ออมสินเขย่าวงการขายฝากที่ดิน หั่นดอกเบี้ยเหลือ 8%

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 18:01 น.
ออมสินเขย่าวงการขายฝากที่ดิน หั่นดอกเบี้ยเหลือ 8%
ออมสินเขย่าวงการขายฝากที่ดิน ไฟเขียวตั้งบริษัทลูก อัดสินเชื่อที่ดินดอกเบี้ย 8% เริ่ม ก.ย.นี้

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสิน เห็นชอบ ให้ธนาคารออมสินจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อที่ดินและการรับขายฝากที่ดินในรูปแบบผู้ประกอบการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือ นอนแบงก์ ร่วมทุนกับหน่วยงานของรัฐ โดยธนาคารออมสินจะใส่เงินทุน 1,000 ล้านบาท และมีสัดส่วนถือหุ้นมากกว่า 51% โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาจัดตั้งบริษัท และวางระบบไม่เกิน 3 เดือน และเริ่มทำธุรกิจให้สินเชื่อได้ตั้งแต่เดือน ก.ย.2565

สำหรับสินเชื่อที่ดิน ธนาคารต้องการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการที่มีที่ดินแต่ยังติดขัดเรื่องสภาพคล่องที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีประชาชน หรือ ผู้ประกอบการ ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อเป็นจำนวนมาก จนต้องไปกู้ หรือ ขายฝาก นอกระบบ ที่มีการคิดดอกเบี้ยในอัตราสูง ซึ่งเบื้องต้นธนาคารกำหนดอัตราดอกเบี้ย สินเชื่อที่ดิน และขายฝากไว้ที่ 8% ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดที่เฉลี่ยอยู่ราว 40% ถือว่าลดภาระให้กับประชาชนและผู้ประกอบการได้มาก

นายวิทัย กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วซึ่งในระยะเริ่มต้นจะเน้นปล่อยสินเชื่อที่ดินไปก่อน โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับ สินเชื่อ SME มีที่ มีเงิน ของธนาคารออมสิน ที่ออกมาช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 ซึ่งปิดโครงการไปเมื่อ 30 มี.ค.2565 คือ ให้จำนวนเงินให้กู้ไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดินของทางราชการ วงเงินให้กู้กรณีบุคคลธรรมดา ตั้งแต่ 1-10 ล้านบาท กรณีนิติบุคคล 1-50 ล้านบาท ส่วนการขายฝากที่ดินนั้นจะรับขายฝากที่ดินจะดำเนินการในระยะต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายวิทัยระบุว่า การขายฝากที่ดินนั้นจะรับขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะมีการผ่อนปรนในตัววงเงินสินเชื่อที่มากกว่าสินเชื่อที่ดิน เนื่องจากการขายฝากมีต้นทุนในการบริหารจัดการน้อยกว่า โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยจะอัตราต่ำกว่าการฝากขายที่ดินในตลาด ปัจจุบันธุรกิจขายฝากยังมีผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมาก มีการเข้ามาจดทะเบียนกับกรมที่ดินเฉลี่ยปีละ 1-2 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของธนาคารออมสินหลังจากจัดตั้งบริษัทลูกแล้วคาดว่า ในปีแรกจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท