posttoday

ธอส. ปล่อยสินเชื่อทำคนไทยมีบ้านสูงสุดรอบ 68 ปี

02 กุมภาพันธ์ 2565

ธอส. โชว์ปล่อยสินบ้าน 64 สูง 2.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.65% สูงสุดรอบ 68 ปี ยันขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ให้ช้าที่สุดลดภาระลูกค้า

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ปี 2564 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 246,875 ล้านบาท 181,843 บัญชี เพิ่มขึ้น 9.65% สูงกว่าเป้าหมาย 31,234 ล้านบาท และถือเป็นจำนวนสินเชื่อปล่อยใหม่ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ 68 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคาร

แบ่งเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 85,403 ราย คิดเป็น 57% ของจำนวนรายลูกค้าสินเชื่อปล่อยใหม่ ทำให้มียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,458,659 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.40% มีสินทรัพย์รวม 1,506,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.04% เงินฝากรวม 1,274,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.74% และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 58,381 ล้านบาท คิดเป็น 4% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ซึ่งมี NPL อยู่ที่ 3.75% ของสินเชื่อรวม

ธนาคารได้ทยอยตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนสูงถึง 111,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.93% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 191.55% สะท้อนถึงความมั่นคงและพร้อมในการรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ในอนาคต และยังคงมีกำไรสุทธิที่ 12,351 ล้านบาท

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ณ วันที่ 31 ม.ค. 2565 ยังมีลูกค้าที่อยู่ในมาตรการความช่วยเหลือเดิมของธนาคารลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้า 3 มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน เพื่อขยายการให้ความช่วยเหลือต่ออีกอย่างน้อยถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 81,192 บัญชี เงินต้นคงเหลือ 84,137 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มีลูกค้าที่ไม่สามารถกลับมาชำระได้ปกติ 11,000 บัญชี คิดเป็นวงเงิน 11,000 ล้านบาท คิดเฉลี่ยบัญชีละ 1 ล้านบาท และกลุ่มที่ขอพักหนี้ต่อแต่ไม่ชำระตามเงื่อนไข 9,000 ล้านบาท รวมเป็นทั้งหมด 20,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่ากลุ่มนี้จะเป็นหนี้เสียเห็นชัดตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นไป

“ธอส.ไม่กังวล เพราะได้มีการสำรองไว้แล้ว 190% หรือคิดเป็น 111,827 ล้านบาท ซึ่งไม่มีปัญหา ซึ่งจากนี้จะมีมาตรการเชิงรุกเข้าไปดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ โดยการปรับโครงสร้างหนี้ สำหรับลูกค้าที่ตามตัวเจอ ส่วนลูกค้าที่ตามตัวไม่เจอก็กังวล เพราะเข้าโครงการพักชำระหนี้มาแล้วไม่จ่ายหนี้มา 14-18 เดือนแล้ว ก็อาจจะต้องดำเนินการกฎหมาย” นายฉัตรชัย กล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า แนวโน้มดอกเบี้ยบ้านในตลาดอยู่ในทิศทางขาขึ้น ต้องติดตามการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในกรณีที่มีการขึ้นถี่ ติดต่อกัน ก็จะกดดันคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลต่อ ธอส.ให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามไปด้วย เป็นการปรับเงินค่างวดบ้านในรอบนับสิบ ๆ ปี ซึ่งกังวลการขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ จะกระทบกับลูกค้าที่อยู่ในโครงการพักหนี้ และผู้มีรายได้น้อย เพราะจะมีภาระเงินงวดมากขึ้น โดยเฉลี่ยทุกเงินกู้ 1 ล้านบาท จะเพิ่มเงินงวดประมาณ 500 บาท

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการบรรเทาภาระให้กับผู้มีรายได้น้อย ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้น ธอส. เตรียมวงเงินสินเชื่อ 8 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3 โครงการ ในปี 2565 ประกอบด้วย 1.โครงการบ้านล้านหลังเฟส 2 วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 1.99% 2.สินเชื่อของธนาคารเพื่อผู้มีรายได้น้อย 4 หมื่นล้านบาท และ 3.นำเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ มาจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อโดยตรงในลักษณะเดียวกันกับ Peer-to-Peer Lending (P2P) วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

SET แก่วงฟื้นตัว ท่ามกลางความผันผวนของภาษีทรัมป์ จับตาตัวเลขส่งออกไทย