UNRP ประกันชีวิตควบการลงทุนตอบโจทย์ทั้งความคุ้มครองและความมั่งคั่งจริงหรือ?

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 06:29 น.
UNRP ประกันชีวิตควบการลงทุนตอบโจทย์ทั้งความคุ้มครองและความมั่งคั่งจริงหรือ?
คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย...เสาวนีย์ จรรยา ที่ปรึกษาบริหารทรัพย์ลูกค้าบุคคลอาวุโส AFPTTM ธนาคารกสิกรไทย

การลงทุนอย่างไรดี...ทุกข์ของคนมีเงิน

พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นการนำเงินที่เก็บสะสมมาด้วยความเหนื่อยยากไปหาสินทรัพย์ลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงๆ แน่นอนว่าความเสี่ยงย่อมสูงตามไปด้วย ซึ่งถ้าหากการลงทุนนั้นไม่เป็นไปตามคาดหวัง ก็จะทำให้เงินก้อนนั้นมีโอกาสลดลง แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่ลงทุนอะไรเลยก็อาจจะทำให้มูลค่าเงินมีโอกาสลดลงไปเรื่อยๆ เหตุเพราะสภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปี เราจึงจำเป็นที่จะต้องดูว่าผลิตภัณฑ์การเงินอะไรที่ตอบโจทย์ ซึ่งวันนี้ขอนำเสนอ UNRP กรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน

Unit Linked Regular Premium (UNRP) คือ การรวมประกันชีวิตและการลงทุนในกองทุนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะให้ประโยชน์ในการคุ้มครองชีวิตพร้อมกับมีโอกาสในการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมที่มีการคัดสรรคุณภาพกองทุน จาก บลจ.ชั้นนำ มากกว่า 30 กองทุน และมากกว่า 5 บลจ. ซึ่งครอบคลุมทั้งการลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทองคำ น้ำมัน เป็นต้น พร้อมกันนี้ผู้เอาประกันสามารถปรับเปลี่ยนความคุ้มครอง และรูปแบบการลงทุนเพื่อให้ตรงกับแผนการลงทุนได้ตามต้องการ และยังสามารถวางแผนต่างๆเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการดำเนินชีวิตได้ พร้อมทั้งยังสามารถเพิ่มความคุ้มครองสุขภาพ/โรคร้ายแรงด้วยการซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้อีกด้วย

โดยที่ผลิตภัณฑ์ UNRP นั้นมีจุดเด่นที่เราสามารถกำหนดหรือออกแบบสิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง เป็นความยืดหยุ่นตามแบบช่วงชีวิตของแต่ละคน และยังควบคู่ไปกับการวางแผนการเงินในหลายรูปแบบ เช่น การวางแผนจัดการมรดก , การวางแผนเกษียณ , วางแผนคุ้มครองความเสี่ยงธุรกิจ , วางแผนการศึกษา รวมถึง การวางแผนสุขภาพ เป็นต้น

กรณีแผนมรดก ตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนอายุ 45 ปี ต้องการวางแผนมรดกให้บุตร โดยมีเป้าหมายออมเงินปีละ 100,000 บาท หากลงทุนในกรมธรรม์ประกันชีวิตปกติ (Ordinary Life Insurances) จ่ายเบี้ยประกันประมาณปีละ 100,000 บาท เป็นระยะเวลา 9 ปี ผู้ลงทุนจะได้ทุนประกันคุ้มครอง 2 ลบ. ซึ่งถ้าลงทุนในผลิตภัณฑ์ UNRP ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน ระยะเวลาการลงทุนใกล้เคียงกัน ผู้ลงทุนสามารถเลือกวงเงินคุ้มครองได้ถึง 4 ลบ. เป็นต้น

ข้อดีของ UNRP

1. ความยืดหยุ่นของผลิตภัณฑ์

- มีความยืดหยุ่นในการเลือกเบี้ยประกันและความคุ้มครองได้ด้วยตนเองให้สอดคล้องกับแบบแผนที่วางไว้

- การชำระเบี้ยที่ยืดหยุ่น ให้เราสามารถหยุดพักชำระเบี้ยประกันภัยได้ โดยความคุ้มครองและโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนยังคงอยู่ ตราบเท่าที่มีมูลค่าการลงทุนคงเหลือมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระรายปี

- เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์กองทุนได้หลากหลายจากบลจ.ชั้นนำ โดยมีกองทุนให้เลือกมากกว่า 30 กองทุน และมากกว่า 5 บลจ.(ขึ้นอยู่กับ บริษัทประกันชีวิต นั้นๆ มีการเลือก บลจ. หรือกองทุนรวม เข้ามาในแผนการลงทุนแบบ UNRP) เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าตามความเสี่ยงที่เรารับได้ สามารถปรับเปลี่ยนกองทุนได้ฟรีโดยไม่จำกัด และไม่เสียค่าธรรมเนียมในการซื้อขายกองทุน

2. สามารถเพิ่มเงินออมเพื่อการลงทุนได้ ช่วงที่เรามีรายได้เพิ่มหรือมีเงินโบนัส เราสามารถเพิ่มเงินลงทุนโดยการชำระเบี้ยประกันส่วนที่เป็นเงินออมเพิ่มเติมได้ เพื่อสร้างโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

3. เพิ่มความอุ่นใจ กับสัญญาเพิ่มเติม ที่สามารถเลือกความคุ้มครองได้อาทิเช่น ด้านสุขภาพ โรคร้ายแรง ชดเชยรายได้ ค่าห้อง เป็นต้น

4. หมดความกังวลเพราะมีรูปแบบ Auto Rebalance ในกรณีที่ลูกค้ามีความกังวลจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม บริษัทประกันชีวิตชั้นนำจะมีบริการในการปรับพอร์ตการลงทุนอัตโนมัติให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้ เพื่อผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว

ข้อควรระวัง UNRP

1. ความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ UNRP รูปแบบจะเป็นการประกันชีวิตควบกับการลงทุนซึ่งมีความซับซ้อนในเรื่องเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายที่แทรกอยู่ ดังนั้นหากสนใจผลิตภัณฑ์นี้เบื้องต้นต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุน รวมถึงความเสี่ยงจากการลงทุนก่อน ซึ่งในแต่ละบริษัทประกันจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันจึงควรศึกษาและได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดและชัดเจนก่อนตัดสินใจ

2. ผลตอบแทนไม่แน่นอน มีโอกาสขาดทุนและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นทั้งนี้ขึ้นกับแผนการลงทุนและระยะเวลาในการลงทุน ดังนั้นแผนการลงทุนต้องสอดคล้องกับพอร์ตการลงทุน

3. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หากเปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนเพียงอย่างเดียว UNRP จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในช่วง 3 ปีแรก เฉลี่ยประมาณ 30-50%** ของเบี้ยประกันชีวิต แต่ค่าใช้จ่ายจะมีการแจกแจงรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะลดหลั่นกันลงไปจนประมาณปีที่ 7-10** ค่าใช้จ่ายจะเริ่มลดลงเหลือแค่ค่ารักษากรมธรรม์ และค่าธรรมเนียมการประกันภัย (COI) เท่านั้น **ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะเห็นว่า UNRP นั้นเหมาะสำหรับแผนการลงทุนในระยะยาวมากกว่า 10 ปีขึ้นไป โดยผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ

4. ระยะเวลาการส่งเบี้ยนาน ระยะเวลาในการส่งเบี้ยจะขึ้นอยู่กับแผนการลงทุน และการออกแบบการลงทุนของเราเอง ซึ่งเราสามารถที่จะหยุดชำระค่าเบี้ยได้หากแผนการลงทุนที่วางไว้ถึงจุดคุ้มทุนหรือได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นก่อนเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ควรระมัดระวังในการตัดสินใจหากจะหยุดชำระเบี้ยจะต้องคำนึงถึงแผนที่วางไว้จะสะดุดหรือไม่

5. การถอนเงินลงทุนบางส่วนจากกรมธรรม์ การถอนเงินบางส่วนอาจจะส่งผลให้ผลประโยชน์ และความคุ้มครองที่จะได้รับลดลง ทั้งนี้ควรคำนึงถึงมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือว่าจะสามารถเติบโตได้ตามแผนได้แค่ไหน

ดังนั้น UNRP หรือแบบประกันชีวิตควบกับการลงทุน ที่เป็นการทยอยจ่ายเป็นรายงวด จะเป็นตัวช่วยให้เราออกแบบความคุ้มครองให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายในชีวิตในแต่ละช่วงอายุได้ โดยที่เราสามารถกำหนดค่าเบี้ยประกัน และความคุ้มครองไปพร้อมๆกัน ทำให้เราบริหารผลประโยชน์จากกรมธรรม์ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในเงินฝาก เนื่องจากเป็นการบริหารการลงทุนผ่านกองทุนรวมในระยะยาว ช่วยตอบโจทย์แผนการลงทุนของเรารวมถึงความคุ้มครองของคนที่เรารักและตัวเราเอง ทั้งนี้เราควรมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

บทความแนะนำ