ตปท.ขายหุ้นพักหุ้นกู้สั้น

วันที่ 04 ต.ค. 2553 เวลา 11:57 น.
ระวัง! นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นโยกไปพักตราสารหนี้สั้นวันละกว่า 1 หมื่นล้านบาท

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงลงทุนในตลาดตราสารหนี้ต่อเนื่องตามปริมาณเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคเอเชีย โดยวันที่ 30 ก.ย. ต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 14,199 ล้านบาท และวันที่ 1 ต.ค. ซื้อสุทธิอีก 12,773 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 ต.ค. ยอดซื้อสุทธิดังกล่าวเป็นในส่วนของตราสารหนี้ระยะยาวมากกว่า 1 ปี เพียง 2,700 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เป็นของนักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นแล้วนำเงินเข้ามาพักชั่วคราว เพื่อรอเวลาที่จะเข้าไปซื้อหุ้นรอบใหม่

ทั้งนี้ วันที่ 1 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิเพียง 668 ล้านบาท ปัจจุบันนักลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้แยกเป็นคนละกลุ่มชัดเจน เพราะฉะนั้นเงินในตลาดหุ้นคงไม่ลงทุนในตราสารหนี้นานนัก

น.ส.อริยา กล่าวว่า เงินที่เข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ ไม่ใช่ต้องการเพียงเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น เป็นการลงทุนโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและคำนึงถึงอัตราผลตอบแทนซึ่งขณะนี้ก็ยังดีอยู่

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสมาคมฯ กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2553 เงินลงทุนคงค้างในตราสารหนี้ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี มีทั้งสิ้น 9.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ทั้งปี 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 2.2 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 13 ปีครั้งใหม่ ใกล้ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับระดับ 30.69 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับบทวิเคราะห์การลงทุนหุ้นในเดือน ต.ค. ของนักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นมีโอกาสอ่อนตัว หลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นมาแรงและเร็ว โดยเฉพาะในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นถึง 22% และตามสถิตินักลงทุนต่างชาติมักจะขายหุ้นออกมามากกว่าซื้อสุทธิในเดือนนี้

ภาวะตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนียังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่ให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น เพราะไม่รู้ว่าต่างชาติจะขายหุ้นทิ้งเมื่อไร เนื่องจากนับแต่กลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ต่างชาติเริ่มสะสมหุ้น ส่งผลให้ดัชนีปรับขึ้นแล้ว 200 จุด ช่วงนี้ประเมินแนวต้านที่ 1,010 จุด และแนวรับที่ 953 จุด

บล.กสิกรไทย และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองสัปดาห์นี้แม้ดัชนีอาจมีโอกาสปรับขึ้นต่อได้จากเงินทุนไหลเข้า และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับขึ้น แต่ก็ควรระวังการปรับฐานในระยะสั้น และการขายทำกำไรของนักลงทุน คาดดัชนีจะมีแนวรับที่ 968 และ 945 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 993 และ 1,000 จุด