posttoday
การลงทุนในวัฏจักรเศรษฐกิจตอนปลาย

การลงทุนในวัฏจักรเศรษฐกิจตอนปลาย

18 กุมภาพันธ์ 2563

คอลัมน์ รู้รอบโลก รู้รอบรวย โดย...ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ Private Banking Business Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย

แม้ว่าข่าวไวรัสโคโรน่า จะเป็นกระแสที่สำคัญมากต่อตลาดในเวลานี้ ผมเชื่อว่าอีก 1 ปีจากนี้กระแสนี้ก็จะหายไปเหมือนทุกๆ ครั้งที่ตลาดทุนตกใจระยะสั้นกับโรคระบาดในอดีต สิ่งที่ยังคงต้องถกกันอีกพักใหญ่คือจะลงทุนอย่างไรในวัฏจักรเศรษฐกิจตอนปลาย (late cycle)

ปัจจุบันการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะในสหรัฐฯ กำลังอยู่ในจุดอิ่มตัวมากๆ อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 3.5% ซึ่ง ณ ปัจจุบันถือว่าต่ำสุดในรอบ 50 ปี นักวิเคราะห์เริ่มมีความกังวลว่าเศรษฐกิจผ่านการเติบโตที่สูงสุดแล้วและพร้อมที่จะโตช้าลงได้ทุกเมื่อ แต่ที่แปลกกว่าทุกครั้งที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงปลายคือเงินเฟ้อยังไม่สูงขึ้น คนใช้แรงงานยังไม่มีความั่นใจที่จะใช้จ่าย และเป็นสาเหตุหลักที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงจะทรงหรือลงดอกเบี้ยในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ทำให้เกิดภาวะ 2 ต่ำ ต่ำแรกคือการเติบโตต่ำ ต่ำสองคือดอกเบี้ยต่ำ

ภาวะ 2 ต่ำนี้มาจาก 5 สาเหตุหลัก

1. สหรัฐฯ น่าที่จะโตช้าลงเพราะตลาดแรงงานตึงมาก

2. จีนจะโตต่ำลงและยิ่งมีผลกระทบจากไข้หวัดโคโรน่าน่าที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนโตต่ำลงและดอกเบี้ยก็ลดลงกว่าที่คาดตอนต้นปีอย่างมาก

3. กำแพงภาษีนำเข้ายังคงสูงแม้ว่ารอบแรกตกลงได้แล้วก็ตาม

4. โครงสร้างประชาการไม่เอื้อให้เศรษฐกิจโตอย่างรวดเร็ว ภาระค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กและคนชราสูงขึ้นมาก ทำให้มีการออมและการลงทุนน้อยลง

5. กลุ่มประเทศที่มีศักยภาพทางการคลังยังคงไม่มีนโยบายที่จะใช้จ่ายให้มากขึ้น

การลงทุนในภาวะเช่นนี้ ทาง KBank Private Banking ยังคงเน้นการลงทุน ในกองทุนหลัก (Core Portfolio) ที่มีการกระจายความเสี่ยงในทุกสินทรัพย์ และเพิ่มผลตอบแทนด้วยตัวทดแทนที่จะเพิ่มสัดส่วนหุ้นโดยตรง ดังเช่นกองทุนเปิดเค โกลบอล ริสก์ แอลโลเคชั่น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (K-GLAM-UI) และในกองเสริมมีสามส่วน

1. เพิ่มกลยุทธ์การลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้จากความสามารถของผู้จัดการกองทุน ดังเช่น กองทุนเปิดเค มัลติ-สตราทีจี บอนด์ (K-MBOND) ที่เป็นการลงทุนทางเลือก เน้นลงทุนผ่านตราสารหนี้ และสกุลเงิน ผ่านการวิเคราะห์ปัจจัยมหภาค

2. การลงทุนในหุ้น ณ ขณะนี้ยังคงไม่แนะนำให้ถือในสัดส่วนที่สูงมาก และยังคงเน้นเพียงการเลือกหุ้นในจีน (A Share) ที่มีการควบคุมความเสี่ยง เช่น กอง K-CCTV และกองทุนที่มีความคล่องตัวในการปรับธีมระยะยาวการลงทุนเช่น K-Hit

3. ในส่วนของรายได้ยังคงเน้นการลงทุนใน K-Prop และตราสารหนี้เอกชนในเอเซียที่เป็นสกุลเงินสหรัฐฯ K-APB

นอกจากนี้ การกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่ไม่พึ่งพิงภาวะและการเคลื่อนไหวของตลาดรายวัน ซึ่งแลกมาด้วยสภาพคล่องที่น้อยลงเป็นการลงทุนที่น่าสนใจเพราะสภาพตลาดในปัจจุบันทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนมีราคาแพง กองทุนเหล่านี้ได้แก่

1.กองทุนตราสารหนี้ที่มีการถือจนครบกำหนด (Fixed Maturity Fund)

2.กองทุนหุ้นนอกตลาด (Private Equity Fund) 3.กองทุนอสังหาริมทรัพย์นอกตลาด (Private Real Estate Fund) เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ยู สวอพ เปิดตัว UNEX EV 6x4 รถหัวลากสลับแบตฯ เจาะโลจิสติกส์

ยู สวอพ เปิดตัว UNEX EV 6x4 รถหัวลากสลับแบตฯ เจาะโลจิสติกส์