พระเอ๊ก...พระเอก พวกเขาคือฮีโร่ (นอกจอ)

วันที่ 19 ก.ย. 2554 เวลา 08:19 น.
พระเอ๊ก...พระเอก พวกเขาคือฮีโร่ (นอกจอ)
ว่ากันว่า สถานการณ์สร้าง “วีรบุรุษ” เรื่องราวแบบนี้ยังคลาสสิกเสมอ....

โดย...วรธาร กันติพิชญ์

ว่ากันว่า สถานการณ์สร้าง “วีรบุรุษ” เรื่องราวแบบนี้ยังคลาสสิกเสมอ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ดูอย่างเมื่อเร็วๆ นี้ก็มี “ฮีโร่” เกิดขึ้นอีกแล้วครับท่าน...


“บิณฑ์” คิดว่าผมทำถูกต้องแล้ว

“บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขาที่เป็นดารามาค่อนอายุ แสดงหนัง ละครมานับไม่ถ้วน สร้างหนังก็ด้วย แถมยังอุทิศตัวเพื่องานสังคมในสังกัด “มูลนิธิร่วมกตัญญู” มาตั้งแต่ยุค (ดารา) บุกเบิก วีรกรรม ความกล้าหาญและเสียสละ “นอกจอ” จึงมีให้เห็นอยู่เนืองๆ เป็นข่าวบ้าง ไม่เป็นข่าวบ้าง

ล่าสุด เขากลายเป็น “พระเอ๊ก...พระเอก” นอกจอ หลังได้เข้าช่วยเด็กอายุไม่ถึงขวบจากปลายมีดของผู้เป็นแม่ที่กำลังอยู่ในอาการเครียด โกรธอย่างแรง ได้จับลูกเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องขอที่ทำกินบนฟุตปาทคืน ณ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งอิเซตัน

“ตอนแรกวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ค่อนข้างจะแรง แต่มุมหนึ่งแม่จับลูกเป็นตัวประกันถือว่ามีน้อย และคิดว่าสัญชาตญาณความเป็นแม่ย่อมไม่ทำร้ายลูก แต่ไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อ ผมจึงลงรถแล้วนั่งจักรยานยนต์รับจ้างไปที่เกิดเหตุ ไปยืนแนวตำรวจด้านหลังผู้ก่อเหตุและห่างราว 5 เมตร เห็นแม่ผู้ก่อเหตุถือมีดส่ายไปมา ทางตำรวจบ้าง จี้คอตัวเองบ้าง จี้คอลูกบ้าง คิดว่าถ้าปล่อยไว้นานเหตุการณ์อาจตึงเครียด จังหวะที่ปลายมีดห่างออกจากตัวเด็กผมก็วิ่งเข้าประชิดจับมือแม่เด็กไว้แล้วตำรวจเข้าสมทบ เด็กและแม่ปลอดภัย เหตุการณ์จบลงด้วยดี” ฮีโร่บอกเล่าเหตุการณ์วันนั้น

แม้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ตามที่ฮีโร่คนเก่งของเราบอก แต่หลังเหตุการณ์นี้อาจไม่สวยหรูนักสำหรับเขา เพราะบางกระแสก็ว่าทำ “เอาหน้า” และ “อยากโชว์” ทำเอาพระเอกนอกจอเครียดนิดๆ แต่ไม่ถึงกลับท้อ เพราะงานแบบนี้เขาทำด้วยใจและทำมานาน ซึ่งถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจทำลงไป เหตุการณ์อาจรุนแรงกว่านี้ได้

“บางคนไม่เข้าใจนะ แต่บางคนก็ให้กำลังใจ ตำรวจไม่ได้ว่าอะไร เพราะผมมีประสบการณ์ในลักษณะนี้มาแล้ว 45 ครั้ง ผมได้รับการอบรมมา ช่วยงานตำรวจมาเยอะ คิดว่าทำถูกแล้ว แต่หากการเข้าชาร์จนี้มีใครบาดเจ็บหรือได้รับอันตรายผมต้องรับผิดชอบ แต่ที่ตัดสินใจทำเพราะโอกาสมี จังหวะเหมาะผมจึงทำ” ฮีโร่ดาราเล่าวินาทีตัดสินใจเข้าช่วยเด็กให้ฟัง

“จอห์น” ผมเห็นแววตาของคนกำลังจะตาย

“จอห์น รัตนเวโรจน์” หรือ “จอห์น นูโว” ที่ปัจจุบันเป็นนายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย เป็นอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะวีรกรรมฮีโร่ของเขาสะเด็ดสะเด่าเอา “มั่กส์ๆ” ...ยิ่งกว่าพระเอกหนังที่พยายามช่วย “นางเอก” จากเหล่าวายร้ายซะอีก (อ่ะ)

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นมานานหลายปีจนเจ้าตัว “ฮีโร่” เองยังจำไม่ได้ ตอนที่เขาเข้าช่วยหญิงเคราะห์ร้ายรายหนึ่งจากเงื้อมมือทรชน ที่พยายามจะข่มขืนเธอบนรถมินิบัสเขียวออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมลากคอคนชั่วเข้าคุกได้อีกตะหาก

“ถ้าจำไม่ผิด ผมยังทำงานอยู่ที่ผับทอรัส สุขุมวิท 26 วันนั้นอยู่ดึก ขับรถกลับบ้านอยู่แถวสุขาภิบาล 3 เวลาประมาณตี 2 กว่าๆ กำลังจะถึงบ้าน ก็พบรถเมล์เล็กคันหนึ่งจอดข้างทางเปิดไฟกะพริบ มีเบาะวางข้างนอก ต้องตามลักษณะรถเสียทุกประการ

ผมจึงขับออกขวาและตั้งใจขับไปเรื่อยๆ แต่พอผ่านรถเมล์นั้น หันไปมองด้านหน้ารถพบผู้หญิงอยู่ในสภาพกำลังถูกกระชากจากผู้ชายร่างใหญ่คนหนึ่ง เอะแรก...คิดว่าผัวเมียทะเลาะกัน แต่ใจหนึ่งผมเห็นแววตาคนที่กำลังกลัวตายสุดขีด สัญชาตญาณบอกให้ต้องจอด”

ทันทีที่จอดรถ...โชคก็เข้าข้างหญิงคนนั้น เพราะเจ้าวายร้ายเกิดตกใจ เธอจึงฉวยโอกาสนั้นวิ่งมายังรถจอห์น ทุบกระจกด้านตรงข้ามคนขับในสภาพท่อนบนเสื้อถูกฉีกขาด เหลือเพียงกระโปรงสีส้มยังอยู่ในสภาพดี

พระเจ้า!! มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอเนี่ย

“ผมจำได้ วินาทีนั้นเธอกราบที่ตักผม พร่ำพูดด้วยเสียงสั่นเครือ...พี่ช่วยหนูด้วยๆ หนูถูกข่มขืน ผมตกใจมาก คิดอะไรไม่ออกล็อกประตูทันที ฝ่ายคนร้ายก็ตกใจขึ้นรถขับแซงหน้าผมไป แต่แทนที่จะขับหนีกลับเลี้ยวมาจอดอีกฝั่ง ลงรถพร้อมอาวุธบางอย่างในมือ มาขู่ฆ่าผม แถมยังด่าแม่ผมอีก”

จอห์นจึงหันไปพูดกับหญิงสาวในรถด้วยเสียงเข้มและจริงจังฟังชัด “รัดเข็มขัดไว้นะ ผมจะเอาไอ้คนนี้เข้าคุกให้ได้ คอยดู”

แล้วปฏิบัติการไล่ล่า “วายร้าย” ก็เริ่มต้น โดยเขาขับรถกระบะตามคนร้ายตั้งแต่สุขาภิบาล 3 จนคนร้ายไปจนมุมที่บางนาตราด รถคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงล้อหน้าขณะกำลังจะขับหนี

“ผมตามคนร้ายไปแยกลำสาลีแล้วเลี้ยวซ้ายวิ่งศรีนครินทร์ เขาขับเข้าซอยคลองตันออกศรีนครินทร์อีก และข้างหน้าเป็นอ่อนนุช จึงตัดสินใจขับตีคู่ไปกับรถคนร้าย พร้อมโทร. แจ้งตำรวจ คนร้ายกระแทกรถผมตกข้างทาง ผมหันไปดู ผู้หญิงไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงรีบออกจากรถเพราะกลัวคนร้ายหนีได้ พอรถคนร้ายจะลับตา โชคดีที่มีแท็กซี่เข้ามาจอดถาม ผมจึงขอขับตามคนร้าย ในที่สุดคนร้ายมาจนมุมที่บางนาตราด”

ระทึกสุดๆ จริงๆ นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เราเห็นแค่ในจอ แต่เป็นเรื่องจริงๆ ของพระเอกนอกจอที่ตามไล่ล่าคนร้ายแบบเอาเป็นเอาตาย และเขาก็ทำสำเร็จ

ต้องขอปรบมือให้ฮีโร่ทั้งสองดังๆ และดังๆ ขึ้นอีก สู้ต่อไปคนทำดี...