ส่อลดดอกเบี้ย

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2555 เวลา 12:15 น.

ส่อลดดอกเบี้ย

ธปท.ส่งสัญญาณผ่อนคลายดอกเบี้ย หลังกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปีหน้าเท่าเดิมที่ 0.5-3% และแนวโน้มความเสี่ยงการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีมากกว่า

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปีหน้าทิศทางของนโยบายการเงิน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง เพราะจากการประเมินภาพเศรษฐกิจในปีหน้าของ ธปท.ยังคงเห็นความเสี่ยงในด้านการเจริญเติบโตมากกว่าความเสี่ยงด้านเสถียรภาพราคา

สำหรับการกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2556 ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว โดยปีหน้ายังคงเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 0.5-3% เช่นเดิม

ทั้งนี้ สาเหตุที่คงเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานไว้ที่ระดับ 0.5-3% แม้จะประเมินว่าเงินเฟ้อพื้นฐานปีหน้าจะต่ำลงอยู่ที่ 1.7% เนื่องจากยังมีความเสี่ยงในประเทศ 2 เรื่องที่จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นได้ คือ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ อาจส่งผลให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าในบางประเภทได้ หากภาคธุรกิจไม่สามารถใช้วิธีลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรองรับได้เพียงพอ และขณะเดียวกันการใช้จ่ายในประเทศที่ยังคงมีแนวโน้มที่สูง อาจจะเป็นอีกส่วนที่ทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานในปีหน้าปรับตัวขึ้นได้

“ปีหน้าเห็นความเสี่ยงในเรื่องการเติบโตสูงกว่า ธปท.ก็พยายามทำนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยในขณะนั้นให้มากที่สุด” นายประสาร กล่าว

สำหรับสาเหตุที่ ธปท.และคลังยังเลือกใช้เงินเฟ้อพื้นฐานเป็นเป้าหมายต่อ แทนที่จะเริ่มใช้เงินเฟ้อทั่วไป ที่สามารถสะท้อนเงินเฟ้อแท้จริงได้ และสามารถอธิบายกับประชาชนให้เข้าใจได้มากกว่านั้น เนื่องจากเห็นตรงกันว่า รัฐบาลยังปรับโครงสร้างราคาพลังงานไม่เสร็จ หากใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ซึ่งรวมราคาพลังงาน และราคาอาหารเข้าไว้ด้วยเป็นเป้าหมายเงินเฟ้อเพื่อทำนโยบายการเงินหรือกำหนดดอกเบี้ยนโยบาย อาจจะมีความไม่แน่นอน

ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเงินเฟ้ออาจจะเร่งขึ้นมากจนจำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยขึ้นดูแล เพราะหากรัฐมีการขยับราคาพลังงานบางส่วนขึ้น อาจจะกระทบต่อเงินเฟ้อทั่วไป และทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องตอบสนอง ซึ่งจะทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าสะดุดได้ จึงตกลงให้ใช้เงินเฟ้อพื้นฐานต่อไป

ด้าน น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า บริษัท สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส หรือ เอสแอนด์พี ได้ประกาศอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาว และระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ (Long-term / Short-term Foreign Currency Rating) ที่ระดับ BBB+/A-2 และระดับอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินบาท (Long - term/Short - term Local Currency Rating) ที่ระดับ A-/A-2

นอกจากนี้ ได้ยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) และยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยบน ASEAN Regional Scale ระยะยาวที่ axAA และระยะสั้นที่ axA-1 ตามลำดับ ซึ่งเป็นการคงอันดับเครดิตประเทศไว้ที่เดิม

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ