มาดอนนา แม่กระดังงาลนไฟ

วันที่ 16 ส.ค. 2555 เวลา 09:36 น.
มาดอนนา แม่กระดังงาลนไฟ
โดย...นายใบคา

สตาด เดอ ฟรองซ์ สนามกีฬาแห่งชาติฝรั่งเศส ในกรุงปารีส คลาคล่ำไปด้วยแฟนเพลงของ “ราชินีเพลงป๊อป” มาดอนนา ที่เบียดเสียดกันเข้ามารอชมการแสดงคอนเสิร์ต Madonna fly away in Paris เพื่อโปรโมตอัลบั้ม MDNA ซึ่งเป็นอัลบั้มใหม่ล่าสุดของมาดอนนา ในค่ำของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันชาติฝรั่งเศส

เป็นที่น่ายินดีว่าในวันนั้นมีคณะของคนไทยกว่า 60 ชีวิต ได้มีโอกาสร่วมสัมผัสกับบรรยากาศและประสบการณ์อันยิ่งใหญ่กับการแสดงสดของ มาดอนนา อย่างใกล้ชิด โดยมีผมร่วมอยู่ในคณะด้วย แต่กว่าจะได้ชมคอนเสิร์ตระดับโลกของราชินีเพลงป๊อปแบบสดๆ ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสภาพการจราจรในช่วงเร่งด่วนของกรุงปารีส ก็ไม่ได้แตกต่างจากกรุงเทพมหานครของเรานัก

โดยเฉพาะสนามสตาด เดอ ฟรองซ์ ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลขนาดความจุ 8 หมื่นที่นั่ง ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของยุโรป อยู่ในเขตปลอดมลพิษ รถยนต์ไม่สามารถย่างกรายเข้าไปเฉียดภายในชุมชนที่รายล้อมอยู่รอบสนามยักษ์แห่งนี้ได้ รถบัสขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน ที่นำคณะของคนไทยไปร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ต้องจอดรถห่างจากสนามประมาณ 1 กม. นั่นก็หมายความว่าคณะของเราต้องเดินเท้าเข้าไป

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในสนามสตาด เดอ ฟรองซ์ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 19.00 น. แต่แสงแดดยังเจิดจ้าเหมือนเที่ยงวันของประเทศไทย ต่างกันตรงที่อากาศค่อนข้างเย็นประมาณ 17-20 องศาเซลเซียส ผมสามารถสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นเร้าใจ บรรยากาศภายในสนามอบอวลไปด้วยความชื่นมื่นของแฟนเพลงเฉียดแสนคน ที่เข้ามารอชมการแสดงสดของมาดอนนาอย่างใกล้ชิด

คอนเสิร์ตในวันนั้น เริ่มอุ่นเครื่องด้วยการเปิดแผ่นเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของแฟนเพลงกว่าครึ่งแสนคน ด้วยฝีมือการรีมิกซ์ของ Martin Solveig ดีเจชื่อดังชาวฝรั่งเศส จนแฟนเพลงทั้งสนามต้องลุกขึ้นมาโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะของดนตรี สลับกับการร้องสดของดีเจมาดเซอร์เมืองน้ำหอม สร้างความคึกคักให้กับแฟนเพลงทั่วทั้งสนาม

 

ผ่านไปประมาณชั่วโมงเศษ แฟนเพลงทั้งสนามก็ต้องกรี๊ดเสียงดังสนั่น เมื่อ Will I Am หัวหน้าวง Black Eyed Peas จากสหรัฐอเมริกา ปรากฏตัวบนเวทีในฐานะแขกพิเศษ พร้อมกับโชว์เพลงดังที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในอดีตและปัจจุบันอีกหลายเพลง อาทิ This Is Love, I Gotta Feeling

 

แฟนเพลงทั่วทั้งสนามยังเฝ้ารอด้วยใจจดใจจ่อที่จะได้พบกับ มาดอนนา ศิลปินในดวงใจ แฟนเพลงบางคนเข้ามารอในสนามตั้งแต่ก่อนเวลา 18.00 น. ทั้งๆ ที่เวลาเริ่มการแสดงที่ระบุไว้คือ 20.00 น. แต่เวลาล่วงเลยมาจนถึง 22.00 น. สภาพท้องฟ้าของกรุงปารีสก็ยังเจิดจ้าไปด้วยแสงแดดต้นฤดูร้อนของทวีปยุโรป ซึ่งไม่เหมาะกับโชว์สุดอลังการที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง และสเปเชียลเอฟเฟกต์ ซึ่งมาดอนนาเตรียมนำมามอบให้กับแฟนเพลง

หลังจากนั้นเพียงอึดใจ เวลาที่แฟนเพลงกว่าครึ่งแสนรวมทั้งคณะของเรากว่า 60 ชีวิตเฝ้ารอก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ สภาพท้องฟ้าที่เจิดจ้า เริ่มริบหรี่ลงทีละน้อย ราตรีแห่งกรุงปารีสเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมท้องฟ้าเหนือสนามสตาด เดอ ฟรองซ์ แสงไฟจากสปอตไลต์ทั่วทั้งสนามถูกดับลง เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเพลงทั้งสนามที่เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อกว่า 2 ชม. ให้กลับมาคึกคักมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ขณะที่บนเวทีการแสดงเริ่มมีความเคลื่อนไหว เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงดังลั่นสนาม

ท่ามกลางความมืดมิด แสงไฟจากตะเกียงขนาดยักษ์เริ่มแกว่งไปมาบนเวที พร้อมๆ กับเสียงระฆังดังกังวาน ให้ความรู้สึกเหมือนกับแฟนเพลงทั้งสนามกำลังอยู่ท่ามกลางการประกอบพิธีทางศาสนาในโบสถ์ของชาวคริสต์ ไม้กางเขนขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นบนเวที พร้อมกับแดนเซอร์ที่มาในคราบของนักบวชชุดสีแดงสด โชว์อันตระการตาเริ่มขึ้นท่ามกลางความตื่นเต้นของแฟนเพลงที่ตื่นตาตื่นใจกับฉากแสง สี เสียง ที่มีความวิจิตรสวยงาม ผนึกเข้ากับการใช้วิดีโอวอลล์ขนาดมหึมา สามารถสะกดคนดูเฉียดแสนคน ให้ใจจดใจจ่ออยู่กับสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า

จากนั้นไม้กางเขนขนาดยักษ์ก็ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน มาดอนนา ปรากฏตัวขั้นบนเวทีด้วยชุดหนังสีดำทะมึน ผ่านออกมาจากรอยแยกของไม้กางเขนยักษ์ เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจของแฟนเพลงก็ดังกระหึ่มขึ้น เพลงแรกที่มาดอนนานำมาเปิดคอนเสิร์ตที่กรุงปารีสครั้งนี้คือ The Prayer Overture : Act of Contrition พร้อมกับการวาดลวดลายลีลาทั้งร้องทั้งเต้นแบบจัดเต็ม จนลืมวัย 54 ปี ของราชินีเพลงป๊อปสุดเซ็กซี่คนนี้ไปเลย

ตามมาด้วยเพลงจากอัลบั้ม MDNA ซึ่งเป็นอัลบั้มใหม่ล่าสุดอีกหลายเพลง เริ่มด้วยเพลง Girl Gone Wild ต่อด้วย Revolver ซึ่ง มาดอนนา มาในชุดทะมัดทะแมงพร้อมควงปืนกระบอกโต วาดลวดลายนักฆ่าระดับพระกาฬ สร้างความตื่นเต้นเร้าใจตลอดทั้งเพลง โชว์ชุดที่ดูเหมือนว่ามาดอนนาบรรจงสร้างขึ้นมาเพื่อแฟนเพลงโดยเฉพาะก็คือ ฉากการต่อสู้ในห้องพักของโรงแรม ที่มาดอนนาโชว์ลีลาเซ็กซี่ระดับตำนาน ในเพลง Gang Bang

นอกจากเพลงในอัลบั้มใหม่แล้ว เพลงฮิตในอดีตที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง Papa don’t preach ก็ถูกนำมาร้องด้วย ซึ่งทันทีที่อินโทรของเพลงขึ้นมา แฟนเพลงทั่วทั้งสนามก็พร้อมใจกันโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะดนตรีที่เร้าใจ ถัดมาก็เป็นเพลง Hung Up ก่อนที่ราชินีเพลงป๊อปจะกลับเข้าไปหลังเวที่เพียงชั่วครู่

 

กลับออกมาอีกครั้ง... มาดอนนามาพร้อมกับกีตาร์คู่กาย ทั้งเล่นเองร้องเองในเพลง I don’t give A ก่อนจะโชว์เพลงจากอัลบั้มเก่าและใหม่สลับกันไปมา อาทิ Prophecy/Best Friend จากอัลบั้ม MDNA ตามมาด้วย Express Yourself จากอัลบั้ม Like A Prayer และอีกหลายเพลง เช่น Give Me All Your Luvin’ /Turning Up the Hit/Turn Up the Radio/Open Your Heart/Masterpiece/MasculineFeminine/Justify My Love/Vogue/Candy Shop

และแล้วก็มาถึงไฮไลต์ของการแสดงสดในครั้งนี้ เมื่อราชินีเพลงป๊อปออกมาปรากฏตัวหน้าเวทีในชุดกางเกงเข้ารูปสีดำโชว์เรือนร่าง สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวดูเซ็กซี่ ในเพลง Human Nature หลังวาดลวยลายไปได้ถึงช่วงกลางของเพลง มาดอนนาก็เรียกเสียงครางฮือ...จากแฟนเพลงทั่วทั้งสนามด้วยการถอดเสื้อเชิ้ตมีขาวโชว์บราสีดำ

หลายคนแอบคิดและแอบลุ้นให้ราชินีเพลงป๊อปสร้างความฮือฮาเหมือนที่ตุรกี แต่ครั้งนี้มาดอนนาเลือกหันหลังให้กับแฟนเพลงพร้อมๆ กับบรรจงรูดซิปกางเกงลงจากด้านข้าง แล้วค่อยๆ ปล่อยให้กางเกงสีดำเป็นมันวาวลดระดับลงช้าๆ เพื่อโชว์แก้มก้นสีขาวตัดกับจีสตริงตัวจิ๋วสีดำ เหนือบั้นเอวมีรอยสักว่า “No Fear” โดยยืนนิ่งในท่านี้อยู่ประมาณ 1 นาที เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นสนามเลอ สตาด เดอ ฟรองซ์

เหมือนต้องการสื่อถึงการออกมาเรียกร้องสิทธิและการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของชาวฝรั่งเศส เพื่อการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เพราะวันที่ 14 ก.ค. ซึ่งมาดอนนาเลือกมาเปิดคอนเสิร์ตในกรุงปารีส ตรงกับวันชาติฝรั่งเศสและตรงกับวันพังทลายคุกบาสติลล์ ซึ่งเป็นคุกที่ใช้ขังนักโทษทางการเมืองในอดีต และนำมาซึ่งการ “ปฏิวัติฝรั่งเศส”

จากนั้นมาดอนนาก็กลับมาเรียกความคึกคักอีกครั้ง ด้วยเพลง Like a Virgin ต่อด้วย Redemption/Nobody Knows Me/I’m Addicted/I’m a Sinner/Like a Prayer และปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง Celebration

ตลอดการแสดง 2 ชม.เต็ม ที่มาดอนนาราชินีเพลงป๊อป ในวัย 54 ปี นำมามอบให้กับแฟนเพลง คือประสบการณ์และความสุขที่คุ้มค่ากับการรอคอย วันนั้นคอนเสิร์ตจบลงในเวลาประมาณ 24.00 น. เป็นการปิดฉากการแสดงคอนเสิร์ตระดับโลกที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบ

การได้สัมผัสประสบการณ์ดนตรีระดับโลกอย่างใกล้ชิดติดขอบเวที ถึงกรุงปารีสของคณะคนไทยกว่า 60 คนในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ได้มอบสิ่งนี้ให้กับสมาชิกของทรูมูฟเอช ที่ร่วมสนุกกับกิจกรรมดาวน์โหลดเพลงและคอนเทนต์ของยูนิเวอร์แซล มิวสิค ผ่านแอพพลิเคชัน H Music รวมทั้งกิจกรรมพิเศษของ True You ได้มาสัมผัสกับทริปเอกซ์คลูซีฟนี้

รุ่งฟ้า เกียรติพจน์ ผู้บริหาร ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นครั้งแรกของบริษัทที่พาสมาชิกมาสัมผัสกับประสบการณ์ระดับโลกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รวมทั้งให้ลูกค้าได้สัมผัสกับบริการโทรศัพท์ข้ามแดนระหว่างประเทศครอบคลุม 136 ประเทศ ใน 265 เครือข่ายทั่วโลก ทำให้ลูกค้าของทรูมูฟไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร

ทั้งหมดนี้คือสิ่งดีๆ ที่นำมาแบ่งปันให้กับทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกแบบเกาะติดขอบเวที ที่ทำให้หลายคนต้องอ้าปากค้าง

กว่าจะมาเป็นราชินีเพลงป๊อป

มาดอนนา หลุยส์ เวอโรนิกา ซิกโคเน เด็กสาวจากเบย์ ซิตี รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ในปี 2520 ด้วยวัยเพียง 19 ปี เธอได้ตัดสินใจหันหลังให้กลับบ้านเกิดแล้วมุ่งหน้าสู่มหานครนิวยอร์ก เพื่อไล่ล่าความฝันของเธอที่ต้องการจะเป็นนักบัลเลต์ แต่ด้วยเงินติดตัวเพียง 35 เหรียญสหรัฐ ทำให้เธอต้องไปเริ่มงานในร้านดังกิ้นโดนัท ก่อนที่พรสวรรค์ทางด้านดนตรีของเธอจะเริ่มฉายแวว

ปี 2522 เธอเข้าร่วมวง Patrick Hernandez Revue ที่มีเพลงฮิต อย่าง Born To Be Alive และมีโอกาสได้เดินทางไปกรุงปารีส ทำให้เธอได้พบกับ แดน กิลรอย ซึ่งกลายเป็นคู่รักของเธอในเวลาต่อมา โดยทั้งสองได้ร่วมกันก่อตั้งวง The Breakfast Club ซึ่งเป็นวงป๊อปแนวเต้นรำ ช่วงแรกมาดอนนาเป็นมือกลองจากนั้นไม่นานก็กลายเป็นนักร้องนำ

Everybody คือซิงเกิลแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับมาดอนนา ซึ่งกลายเป็นเพลงแนวคลับแดนซ์ ที่ฮิตในช่วงปลายปี 2525 ส่วนอัลบั้มแรกของเธอใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่ออัลบั้ม คือ Madonna ออกมาในเดือน ก.ย. 2526 อัลบั้มที่ 2 ออกในปีถัดมา คือ Like A Virgin ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก และอีกหลายอัลบั้มซึ่งล้วนแต่ได้รับความนิยมสูงสุดติดต่อกันหลายปี จนได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีเพลงป๊อป”