หมูแพงยกเล้า ไข่แพงยกแผง สุดทนรัฐบาลเอาไม่อยู่

วันที่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 20:31 น.
หมูแพงยกเล้า ไข่แพงยกแผง สุดทนรัฐบาลเอาไม่อยู่
มรสุมรัฐบาลบิ๊กตู่ ที่เอาไม่อยู่ทั้งโอมิครอนและราคาสินค้าแพงทั่วไทย ทำประชาชนหมดหวังหมดความอดทน

ปีใหม่ 2565 ไม่ถึงเดือน ถือเป็นปีสินามิของคนไทยที่เจอแต่ข่าวร้าย ทั้งการกลัวการระบาดของโควิด-19 โอมิครอน ที่วันนี้มีผู้ติดเชื้อใกล้ทะลุหมื่นคนต่อวัน และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ รัฐบาลบิ๊กตู่ บอกว่าปลายเดือนม.ค. จะติดเชื้อทะลุ 2 หมื่นคนต่อวัน และเดือน ก.พ. จะติดเชื้อทะลุ 3 หมื่นคนต่อวัน

นอกจากประชาชนกังวลว่ารัฐบาลบิ๊กตู่เอาโอมิครอนไม่อยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องกังวลว่ารัฐบาลบิ๊กตู่ยังเอาราคาสินค้าแพงไม่อยู่อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ เป็นการซ้ำเติมชีวิตให้คนไทยอยู่อยากลำบากเพิ่มขึ้นไปอีก

ราคาหมูแพงในรอบ 10 ปี จากราคากิโลกรัมละ 150 บาท เป็น 200-220 บาท เนื่องจากหมูเจ็บหมูตาย ทำให้หมูขาดตลาดไม่พอบริโภคในประเทศ ทำให้ราคาหมูแพงทั้งวงจร

นอกจากรัฐบาลบิ๊กตู่ ยังบอกไม่ได้อีกว่าหมูเป็นโรคอะไรตาย เป็นโรคระบาดร้ายแรงตามที่กลุ่มสัตว์แพทย์บอกหรือไม่ ซึ่งจะเป็นเรื่องร้อนของรัฐบาลบิ๊กตู่ ว่าปิดข่าวโรคระบาดร้ายแรงในหมูของประเทศที่เริ่มมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาหรือไม่

เรื่องหมูๆ ที่แพงจนคนเริ่มซื้อหมูกินไม่ไหว ยังไม่ทันได้แก้ไขให้บรรเทาลง ก็มีเรื่องไข่ไก่ขึ้นราคาแพงกว่าเดิม รวมถึงเนื้อไก่ก็ขึ้นราคาตามราคาเนื้อหมู จนรมว.พาณิชย์ ออกมาเบรกแต่ก็ดูเหมือนสายไปเพราะราคาปรับขึ้นไปแล้ว

นอกจากหมูแพงยกเล้า ไข่แพงยกแผงแล้ว ประชาชนคนไทยยังต้องเจอปัญหาสินค้าอื่นๆ ราคาแพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันรถยนต์ที่ราคาแพงทะลุ 30 บาทมานานแล้ว สำหรับน้ำมันเบนซิน ส่วนน้ำมันดีเซลรัฐบาลพยายามยันไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร จนถึงเดือนมี.ค. นี้ โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนเดือนละ 3-4 พันล้านบาท จนเงินกองทุนหมดต้องขอกู้เพิ่มอีก 2 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ราคาก๊าซหุงต้มก็จะตรึงราคาได้ถึงเดือน ม.ค. นี้ ก็มีแนวโน้มต้องขยับราคาเพิ่มเพราะไม่มีเงินอุดหนุนได้เหมือนเดิม ประกอบกับค่าไฟฟ้า ค่าทางด่วนก็ราคาเพิ่มขึ้น

ราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้นยกแผง ย่อมส่งผลกระทบกับค่าครองชีพ เป็นปัญหาของผู้ประกอบการทำให้ต้องขึ้นราคาสินค้า กลายเป็นปัญหางูกินหาง ที่รัฐบาลบิ๊กตู่แก้ไม่ตก

ลำพังมีปัญหาโควิดโอมิครอนระบาด ก็ทำให้เกิดความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ รายได้ลดลง ถูกลดเวลาการทำงาน คนที่แย่โชคร้ายก็ถูกเลิกจ้าง แต่การกินการใช้ในชีวิตกับต้องมาเจอมรสุมสินค้าแพง สวนทางรายได้ลดแต่รายจ่ายเพิ่ม ทำให้ประชาชนหาเช้ากินค่ำเริ่มหมดหวังกับรัฐบาลบิ๊กตู่

หากรัฐบาลปล่อยให้การระบาดของโอมิครอนระบาดหนักเอาไม่อยู่ ตีคู่ไปกับราคาสินค้าแพงไม่เลิก เช่นนี้ ทำให้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ที่หาเช้ากินค่ำเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต ทำให้นอกจากเริ่มหมดหวังแล้ว ยังเริ่มหมดความอดทนกับรัฐบาลบิ๊กตู่ในการแก้ปัญหาโควิดและเศรษฐกิจปากท้องที่ล้มเหลวเป็นระลอกๆ เช่นนี้