เบร็กซิต vs ทอง

  • วันที่ 13 มิ.ย. 2560 เวลา 21:59 น.

เบร็กซิต vs ทอง

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ถึงความผันผวนของราคาทองคำค่อนข้างมาก โดยได้รับอานิสงส์นับตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์จึงทำให้ราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 7 เดือน บริเวณ 1,296 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์โดยประมาณ จากข่าวความไม่แน่นอนทางการเมืองจากทางสหรัฐและอังกฤษ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ตลาดรอสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับลดนโยบายการเงิน หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจยูโรโซนมีการฟื้นตัว และความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลาง หลังจากที่ชาติมหาอำนาจอาหรับ นำโดยซาอุดิอาระเบีย ได้ประกาศตัดสัมพันธ์กับประเทศกาตาร์ ซึ่งน่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายไอเอส

สร้างความสั่นคลอนให้ตลาดน้ำมันดิบและทำให้น้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลที่ว่าการตัดสัมพันธ์ดังกล่าวจะสร้างผลกระทบต่อข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) ท่ามกลางภาวะการผลิตน้ำมันตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

อันจะเห็นได้ว่าประเด็นใหญ่ที่ตลาดทองคำและตลาดการเงินให้ความสำคัญค่อนข้างมาก และบรรดานักลงทุนก็มีการปรับลดสถานะการถือครองเพื่อรอความชัดเจนของข่าวที่จะเข้ามา โดยเฉพาะการให้ปากคำของอดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ต่อหน้ากรรมาธิการวุฒิสภาด้านหน่วยข่าวกรอง ซึ่งเป็นการกล่าวคำให้การเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่ถูกทรัมป์ปลดฟ้าผ่าเมื่อ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่า คำให้การของเขาไม่สร้างความประหลาดใจให้แก่ตลาด จึงทำให้ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงกว่า 10 เหรียญสหรัฐ และลงมาทดสอบ 1,270 เหรียญสหรัฐอีกครั้ง เนื่องจากโคมีย์ยังชี้แจงเรื่องเดิมที่ตลาดรับรู้ไปแล้วว่าการที่ทรัมป์ปลดเขาออกจากตำแหน่ง เพราะอยากขัดขวางการสืบสวนความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับทีมบริหารว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับรัสเซียในช่วงเลือกตั้งปีที่แล้วหรือไม่ ขณะที่อังกฤษมีการเลือกตั้งทั่วไป

เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ต้องการหาเสียงข้างมากเพื่อผลักดันให้การเจรจาให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) เป็นไปอย่างแข็งแกร่ง แต่ผลปรากฏว่าถึงแม้พรรคอนุรักษนิยมของเธอจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ก็ไม่สามารถครองเสียงข้างมากในสภาได้ตามที่เธอคาดหวัง เนื่องจากหากเธอจะผลักดันเบร็กซิตให้แข็งแกร่ง ต้องมีคะแนนเสียงอย่างน้อย 326 ที่นั่ง จากจำนวน 650 ที่นั่งในสภา จึงทำให้ตลาดกลับมากังวลอีกครั้ง ท่ามกลางกลุ่มประเทศอียูก็มีมุมมองว่าผลการเลือกตั้งที่น่าแปลกใจครั้งนี้ อาจกระทบต่อการเจรจา เบร็กซิตให้ต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิมที่วางไว้ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ แต่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็ยังไม่สามารถผลักดันให้ราคาทองคำดีดกลับได้ในทันที

เนื่องจากตลาดยังคงรอปัจจัยสำคัญที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าอีกด้วย นั่นก็คือ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้ เนื่องจากตลาดเชื่อว่ามีโอกาสเกือบ 100% ที่เฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 1.00-1.25% แต่เชื่อว่า ตลาดน่าจะรับรู้ข่าวไปแล้ว และน่าจะรอคอยสัญญาณใหม่ๆ เกี่ยวกับทิศทางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป และมุมมองเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐ ประกอบกับการปรับลดงบดุลในพอร์ตที่เข้าซื้อไว้ในช่วงใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณเงิน (คิวอี) จำนวน 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐมากกว่า

วิเคราะห์ทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำปรับตัวลดลงจากแรงเทขายทำกำไร หลังจากที่ไปทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 7 เดือน บริเวณ 1,296 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ โดยที่ราคาทองคำมีโอกาสลงไปทดสอบระดับเส้นค่าเฉลี่ย Fibonacci Retracement ซึ่งเส้นแรกจะอยู่ที่ 1,276 เหรียญสหรัฐ และระดับถัดไป 1,264 เหรียญสหรัฐ ซึ่งภาพรวมทางเทคนิคของทองคำยังเป็นขาขึ้น จึงแนะนำให้นักลงทุนรอเข้าช้อนซื้อบริเวณดังกล่าวทั้งสองระดับในลักษณะทยอยเข้าช้อนซื้อ ขณะที่แนวต้านสำคัญของราคาทองคำจะอยู่บริเวณ 1,285 เหรียญสหรัฐ และ 1,300 เหรียญสหรัฐตามลำดับ อย่างไรก็ดี คาดว่าราคาทองคำจะเคลื่อนตัวในกรอบ 1,264-1,285 เหรียญสหรัฐไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนของการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้ ดังนั้น นักลงทุนควรลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยไม่ทำการใช้ Leverage มากจนเกินไปนัก

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ