เรียบง่ายแต่มีชีวิตชีวา’ รวิวัลย์ ทานาก้า

วันที่ 15 มิ.ย. 2554 เวลา 09:58 น.
เรียบง่ายแต่มีชีวิตชีวา’ รวิวัลย์ ทานาก้า
“เพื่อนๆ มักบอกว่า ลึกๆ เปิ้ลมีความเป็นแมนสูง ไม่ได้สวมใส่หลายชิ้น หรือมีนิสัยจุกจิก หวือหวา”

โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร

“เพื่อนๆ มักบอกว่า ลึกๆ เปิ้ลมีความเป็นแมนสูง ไม่ได้สวมใส่หลายชิ้น หรือมีนิสัยจุกจิก หวือหวา” รวิวัลย์ ทานาก้า สาวสังคมคุณแม่ลูก 1 เริ่มเล่า

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เธอดูแลภาพรวมด้านการตลาด ในตำแหน่ง มาร์เก็ตติง ไดเร็กเตอร์ บริษัท อิน ฟินิต ครีเอชั่น ทำเกี่ยวกับที่ปรึกษาด้านการตลาด พีอาร์ โฆษณา และออร์แกไนซ์ “ลูกค้าของเราคือ ฟูจิ เรสเทอรองต์ โคโคอิจิบัง อินเด็กซ์ แมกซ์มารา แมคยีนส์ เฮดควอเตอร์ แมงมุม หรือ แม้แต่กลุ่มอุตสาหกรรมหนักก็มี เพราะเราไม่เคยจำกัดลูกค้า

5 ปีที่ผ่านมา บริษัทขยายและพนักงานเยอะขึ้น จากที่ทำเองหมดทุกอย่าง ปัจจุบันคนมีฝีมือเข้ามาเป็นผู้บริหาร ตอนนี้เปิ้ลเลยดูเรื่องการเงิน และโอกาสธุรกิจกับลูกค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งดูความเรียบร้อยของงานที่จะออกมา ต้องยอมรับว่าธุรกิจที่ปรึกษาด้านการตลาด และพีอาร์แข่งขันสูง ก่อนมาเริ่มต้นก็คิดหนัก แต่ใจเราตรงกับสายนี้ ชอบงานประเภทนี้ และมีโอกาสเติบโต

 

สไตล์การทำงานที่แตกต่าง และเรามุ่งให้เป็น วันสต็อป เซอร์วิส มีทั้ง ออร์แกไนเซอร์ พีอาร์ โฆษณา ฯลฯ เพราะลูกค้าสมัยใหม่ต้องการความรวดเร็ว และปรับเปลี่ยนง่าย ประชุมงานครั้งหนึ่งก็ได้ครบรอบด้าน ก็คือความคุ้มค่าทำให้ลูกค้าสนใจค่ะ”

ฟังดูง่าย แต่ไอเดียและพลังงานที่ต้องแลกมา คือสิ่งที่เธอมุ่งมั่น รวมถึง ทำให้ดีที่สุด และอาจเกินกว่าที่ควรให้ รวมถึงท้ายสุดก็รักษาความต่อเนื่องเหล่านี้ไว้อย่างดี “วันนี้เราไม่ได้มองอะไรแบบใสๆ เหมือนสมัยทำงานเป็นเด็ก ต้องรอบด้าน เราต้องมองว่ามีผลเสียกับลูกค้า รายได้ หรือชื่อเสียงของเขา สำคัญสุดเรื่องของการบริหารคน ยิ่งโตเวลามีปัญหาแล้วทิ้งไปไม่ได้ ให้คนอื่นแก้แทนไม่ได้ เพราะเปิ้ลไม่ได้เปิดบริษัทตอนอายุ 50 ปี มีความรู้ประสบการณ์แก่กล้า แต่เปิ้ลกำลังเรียนรู้ ระหว่างที่ทำไป “เลิร์นนิง บาย ดูอิง” เรียนรู้ทุกวัน ไม่ได้เซฟหรือเสี่ยงเกินไป แต่ก็หยุดก้าวต่อไปไม่ได้เลย

บางทีเราร้องไห้ ถ้าหยุดร้องแล้ว ต้องไม่ฟูมฟาย และเมื่อมันแก้ไขได้แล้ว ความสำเร็จที่พยายามก็เกิดขึ้น เวลาที่งานเสร็จ ลูกค้าชม ผู้ร่วมงานมีความสุข นั่นคือ ปลื้มที่สุดแล้วค่ะ”

 

เธอและสามี อำนาจ ทานาก้า มีลูกสาววัย 3 ขวบกว่า 1 คน ชื่อ ไอโกะ ฉะนั้นแล้ว หมวกของเปิ้ล คือ ภรรยาของสามี คุณแม่ของไอโกะ เจ้านายของคนในบริษัท และยังต้องเป็นลูกสาวของคุณผู้คุณแม่ และมิตรที่ดีของเพื่อนด้วย “ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวไม่เปลี่ยน แต่มีการจัดลำดับความสำคัญมากขึ้น เพราะเราไม่ได้อยู่แต่บ้าน เราทำงาน 5 วัน ไปส่งลูกที่โรงเรียน และรับกลับบางวัน อยู่กับเขาหลังเลิกงาน กลางวันก็ทำงาน เสาร์ พาไปเรียนพิเศษด้านดนตรี ศิลปะต่างๆ ส่วนวันอาทิตย์ ก็ไปหาคุณตาคุณยาย แต่วันธรรมดาถ้าต้องไปงานอีเวนต์สำคัญ หรือกินข้าวกับเพื่อนๆ สามีก็จะอยู่กับลูกแทน กับสามีก็ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ส่วนตัวเราเองก็ใช้เวลาหลังส่งลูก ทำผม ทำเล็บ ก่อนเข้าออฟฟิศ

เวลาว่างก็ดูทีวี อ่านหนังสือ ส่วนตัวชอบรายการทอล์กโชว์ และอ่านบทสัมภาษณ์ มันทำให้เราได้รู้จัก และเรียนรู้หลายเรื่องผ่านคน ไม่ว่าเราจะรู้จักหรือไม่ จริงๆ ชีวิตเรียบง่ายมาก (หัวเราะ) กินร้านหรู หรืออาหารทั่วไปได้หมด ไม่เคยคิดว่าตัวเราหวือหวา หรือเรื่องมากเลย สามารถไปในที่ลุยๆ แล้วสนุกได้ ตรงข้ามกับการแต่งตัวเลย เพราะคนดูแล้วคงไม่เชื่อว่าเราเรียบง่ายจริงๆ”

สไตล์ของเปิ้ล คือ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ โดยมากเธอแต่งสีขรึม แต่ในช่วงหน้าร้อน ก็จะเพิ่มสีสัน ความสนุกมากขึ้น ของที่เธอมักเสียเงินมากที่สุดคือเสื้อผ้า ขณะที่กระเป๋าคือความชอบถัดมา ทว่า เครื่องประดับ มีแต่ใส่น้อยมาก “ต่างจากตอนวัยรุ่น ช่วงสาวใหม่ๆ แต่งอะไรเยอะแยะ ลองทุกอย่าง ค่อนข้างอยู่กับเทรนด์ตลอด ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ แต่ว่าน้อยชิ้นลง แหวน นาฬิกา กำไล หรือต่างหูแทบไม่ใส่เลย แต่จะสนุกกับเสื้อผ้ามากกว่า เพราะมันคือลุค และส่วนใหญ่ก็จะไม่อยู่กับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ใช้การผสมผสานเอา

เปิ้ลชอบ สไตล์การแต่งตัวของ เคต มอส และ พี่แอน อินทิรา ธนวิสุทธิ์ เขารู้ว่าคาแรกเตอร์ตัวเองคืออะไร และทำให้มันออกมา แต่ถ้าเป็นผู้ชาย กลับมองถึงสไตล์ที่เป็นตัวตนของเขามากกว่าการแต่งตัว อย่าง เรน นักร้องเกาหลี หรือมาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก จะปลื้มด้วยตัวตน ที่มุ่งมั่น ส่วนใหญ่จะชอบคนที่มีความคิด และมุ่งมั่นมากกว่า คนที่มีประสบการณ์มากมาย ฉะนั้นสไตล์ของคนที่แฟร์ จบคือจบ ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นนั้น คือสิ่งที่ชอบค่ะ”

เธออธิบายปิดท้าย ความมีสไตล์ “มันอยู่ข้างใน ถ้าเรารู้ว่าเราเป็นคนอย่างไร แต่งในสิ่งที่เราเป็น ไม่ต้องเสแสร้ง หรือ เหมือนใคร และไม่ได้ทำอะไรผิด ก็แต่งไปเลย อย่างตัวเปิ้ลเอง ถ้าจะซื้อ ใครมาเบรก ก็หยุดไม่ได้ เพราะเราชอบ หรือแม้แต่การใช้ชีวิต ถ้าดูทีวีรายการนี้ อ่านหนังสือแบบนี้ หรือกินอยู่แบบนี้ แล้วใครมาบอกว่าถ้าเก๋ต้องทำอีกแบบ ก็ไม่ใช่ สไตล์คือตัวของเรา และมันจะสะท้อนออกมาเองโดยไม่ต้องบอกกับใคร”