เพื่อไทยประชุม สส.ก่อนโหวตประธานสภาฯ ยังไม่คุยโควตารัฐมนตรี
เพื่อไทยเรียกประชุม สส. เตรียมพร้อมก่อนโหวตเลือกประธานสภาฯ ชื่นชม สส.ฝ่าฟันอุปสรรคการเมือง พร้อมย้ำแม้ร่วมรัฐบาลแล้ว แต่ยังไม่ได้หารือแบ่งโควตารัฐมนตรี
KEY
POINTS
- พรรคเพื่อไทยจัดประชุม สส. เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
- การเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี
- พรรคเน้นย้ำให้ สส. ทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่ และเตรียมพร้อมเสนอร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทันทีที่สภาเปิด
โดยการประชุม นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม นายจุลพันธ์ ได้กล่าวขอบคุณทุกคนในความพยายามทุ่มเท โดยระบุว่า ในส่วนของพรรคยังอยู่ในช่วงของการยกเครื่ององค์กร ซึ่งต้องเดินหน้าต่อไป โดยในช่วง 2–3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคได้จัดเวิร์กช็อป และมีทั้ง สส.ที่ได้รับเลือกตั้งและผู้ที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง รวมถึงผู้บริหารพรรค เข้าร่วมประชุมเพื่อถอดบทเรียน ซึ่งสิ่งที่ได้มามีประโยชน์ต่อพรรคอย่างมาก และจะนำไปปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้พรรคมีความเข้มแข็งมากขึ้น มีความเป็นสถาบันทางการเมืองมากขึ้น และเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พรรคมีความชัดเจนที่จะเดินหน้าเข้าสู่การเป็นรัฐบาล โดยการเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องการจัดสรรกระทรวงยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะสิ่งสำคัญคือการทำงานข้างหน้าเพื่อประชาชน ซึ่งเชื่อว่าด้วยประสบการณ์และความสามารถของทุกคน จะสามารถผลักดันการทำงานทั้งในฐานะรัฐบาลและในสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“ผู้แทนที่มีโอกาสได้เข้ามาทำงานในสภาผู้แทนราษฎร อาจต้องทำงานหนักกว่าที่ผ่านมา ภารกิจครั้งนี้หนักกว่าเดิม พรรคคาดหวังว่า การทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติครั้งนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงจากอดีต เราอยากเห็นการประชุมสภาที่ครบถ้วน การลงมติครบ 100% และการขับเคลื่อนกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน” นายจุลพันธ์ กล่าว
พร้อมระบุว่า ในช่วงท้ายของการประชุมจะมีการหารือเรื่องการขับเคลื่อนกฎหมายหลายฉบับ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยพรรคยังคงยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจมูลค่าสูง ซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่สมัยที่พรรคเป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้ และจำเป็นต้องผลักดันเข้าสู่สภา
ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคจะร่วมลงชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภา ขณะที่พรรคเปิดกว้างให้สมาชิกเสนอร่างกฎหมายหรือญัตติที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อนำมาหารือและผลักดันร่วมกัน
“การทำงานของพวกเราจะเป็นตัวชี้ชะตาพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป การทำงานอย่างเข้มแข็งของทุกคน จะช่วยให้การเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรคง่ายขึ้น และช่วยให้เพื่อนของพวกเราหลายคนมีโอกาสกลับมาทำงานในสภาอีกครั้ง ต้องขอบคุณทุกคนที่ทำงานด้วยความสามัคคีและเข้มแข็ง จนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคเข้ามาได้ พรรคพร้อมจะเป็นลมใต้ปีกให้กับ สส.ทุกคน และสนับสนุนการทำงานของทุกท่านในทุกมิติ” นายจุลพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยช่วงหนึ่ง
โดยนายยศชนัน กล่าวว่า ต้องให้กำลังใจผู้สมัครทุกคน ที่ครั้งนี้อาจจะไม่สามารถเข้ามากับเราได้ ตนมีความรู้สึกว่าแต่ละท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะได้เป็นผู้แทนราษฎรของพวกเรา การมีส่วนร่วมของทุกๆคน ตนลงไปหลายพื้นที่ได้พูดคุยกับผู้สมัครทุกคน สิ่งที่เป็นเสียงสะท้อนในพื้นที่เราจะทยอยลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับทุกคน ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จะทยอยทำตรงนี้ด้วยกลไกที่สามารถทำได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถดำเนินการและคิดเองได้ทั้งหมด ในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ จะพยายามพบปะพูดคุยกับแต่ละคน เป็นการส่วนตัวเพื่อรับฟังความเห็นของแต่ละคนและนำมาปรับในการทำงาน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องเปิดใจพูดคุยด้วยกัน
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า หลายอย่างที่แต่ละท่านสะท้อนเข้ามา ตนรับทราบ และจะพยายามปรับในอีก 4 ปีข้างหน้า เราสามารถจะกลับมาได้ สิ่งสำคัญคือ การที่เราสามารถแสดงผลงานใน 4 ปีนี้อย่างเต็มที่ ตนก็เป็นหน้าใหม่ก็ต้องรับฟังความเห็นทุกคน หากมีอะไรที่คิดว่าเราควรทำ สามารถเดินมาบอกได้ จะพยายามปรับตัวและทำให้ดีที่สุด ถ้าเราทำใน 4 ปีนี้ได้ดีที่สุด ตนมั่นใจว่าครั้งหน้าเรากลับมาแน่นอน และพยายามมองว่าทุกวันหลังจากนี้ ที่เราเริ่มพบปะประชาชน เป็นวันที่เราพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ทันที เรามีเวลา 4 ปี ก็ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่เราได้เพียงอย่างเดียว เรียนรู้และปรับยุทธศาสตร์กันไป น่าจะทำให้เรากลับมาอีกครั้งได้
นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า ลักษณะนิสัยของตน บางครั้งอาจจะดูหน้าตึง ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง แต่หลังจากนี้จะเริ่มพิสูจน์ตัวเองกับแต่ละคน ว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร และย้ำว่าเราสามารถปรับตัวเข้าหากันได้ และในช่วง 2-3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเราไม่ได้หยุด เราเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่สภาฯ และในวันที่เริ่มเปิดสภาฯ เราจะเสนอกฎหมาย ในแบบที่ประชาชนคิดว่าคิดว่านี่คือพรรคที่เป็นความหวัง และขอให้ให้กำลังใจทุกคน


