นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ภายในเดือน ธ.ค. 2560 กรมสรรพากรจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเก็บภาษีจากผู้ประกอบการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรอีกครั้ง เพื่อรวบรวมความเห็นมาพิจารณาก่อนนำเสนอกฎหมายต่อกระทรวงการคลัง
ก่อนหน้านี้ กรมสรรพากรได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้วในช่วง วันที่ 21 มิ.ย.-11 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา และพบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 64 ราย เห็นด้วย 29 ราย ไม่เห็นด้วย 35 ราย
ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะมีการแก้ไขร่างกฎหมายโดยแยกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การกำหนดนิยามของนิติบุคคลที่เข้าข่ายในการเสียภาษีให้ชัดเจนขึ้น เช่น มีการใช้โดเมน ท้องถิ่นในไทย มีการทำธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบสกุลเงินบาท หรือต่างประเทศก็ได้แต่ธุรกรรมเกิดขึ้นในประเทศไทย และมีสถานประกอบการอยู่ในประเทศไทย ซึ่งในส่วนนี้รวมถึงบริษัทต่างชาติที่มีการตั้งบริษัทลูกอยู่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ จะกำหนดให้ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างหรือให้บริการโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ซื้อสินค้า หรือผู้รับบริการที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการดังกล่าวเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต)
ทั้งนี้ จะยกเลิกการเว้นเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กับสินค้านำเข้าทางไปรษณีย์ สำหรับมูลค่าสินค้าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในการชำระภาษีระหว่างผู้ประกอบการในและต่างประเทศ
นายประสงค์ กล่าวว่า หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว กรมสรรพากรจะได้มีการปรับปรุงบางส่วนตามข้อเสนอต่างๆ ที่ได้รับฟัง มา แต่บางส่วนก็ไม่ต้องมีการ ปรับปรุง ตรงไหนเดินหน้าได้ก็เดินหน้าต่อไป
"หลังจากเปิดรับฟังความ คิดเห็นอีกครั้งในเดือน ธ.ค. 2560 ก็จะเร่งสรุปในรายละเอียดเพื่อ เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยเร็วที่สุด เพื่อให้กฎหมายมี ผลบังคับใช้โดยเร็ว เพราะปัจจุบันมีมูลค่าการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักแสนล้านบาท" นายประสงค์ กล่าว
