อเบอร์ดีน มั่นใจหุ้นเอเชีย แนะนักลงทุนไทยกระจายการลงทุน

วันที่ 27 ส.ค. 2564 เวลา 08:40 น.
อเบอร์ดีน มั่นใจหุ้นเอเชีย แนะนักลงทุนไทยกระจายการลงทุน
อเบอร์ดีน ยังคงมั่นใจผลกำไรในเอเชียมีแนวโน้มเติบโตขึ้น แนะนักลงทุนไทยกระจายการลงทุน

บริษัทจัดการกองทุนชั้นนำระดับโลกอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ เชื่อว่าการเข้าถึงวัคซีนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยฟื้นฟูแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นี้เป็นต้นไปได้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะยังคงส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการหยุดชะงัก แต่ก็คาดว่าผลประกอบการของบริษัทต่างๆ จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยแรงหนุนจากภาคเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และแนวโน้มเชิงโครงสร้างที่สำคัญอื่น ๆ

ความท้าทายต่าง ๆ ยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดเอเชียทั่วทั้งภูมิภาค และในประเทศไทย ความท้าทายเหล่านั้นก็เริ่มควบคุมได้ยากขึ้นเนื่องจากการระบาดครั้งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

คุณพฤกษา เอี่ยมธงทอง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียของ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชียจะใช้นโยบายการเงินที่ยืดหยุ่นในช่วงนี้ เพื่อสร้างรากฐานให้แก่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

“เราเชื่อว่าอัตราการฉีดวัคซีนจะเพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียในปีหน้าเมื่อมีวัคซีนเข้ามาเพียงพอ ซึ่งจะทำให้ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียรวมถึงไทยสามารถกลับมาเริ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดช่องว่างกับประเทศที่พัฒนาแล้วให้แคบลงได้”

“เรามองเห็นเหตุผลหลายประการที่ทำให้เชื่อมั่นว่านักลงทุนไทยจะมีมุมมองเชิงบวกกับการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ในปีนี้ แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่เราก็คาดว่าผลประกอบการของบริษัทต่างๆ จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้โดยอาศัยแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ต่อเนื่องของภาคเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ที่จะช่วยป้องกันความผันผวนเชิงลบในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ได้” คุณพฤกษา กล่าว

ตลาดหลักทรัพย์เอเชียบางแห่งมีราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นมากพอสมควร จากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มที่เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดสหรัฐอเมริกาจะชันขึ้นและผลกระทบที่จะมีต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ทั้งนี้อเบอร์ดีนยังคงใช้แนวทางการลงทุนด้วยความระมัดระวังในส่วนของหลักทรัพย์ที่กำลังเติบโตซึ่งราคาได้ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งแม้มีผลกำไรน้อยหรือไม่มีเลย

“อีกทั้งนักลงทุนทั่วโลกยังถือครองหุ้นเอเชียอยู่ในระดับต่ำ โดยมีราคาซื้อขายที่น่าดึงดูดใจมากสำหรับตลาดทั่วโลกแม้จะมีการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งก็ตาม” คุณพฤกษากล่าวเสริม

ในฐานะนักลงทุนระยะยาว อเบอร์ดีนยังคงให้ความสนใจกับบริษัทที่มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มในการได้ประโยชน์จากการเติบโตเชิงโครงสร้าง โดยบริษัทซึ่งมีสถานะเงินสดที่ดีและมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในระดับสูง ซึ่งจะสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนในระยะสั้นได้ดีที่สุด

โรเบิร์ต เพนนาโลซา หัวหน้าประจำประเทศไทยของ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ กล่าวว่า “ในขณะที่โลกกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจอยู่นั้น นักลงทุนต่างมองหาการสร้างพอร์ตการลงทุนที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนมากขึ้น ที่ อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ เรานำเสนอกลยุทธ์บนพื้นฐานของ ESG ที่หลากหลายให้แก่นักลงทุนชาวไทย เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและบรรลุเป้าหมายในระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นจีนและกองทุนบริษัทขนาดเล็กระดับโลกที่ลงทุนในธุรกิจที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไปจนถึงกลยุทธ์การจ่ายเงินปันผลแบบไดนามิกทั่วโลกที่มุ่งเป้าไปยังการจ่ายเงินปันผลรายเดือนโดยไม่คำนึงถึงความผันผวนของตลาดในวงกว้าง เราเชื่อว่าหุ้นยังคงเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทยในอนาคต”

บริษัทในเอเชียส่วนใหญ่คาดการณ์การเติบโตที่ดีของผลกำไรในปี 2564 ในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด และอเบอร์ดีนก็คาดว่าเงินปันผลจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเศรษฐกิจกลับมาเป็นปรกติมากขึ้น

คุณพฤกษาเชื่อว่าแนวโน้มเชิงโครงสร้างที่สำคัญต่อไปนี้จะขับเคลื่อนตลาดหุ้นเอเชียในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้

การไขว่คว้าโอกาส: ในขณะที่ชนชั้นกลางของไทยและเอเชียยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นที่คาดการณ์ไว้ว่าการบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพสูงในด้านต่าง ๆ จะเติบโตขึ้น เช่น อาหารและเครื่องดื่ม การศึกษา และบริการทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยบางรายที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ขนาดเล็กก็นำเสนอโอกาสในการลงทุนที่ดี

การก่อร่างสร้างตัวของเอเชีย: การเติบโตของประชากรในเมืองนำมาซึ่งความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย รวมทั้งช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างในประเทศไทย เช่น ปูนซีเมนต์ และเหล็กสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี: ในเอเชียมีบริษัทชั้นนำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีอุปกรณ์การแพทย์ อเบอร์ดีนมองเห็นศักยภาพของบริษัทต่าง ๆ รวมถึงบริษัทด้านการวิจัย การดูแลระบบทางเดินหายใจและการนอนหลับ การพัฒนาวัคซีน รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรมและการวินิจฉัยโรค

อนาคตแบบดิจิทัล: เทคโนโลยีที่ผสานกันมากขึ้นทั่วโลกจะขับเคลื่อนบริษัทในเอเชียที่ดำเนินงานด้านเกม อินเทอร์เน็ต ฟินเทค และบริการทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์ และการประมวลผลตัวขับเคลื่อนเทคโนโลยี: ภูมิภาคเอเชียมีห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการได้รับอานิสงค์จากแนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้างในระบบ 5G บิ๊กดาต้า และการเชื่อมต่อทางดิจิทัล

ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: จากการที่ผู้วางนโยบายระดับโลกมีพันธะสัญญาที่จะสร้างอนาคตที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ บริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมจึงมีแนวโน้มที่จะมีอนาคตที่สดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกริดพาริตี้ (การทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเท่ากับต้นทุนของไฟฟ้าในระบบปรกติ) จะเข้ามาพลิกโฉมวงการได้