เลือก Robo Advisor คู่ใจ

วันที่ 12 ส.ค. 2563 เวลา 07:07 น.
เลือก Robo Advisor คู่ใจ
คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย... K-Expert เสาวนีย์ พงษ์เสนีย์ ที่ปรึกษาการเงินธนาคารกสิกรไทย

ผลของการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบกับสภาพเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้นักลงทุนหลายคนไม่ได้ขายหุ้นก่อนที่ตลาดจะปรับตัวลดลง (Cut Loss) กำไรที่เคยสะสมไว้ในพอร์ตหายไปในพริบตา หรือต้องทิ้งเงินลงทุนในหุ้นที่เติบโตช้า จนทำให้พลาดโอกาสในการลงทุน ปัญหาการไม่กล้าตัดสินใจเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ ดูเหมือนจะเป็นปกติของนักลงทุนทั่วๆไป ด้วยเหตุนี้จึงมีการนำเอาหุ่นยนต์ (Robot) มาใช้วางแผนการลงทุนหรือที่เรียกว่า ROBO ADVISOR

หุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยออกแบบ และบริหารพอร์ตกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้านต่างๆ เช่น การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ข้อมูลการซื้อขาย เป็นต้น และทำการตัดสินใจส่งคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติเพื่อลดการตัดสินใจของมนุษย์ที่มักจะใช้อารมณ์จนอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด

เทคโนโลยีนี้จะทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใครๆก็สามารถลงทุนได้ และในปัจจุบันมีผู้ให้บริการเครื่องมือการลงทุนจำนวนมากซึ่งมีเงื่อนไขรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถเลือกหุ่นยนต์ที่จะมาเป็นคู่คิดบริหารเงินให้งอกเงยได้โดยไม่สะดุด ควรมีเทคนิคในการเลือก ดังต่อไปนี้

1. ผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ โดยสังเกตว่าผู้ให้บริการนั้นเป็นสถาบันการเงินหรือเป็นบริษัทที่มีการให้บริการการลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง หรือทำการตรวจสอบรายชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต ก่อนตัดสินใจลงทุน ที่สำคัญหากพบว่ามีผู้ให้บริการที่เสนอผลตอบแทนที่สูงผิดปกติและเร่งรัดการตัดสินใจ ควรระมัดระวังไว้ก่อน เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพได้

2. มีจำนวนกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ที่หลากหลาย ถึงแม้ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้จัดพอร์ตการลงทุน แต่ระบบนี้ก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์ในการพิจารณาคัดเลือกกองทุนเพื่อให้ระบบคำนวณและตัดสินใจซื้อขายภายใต้สภานการณ์ที่ดีที่สุดในช่วงนั้น ดังนั้นหากผู้ให้บริการมีการคัดเลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนสูงและความเสี่ยงที่เหมาะสมจากกองทุนที่หลากหลายก็จะช่วยเพิ่มโอกาสที่แผนการลงทุนนั้นจะสำเร็จตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

3. จำนวนเงินลงทุนเหมาะสม จุดเด่นของ ROBO ADVISOR คือ ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้ด้วยการใช้เงินลงทุนต่ำและช่วยสร้างวินัยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า Dollar Cost Average เงินลงทุนจึงประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ (1) เงินลงทุนครั้งแรก และ (2) เงินลงทุนเป็นงวดในครั้งถัดๆไป ซึ่งผู้ให้บริการแต่ละรายมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของเงินลงทุนครั้งแรกและงวดถัดไปแตกต่างกัน นักลงทุนควรตรวจสอบให้เหมาะสมกับจำนวนเงินลงทุนที่ตั้งใจไว้ เพราะการจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้นั้นไม่ได้เกิดจากผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากวินัยการลงทุนตามแผนอย่างสม่ำเสมอด้วย

4. มีการแจ้งเตือนการปรับพอร์ตอัตโนมัติ (Rebalance) เมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง ผู้ลงทุนก็ไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์นั้น ระบบจะทำการปรับพอร์ตการลงทุนให้อัตโนมัติหรือหากเหตุการณ์เป็นปกติระบบก็จะทำการปรับสัดส่วนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเป้าหมาย เพื่อไม่ให้นักลงทุนต้องมีสินทรัพย์เสี่ยงมากเกินไปหรือมีสินทรัพย์บางอย่างน้อยจนพลาดโอกาสลงทุน โดยระบบจะทำการขายกองทุนส่วนที่เกินและนำไปซื้อกองทุนอื่นเพื่อให้สัดส่วนการลงทุนนั้นเป็นไปตามแผน การมีระบบแจ้งเตือนจะช่วยให้นักลงทุนทราบและสามารถติดตามพอร์ตของตนเองได้อย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้การลงทุนเป็นพอร์ตจะเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการลงทุนเป็นพอร์ตจะไม่มีโอกาสขาดทุน ในบางช่วงเวลาเราอาจเห็นพอร์ตติดลบได้แต่โดยทั่วไปแล้วการลงทุนระยะยาวมักจะมีแนวโน้มที่ผลตอบแทนนั้นจะเป็นบวก ดังนั้น เมื่อผู้ลงทุนได้ตั้งเป้าหมายแล้วควรมีวินัยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอและไว้วางใจให้ Robot ช่วยตัดสินใจซื้อขาย เพราะการเข้ามาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนบ่อยเกินความจำเป็นอาจส่งผลให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ได้

บทความแนะนำ