35 ปี เดอะ คิง เอลวิสเมืองไทยไม่มีวันตาย

วันที่ 21 ส.ค. 2555 เวลา 08:38 น.
35 ปี เดอะ คิง เอลวิสเมืองไทยไม่มีวันตาย
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

วันที่ 16 ส.ค.ของทุกปี อาจเป็นอีกหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของเดือน เพราะเป็นวันที่บางคนเฝ้ารอลุ้นโชค (หล่นทับ) ด้วยใจไม่เป็นจังหวะเหมือนเฉกเช่นกิจวัตร ตามประสาคนชอบเสี่ยงโชค แต่สำหรับคนกลุ่มใหญ่ทั่วโลกที่หลงรักในเสียงร้องที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แฟชั่นการแต่งตัวที่กระชากยุคด้วยทรงผมตั้งสูง เสื้อแขนยาวคอปกยักษ์ กางเกงขาบานและเข็มขัดแบบแชมป์มวยโลก ผนวกกับลีลาการโยกย้ายที่ได้ใจของ เอลวิส เพรสลีย์ ราชาร็อกแอนด์โรลล์ผู้ล่วงลับ วันที่ 16 ส.ค.ของทุกปีคืออีกวันที่แฟนเพลงทั่วโลกจะร่วมรำลึกถึงชายผู้นี้

แม้ เอลวิส จะจากโลกนี้ไปแล้วถึง 35 ปี แต่เสน่ห์ในเสียงเพลงของชายผู้นี้ยังไม่คลายมนต์ กลับยึดพื้นที่หัวใจของแฟนเพลงทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นเล็กได้อย่างน่ามหัศจรรย์ สำหรับประเทศไทยเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีแฟนเพลงเอลวิสอยู่เนืองแน่น ทั้งแบบแอบชอบในใจ ขอฮัมเบาๆ และแบบจัดเต็ม ออกลีลาทั้งร้องทั้งเต้น หรือสวมวิญญาณเอลวิสตั้งแต่หัวจรดเท้า

หากพูดถึง “เอลวิสเมืองไทย” คงหนีไม่พ้นเงาเสียงขาประจำที่วาดลวดลายและโชว์น้ำเสียงเอลวิสได้แบบต้องยกนิ้วให้ ไม่ว่าจะ จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ จารึก วิริยะกิจ อาเธอร์ ฮูเซ็น จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว หรือ แคมป์-ศตวรรษ ตุงคะรัต แต่ถ้านึกถึง “เอลวิสเมืองไทย” รุ่นใหม่ไฟแรง ต้องยกให้หนึ่งเดียวคนนี้ นั่นคือ เฟรนซ์-ภารุต ฮูเซ็น หนุ่มน้อยวัย 15 ที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของนักร้องผู้นี้จนขอล็อกอินเข้าเป็นแฟนเพลงวัยกระเตาะ แต่ลีลาไม่จิ๋วตามวัยตั้งแต่อายุ 7 ขวบ

ครอบครัว (ผม) ตกหลุมรักเอลวิส

น้องเฟรนซ์ เงาเสียงยังเจเนอเรชัน ย้อนวันวานถึงก้าวแรกของความประทับใจที่มีต่อเอลวิส เจ้าของฉายา “เดอะ คิง” ว่า ซึมซับจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นแฟนเพลง (ประเภทเก็บไว้ในใจ) ของเอลวิส ชอบเปิดเพลงเอลวิสฟัง เลยทำให้อินมาตั้งแต่เด็กๆ แต่มาฉายแววจริงๆ จัง ว่าอยากเขย่าขา สะบัดมือแบบนักร้องไอดอลตอน 7 ขวบ หลังคุณพ่อคุณแม่พาไปร่วมคอนเสิร์ตรำลึกถึง เอลวิส เพรสลีย์ ที่โรงแรมเอเชีย ซึ่งจัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 17 แล้ว

“ผมคิดว่าผมเริ่มชอบเขาตั้งแต่ตอนนั้นนะ ผมชอบในการเต้น เสียงร้อง และการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา และคิดอยากจะลองขึ้นไปยืนบนเวทีในแบบเอลวิสดูบ้าง ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมบอกคุณพ่อว่า ผมทำได้ ผมร้องและเต้นแบบเอลวิสได้ คุณพ่อยังแปลกใจและแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำ ยังเตือนผมว่า ถ้าขึ้นไปแล้วทำไม่ได้ ร้องไม่ได้ เต้นไม่ได้ จะอายเขานะ แต่ตอนนั้นในใจลึกๆ ผมคิดว่าผมทำได้”

จากจุดเริ่มต้นที่เชื่อว่าจะทำได้ในวันนั้นเอง ทำให้น้องเฟรนซ์เริ่มฝึกฝนที่จะเป็นเอลวิส (น้อย) ของเมืองไทย ด้วยการเริ่มเรียนร้องเพลงและฝึกเต้น ออกลีลาท่าทางด้วยตัวเองจากการฝึกซ้อม ดูคลิปการแสดงของราชาเพลงร็อกแอนด์โรลล์อยู่เป็นประจำ

“ถามว่ายากมั้ย ของแบบนี้มันต้องได้ใจจริงๆ ตอนฝึกใจเราก็คิดแต่ว่าจะทำยังไงให้เหมือนที่สุดเวลาร้อง ตอนยังเด็กก็ต้องพยายามทำเสียงใหญ่ๆ เข้าไว้ แต่พอตอนนี้เสียงเริ่มแตกหนุ่ม ตอนแรกก็กังวลว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการร้องสไตล์เอลวิส แต่ปรากฏว่าสำหรับผมมันเป็นข้อดี เหมือนเสียงเข้าที่มากขึ้นด้วยซ้ำ”

ตามรอยเส้นทางเอลวิสน้อย

สถานะการเป็นผู้ชมของเฟรนซ์ ได้เลื่อนขั้นไปสู่การเป็นเอลวิสเด็ก ด้วยคำชักชวนของเพื่อนคุณแม่ ซึ่งเป็นก๊วนแฟนเพลงเอลวิสเหมือนกัน โดยเวทีแจ้งเกิดแห่งแรกของเฟรนซ์ก็คือ ที่โรงแรมเอเชียนี่แหละ

เฟรนซ์ บอกว่า ครั้งแรกที่ขึ้นแสดงตอนอายุ 8 ขวบ ตื่นเต้นมาก แต่ก็พยายามควบคุมตัวเองสุดฤทธิ์ให้โชว์ออกมาดี ซึ่งเฟรนซ์ก็ทำได้ ถึงขนาดในปีล่าสุด (งานคอนเสิร์ตปีที่แล้ว) ถึงกับได้รับคำชมเชยจากเอลวิสเมืองไทยรุ่นพี่ที่ไปโด่งดังที่แอลเอว่า เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์และร้องได้ดี

“จริงๆ ผมเป็นคนขี้อายนะ ไม่ค่อยพูด แต่พอขึ้นเวที ผมรู้สึกเหมือนหลุดไปเป็นอีกคน สลัดความอายออกไปหมด แล้วเต็มที่กับสิ่งที่ทำอยู่”

อยากเป็นเอลวิส...ขอแค่มีใจ

ใช่ว่าลำพังความคิดว่าอยากจะเป็นเอลวิสก็สามารถเป็นได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับเฟรนซ์ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนและใส่ใจมาก

“สำหรับผม ผมไม่ได้เลียนแบบเพื่อเป็นเอลวิส 100% นะ ผมใส่ความเป็นตัวเองลงไปด้วยทุกครั้ง แต่ในขั้นการฝึกฝน ผมยอมรับว่าต้องพยายามเก็บรายละเอียด จำคาแรกเตอร์ของเขาทุกเม็ดด้วยการดูดีวีดีหรือหนังที่เขาเล่นเท่านั้น ส่วนเทคนิคพิเศษอื่นๆ ผมไม่มี นอกจากอาศัยการฝึกและทำซ้ำบ่อยๆ ขณะที่คุณพ่อคุณแม่จะคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือผมอย่างมากในการหาเสื้อผ้า ซึ่งต้องสั่งตัดเป็นพิเศษ”

ฝันของ (น้องใหม่) เอลวิสเมืองไทย

แม้จะเจริญรอยตามนักร้องคนโปรด แต่ถ้าถามถึงความฝันของเฟรนซ์ในอนาคต กลับไม่ใช่นักร้องดั่งเช่นไอดอลคนโปรด ทว่าความฝันออกจะเบี่ยงเบนมาทางนักแสดงมากกว่า เหตุผลง่ายๆ ซื่อๆ ตามประสาเด็กที่คนฟังรวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเฟรนซ์ที่ยังอึ้งกับคำตอบ คือ การเป็นนักแสดงทำเงินได้ดี ทว่าเฟรนซ์ก็ยังถ่อมตัวว่าฝันแค่อยากเป็นนักแสดง แต่ไม่กล้าจินตนาการภาพตัวเองถึงขั้นเป็นพระเอก ส่วนการเป็นเงาเสียงเอลวิสนั้น เฟรนซ์ยืนยันว่าพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ในฐานะที่เป็นงานอดิเรกที่ชื่นชอบ

จับตาปีนี้...เอลวิสเป็นหนุ่มแล้ว

ฝีมือไม่ธรรมดาขนาดนี้ ทางโรงแรมเอเชียเจ้าภาพจัดงานคอนเสิร์ต เอลวิส เพรสลีย์ รำลึก 35 ปี Elvis Presley Memory Lives On 2012 “Elvis Presley with All Stars Cast of Era” ก็ไม่พลาด ส่งเทียบเชิญมาให้เฟรนซ์เตรียมตัวขึ้นโชว์เสียงร้อง

นอกจากภายในงานก็จะมีการแต่งตัวประกวดและมีรางวัลมอบให้ในงาน พร้อมทั้งยังมีการจัดจำหน่ายของที่ระลึกที่หายาก เช่น เสื้อ แจ็กเกต ซีดีเพลง โปสเตอร์ ฯลฯ ความพิเศษในคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังมีการนำเสนอบทเพลงของ “เอลวิส” และตัวแทนศิลปินดารานักร้องดังแห่งยุคมาร่วมร้องเพลงของ ทอม โจนส์ คลิฟฟ์ ริชาร์ด เดอะ บีทเทิลส์ บีจีส์ เบรนดา ลี ซู ธอมป์สัน ฯลฯ เช่น ศิริมา สุนทรรังษี กล ภาคสุวรรณ และฟาโรห์ ตอยยีบี

สำหรับเฟรนซ์ เตรียมเพลงเศร้าๆ แบบปราบเซียน อย่าง “Love Me Tender” ขึ้นไปโชว์ ในมาดเท่ๆ ขอสลัดแฟชั่นจี๊ดจ๊าดของเอลวิส มาสู่คราบเอลวิสช่วงที่เรียบๆ เท่ๆ ด้วยชุดสูท