บริหารความเสี่ยงการลงทุนให้เหมาะกับตนเอง

วันที่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 06:37 น.
บริหารความเสี่ยงการลงทุนให้เหมาะกับตนเอง
คอลัมน์ เงินทองของใกล้ตัว โดย...กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมามีสถานการณ์ต่างๆที่กระทบกับการลงทุนเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และ การระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ทำให้เกิดความกังวลไปทั่วโลก ตลาดหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงช่วงต้นเดือนมีนาคม (YTD) ปรับตัวลดลงไปในทิศทางเดียวกัน โดยตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ยุโรป และญี่ปุ่น ปรับตัวลดลงกว่า 10%

ส่วนเศรษฐกิจไทยที่มีแรงกดดันจากหนี้ภาคครัวเรือนอยู่แล้ว ยังได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลต่อการท่องเที่ยวและการส่งออกซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทำให้สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของสถาบันการเงินต่าง ๆ มีการปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2563 ลดลง ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ก็ปรับตัวลดลงกว่า 15%

สำหรับตราสารหนี้ตั้งแต่ต้นปีมาไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายทำให้ผลตอบแทนจากตราสารหนี้บวกมาประมาณ 1-2% ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ส่วนผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำบวกขึ้นมาแรงพอสมควร โดยตั้งแต่ต้นปีกองทุนทองคำบวกไปแล้วกว่า 10% ซึ่งสภาวะความผันผวนเช่นนี้สร้างผลกระทบกับผู้ลงทุนแต่ละคนมากน้อยขึ้นอยู่กับสัดส่วนการลงทุนที่ถือครอง

คำแนะนำด้านการลงทุนสำหรับสมาชิก กบข. ที่ใกล้เกษียณ และจำเป็นต้องการถอนเงินใช้เมื่อเกษียณไม่ต้องการรับความผันผวนในระยะสั้น อาจพิจารณาเลือกแผนการลงทุนโดยลดสัดส่วนหุ้นลง เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ให้มากขึ้น โดยสมาชิกอาจพิจารณาเปลี่ยนแผนลงทุนเป็นแผนตราสารหนี้หรือแผนตลาดเงิน เพื่อรักษามูลค่าเงินไม่ให้ผันผวนมากนัก ส่วนสมาชิกที่ใกล้เกษียณแต่สามารถรับความเสี่ยงได้และยังไม่มีแผนถอนเงินใช้ เมื่อเกษียณแล้วก็มีแผนที่จะออมต่อกับ กบข. สามารถเลือกแผนหลัก ที่มีสัดส่วนหุ้นประมาณ 20% หรือแผนสมดุลตามอายุที่มีการปรับลดสัดส่วนหุ้นลงตามอายุสมาชิกที่มากขึ้นทุกปี ตัวอย่างเช่น สมาชิกที่มีอายุ 58 ปี เลือกแผนสมดุลตามอายุ 60 จะมีสัดส่วนหุ้นประมาณ 12% และเมื่อสมาชิกอายุเพิ่มเป็น 59 ปี มีสัดส่วนหุ้นเหลือประมาณ 10% ซึ่งการมีสัดส่วนหุ้นอยู่บ้างก็เพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น

สำหรับสมาชิก กบข. ที่อายุน้อย มีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนาน หรือสมาชิกที่ไม่กังวลต่อความผันผวนระยะสั้น มุ่งหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ก็อาจเลือกแผนการลงทุนเป็น แผนหลัก แผนผสมหุ้นทวี หรือแผนสมดุลตามอายุ โดยช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง ก็จะสามารถสะสมหน่วยลงทุนได้มากขึ้นในขณะที่ส่งเงินสะสมเท่าเดิม อีกทั้งนโยบายการลงทุนของแผนหลัก แผนผสมหุ้นทวี หรือแผนสมดุลตามอายุ เป็นแผนที่มีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างๆ หลากหลาย เช่น ตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน ตราสารทุนหรือหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และ โครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ยังมีการกระจายความเสี่ยงโดยเลือกตราสารการลงทุนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นของทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลกอีกด้วย

จากเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้รู้ว่าการกระจายความเสี่ยง (Diversification) สำหรับการลงทุนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อการเกษียณซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาว ควรต้องลงทุนให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อแต่ทั้งนี้ต้องเหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้ ยิ่งตลาดหุ้นผันผวนขึ้นลงอย่างรุนแรง การกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในตราสารหนี้ และการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากจะเป็นการลดความเสี่ยง (Risk) ของการลงทุนแล้ว สินทรัพย์เหล่านี้ยังช่วยประคับประคองผลตอบแทนได้ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไม่แน่นอนได้อีกด้วย

สมาชิกสามารถเลือกแผนลงทุนได้ด้วยตนเองที่ My GPF app เมนู “เลือกแผนการลงทุน” หรือ ขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกแผนการลงทุน โดยนัดหมายศูนย์ข้อมูลการเงิน กบข. ได้ที่ My GPF app เมนู “นัดหมายบริการข้อมูลการเงิน” หรือส่ง E-Mail : fa@gpf.or.th