posttoday
ข้อมูลหลุด คือ วาระชาติ "ไชยชนก" จี้เชื่อมโยงบทลงโทษกับกฎหมาย PDPA

ข้อมูลหลุด คือ วาระชาติ "ไชยชนก" จี้เชื่อมโยงบทลงโทษกับกฎหมาย PDPA

09 สิงหาคม 2569

ด่วน ดัน การยืนยันตัวตนหลายชั้น เข้าครม. กางแผนระยะสั้น ล้างบางรหัสผ่านหน่วยงานรัฐ ระยะยาวเตรียมปรับโครงสร้างความปลอดภัย เดินหน้าฟ้องคนกระทำผิด เผยรู้ตัวคนร้ายแล้ว

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีข้อมูลหลุด โดยมีข้อมูลบัตรประชาชนของคนสำคัญๆระดับประเทศ อย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยนายไชยชนก ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และเรื่องนี้ เป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอยู่แล้ว 

 

พร้อมยืนยันว่า การหลุดของข้อมูล มาจากระบบล็อกอินของหน่วยงานด้านการขนส่ง ที่ใช้รหัสผ่านแบบเดาง่าย ไม่ใช่การ "แฮกระบบ" (Hack) โดยตรง

 

แต่ผู้ก่อเหตุไป ซื้อสิทธิการล็อกอิน  มาจาก Dark Web ซึ่งเป็นข้อมูลที่หลุดและสะสมมาเรื่อย ๆ จากทั่วโลก ซึ่งพบว่าของไทยเองก็มีหลุดไปกว่า 60 ล้าน User ในช่วงปีที่ผ่านมา แล้วนำมาใช้ล็อกอินผ่านระบบ API เพื่อดึงข้อมูลออกไป

 

นายไชยชนก กล่าวว่า ปัจจุบันตนเองได้ดำเนินการฟ้องร้องโดยกระทรวงดีอีแล้ว ล่าสุด ตำรวจไซเบอร์ ได้ขยายผลจนพบพื้นที่ที่ข้อมูลถูกนำไปพักเพื่อ "Cross-check" ก่อนจะนำไปขายในตลาดมืด และมีการบุกยึด Server ที่เกี่ยวข้องแล้ว

 

ซึ่งทราบเลข IP Address และเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ในการกระทำผิดแล้ว อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อระบุตัวบุคคล โดยส่วนตัวอยากฟ้องเพื่อเป็นคดีตัวอย่าง แต่ก็ไม่อยากฟ้องประชาชน ดังนั้นจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงดีอีและพรรค

 

ข้อมูลหลุด คือ วาระชาติ "ไชยชนก" จี้เชื่อมโยงบทลงโทษกับกฎหมาย PDPA

ไชยชนก ชิดชอบ

 

สำหรับมาตรการเร่งด่วน ที่ต้องเร่งให้เกิดทันทีคือ การเตรียมนำเรื่องการใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) หรือการยืนยันตัวตนหลายชั้น เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร็วที่สุด เพื่อใช้เป็นมาตรฐานความปลอดภัย

 

เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะในส่วนของ PDPC (คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หากหน่วยงานภาครัฐได้รับคำแนะนำจาก สกมช. (สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ) แล้วไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่เหมาะสม จะต้องมีบทลงโทษที่เชื่อมโยงกับกฎหมาย PDPA อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การแนะนำเหมือนที่ผ่านมา

 

มาตรการระยะสั้น คือรณรงค์ให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ "เปลี่ยนรหัสผ่าน" (Password) ทันที เนื่องจากข้อมูลที่เคยหลุดไปในอดีตหากมีการเปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ก็จะถือเป็นการรีเซ็ตความปลอดภัย ส่วนระยะยาว กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกำจัดช่องโหว่ให้หมดไป

 

ได้การสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐทำ User Cleansing เพื่อตรวจสอบและปิดบัญชีรายชื่อข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ยังคงมีสิทธิเข้าถึงระบบอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้เป็นช่องทางดึงข้อมูล

 

อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค.กระทรวงดีอี จะมีการประชุมหารือและแถลงข่าวเรื่อง “การยกระดับมาตรการหน่วยงานรัฐ เพื่อคุ้มครองข้อมูลประชาชน” ร่วมกับ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

 

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี , พล.อ.ต. อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) , พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC , ผู้แทนจากกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) และ ภาคประชาชน

ข่าวล่าสุด

ข้อมูลหลุด คือ วาระชาติ "ไชยชนก" จี้เชื่อมโยงบทลงโทษกับกฎหมาย PDPA

ข้อมูลหลุด คือ วาระชาติ "ไชยชนก" จี้เชื่อมโยงบทลงโทษกับกฎหมาย PDPA