DJSI

  • วันที่ 16 ก.ย. 2562 เวลา 17:57 น.

7 บจ. ไทยครองแชมป์ความยั่งยืน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมของโลกในดัชนี DJSI

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) โดดเด่นด้านความยั่งยืนในระดับโลก ล่าสุดการประกาศรายชื่อบริษัทที่เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่ยังยืนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์แก่ทุกภาคส่วนตามวิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” ล่าสุด 20 บจ. ไทยได้รับการยอมรับในระดับโลกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยในจำนวนนี้มี 7 บจ. ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่งของโลกด้านความยั่งยืนใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มี 5 บจ. ที่เป็นที่หนึ่งของโลก ทั้งนี้ บจ. ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งผลต่อการจ้างงานในประเทศ

ทั้งนี้ 7 บจ. ไทยที่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งด้านความยั่งยืนรายกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1) BANPU กลุ่มถ่านหินและเชื้อเพลิง 2) CPALL กลุ่มค้าปลีกอาหารและอุปโภคบริโภค 3) PTTEP กลุ่มน้ำมันและแก๊สต้นทาง 4) PTTGC กลุ่มเคมีภัณฑ์ 5) TOP กลุ่มการกลั่นและการตลาดน้ำมันและแก๊ส 6) TRUE กลุ่มบริการโทรคมนาคม และ 7) TU กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร

สำหรับ 20 บจ. ไทยที่ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืน DJSI ได้แก่ AOT, BANPU, BTS, CPALL, CPF, CPN, HMPRO, IRPC, IVL, KBANK, MINT, PTT, PTTEP, PTTGC, SCB, SCC, TOP, TRUE และ TU ในจำนวนนี้ บจ. ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าใหม่ในปีนี้คือ ADVANC โดยในจำนวนนี้ มี 11 บจ. อยู่ในดัชนีกลุ่ม DJSI World ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีศักยภาพมากที่สุดทั้งในด้านขนาดและผลการประเมินความยั่งยืน ได้แก่ ADVANC, AOT, CPALL, CPN, IVL, KBANK, PTT, PTTEP, PTTGC, SCB และ SCC

“การที่ บจ. ไทยได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืน DJSI โดยมีจำนวนสูงสุดในอาเซียนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันธุรกิจให้ความสำคัญในการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) ควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการที่ดี ทั้งนี้ การเข้าสู่ดัชนี DJSI จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และความน่าเชื่อถือในการลงทุนในสายตาของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศซึ่งเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนนำไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว โดยกองทุนรวมไทยเริ่มมีความสนใจการลงทุนในหุ้นที่เติบโตยั่งยืนมากขึ้น ปัจจุบันมี 23 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกว่า 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้ การส่งเสริมให้ บจ. ตระหนักถึงความสำคัญและดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นแกนหลักในทุกกระบวนการถือเป็นภารกิจสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งส่งผลดีต่อ บจ. ให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก” นายภากรกล่าว

ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม DJSI ในครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2562 โดยมีการทบทวนและประกาศรายชื่อสมาชิกในกลุ่ม DJSI ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี

ข่าวอื่นๆ