คาดรัฐต้องกู้เงินเพิ่มรายได้ไม่เข้าเป้า

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 18:49 น.
คาดรัฐต้องกู้เงินเพิ่มรายได้ไม่เข้าเป้า
เศรษฐกิจโค้งท้ายหนัก ชิมช้อปใช้ซึมคนเก็บเงินไม่มั่นใจอนาคต รัฐเก็บรายได้ต่ำเป้า คาดหนีกู้เงินเพิ่มไม่พ้น

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจช่วงสองเดือนสุดท้ายน่าจะกระเตื้องขึ้นบ้างโดยภาพรวม ทั้งการบริโภค การลงทุน การส่งออกและการท่องเที่ยว ภาคการบริโภคจะขยายตัวเป็นบวกเพิ่มเติมจากไตรมาสสามที่ผ่านมา แต่ยังคงติดลบเมื่อเทียบกับสองเดือนสุดท้ายของปีที่แล้ว

มาตรการกระตุ้นการบริโภคลดภาษีชิม ช้อป ใช้ ในระดับปัจเจกบุคคลจะมีประสิทธิผลกระตุ้นบุคคลให้ใช้จ่ายน้อยกว่าปีที่แล้วเนื่องจากปลายปีนี้คนจำนวนมากไม่รู้สึกว่ามีความมั่นคงในงาน คนจำนวนไม่น้อยถูกลดเงินเดือนและเข้าสู่โครงการเกษียณก่อนกำหนดและถูกออกจากงาน แต่มีประสิทธิภาพในการสร้างการหมุนเวียนของการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมากกว่าเดิมเนื่องจากมีการออกแบบให้การใช้จ่ายให้มีการกระจุกตัวเฉพาะในเครือข่ายห้างค้าปลีกขนาดใหญ่น้อยลง เม็ดเงินกระจายไปยังผู้ค้ารายย่อยรายเล็กมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อในภาคชนบทและภาคเกษตรกรรมอ่อนแอลงจากผลกระทบปัญหาอุทกภัย หากประเทศไทยไม่มีการลงทุนในระบบการบริหารจัดการน้ำที่ดีกว่านี้ ระบบการผลิตในภาคเกษตรกรรมจะมีความผันผวนและเกิดการชะงักงันจากภาวะน้ำท่วมน้ำแล้งได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันการระบาดระลอกสองของโควิด-19 ตามแนวชายแดนพม่าเป็นความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจและอาจเป็นปัญหาสาธารณสุขในระยะต่อไปได้

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในภาคการลงทุนเอกชนในระยะ 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้า ส่วนการลงทุนภาครัฐจะติดขัดในเรื่องกลไกภาครัฐ เป็นรัฐรวมศูนย์ไม่กระจายอำนาจ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าหมายและมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อนำมาใช้จ่าย ส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบ Long Stay โดยจำกัดจำนวนเน้นคุณภาพ โดยมีการควบคุมตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เป็นผลดีกับเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ควรนำโครงการอิลีท การ์ดที่ถูกยุบไปแล้วนำมาศึกษาและดำเนินการให้เหมาะสมกับสถานการณ์จะช่วยฟื้นฟูธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ระดับหนึ่ง