วุฒิญาณ ปัณฑพลังกูร เส้นทางชีวิตที่ไม่ได้ออกแบบ

  • วันที่ 27 ก.ค. 2561 เวลา 11:09 น.

วุฒิญาณ ปัณฑพลังกูร เส้นทางชีวิตที่ไม่ได้ออกแบบ

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

บางคนอาจโชคดีค้นหาความฝันของตัวเองเจอตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าออกจากมหาวิทยาลัย แต่มีอีกหลายคนที่จำต้องก้าวออกไปผจญภัยในโลกแห่งการทำงานอย่างไม่รู้จุดหมาย ได้แต่ปล่อยให้โชคชะตานำทางไปยังเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้ออกแบบไว้

เช่นเดียวกับ บูม-วุฒิญาณ ปัณฑพลังกูร บาริสต้าหนุ่มที่จับพลัดจับผลูได้เข้ามาอยู่ในโลกของกาแฟ จนเกิดหลงรักไม่อยากหาทางออกจากโลกใบนี้

“ผมเรียนจบสาขาภาพยนตร์ จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผมเข้าคณะนี้ด้วยเหตุผลข้อเดียว คือ ชอบดูหนัง แต่ก่อนบ้าซื้อแผ่น หนังฮิตๆ ดูหมด จนตอนนี้ก็ยังตามซื้ออยู่บ้างเฉพาะเรื่องที่น่าสนใจ อาศัยเรียนเพราะชอบ ไม่ได้คิดหรือมองเห็นตัวเองว่าจะทำอะใรในวงการนี้”

บาริสต้าหนุ่มบอกเล่าอย่างอารมณ์ดีเมื่อย้อนคิดถึงวันวานสมัยเป็นวัยรุ่นที่ไม่คิดเยอะ แค่ได้เรียนในสิ่งที่สนใจเข้ากับเพื่อนได้ก็มีความสุขกับการใช้ชีวิต

พอเรียนจบตอนอายุ 23 ปี ยังไม่ทันที่บูมจะได้เลือกเส้นทางอนาคตให้กับตัวเอง เขาต้องรอลุ้นผลการจับใบดำ-ใบแดงในการเกณฑ์ทหาร

“ผมผลัดมาจนผลัดไม่ได้แล้วครับ (หัวเราะ) ช่วงที่เรียนจบระหว่างรอจับทหาร ผมไม่รู้จะทำอะไรดี จะไปสมัครงานก็ไม่ได้ เพราะยังไม่มีใบผ่านทหาร เลยตัดสินใจไปสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟ เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าจะทำไหวมั้ย เพราะเป็นงานที่หนักผมคิดแค่ว่าถ้าผมผ่านงานนี้ไปได้ ต่อไปไม่ว่าจะเจองานที่หนักแค่ไหนผมก็ทนไหว พอไปทำงานจริง จากช่วงแรกๆ ที่เสิร์ฟอย่างเดียว ผมเริ่มอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพราะร้านที่ผมไปทำมีบาร์เครื่องดื่มด้วย”

บูมสารภาพตามตรงว่า ก่อนมาทำงานที่ร้าน เขาไม่ใช่คอกาแฟเลย เพราะเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับการดื่มกาแฟ แต่เพราะมีรุ่นพี่บาริสต้าที่คุยกันถูกคอ ชักนำสู่โลกกาแฟ

“ผมดื่มได้นะ แต่ไม่ชอบ เพราะเคยไปสั่งแล้วเจออเมริกาโนเย็นที่ขมจนเข็ดไม่อยากดื่มอีก แต่พอมาที่นี่ ที่ร้านจะอนุญาตให้พนักงานดื่มเครื่องดื่มได้วันละ 1 แก้ว ผมจำได้ว่าผมลองเมนูคาปูชิโน พอได้ชิมแล้วรู้สึกได้ถึงความหวานมัน ได้รสชาติที่เป็นรสกาแฟจริงๆ เลยติดใจและขอให้พี่บาริสต้าช่วยสอน โดยผมเลือกดื่มเมนูกาแฟอย่างเดียวอยู่ 1 เดือนเต็ม เพื่อเรียนรู้รสชาติจนผ่านไป 1 สัปดาห์ พี่เขาให้ลองชงเอง”

จากคนนอกที่เคยรู้จักกาแฟแบบผิวเผิน พอเริ่มเข้ามาเรียนรู้กับโลกกาแฟอย่างลึกซึ้ง ทำให้บูมได้สัมผัสถึงความละเอียดอ่อนของโลกใบใหม่ที่ไม่เคยวาดภาพไว้

“พอได้มาสัมผัสถึงกรรมวิธีการชง รู้ว่ากว่าจะเป็นกาแฟที่ดีสักแก้ว ต้องอาศัยความพิถีพิถันขนาดไหน ทำให้ผมค่อยๆ สนุกกับโลกใบใหม่นี้ และคิดว่าอยากจะเป็นบาริสต้า ผมเริ่มหัดทำลาเต้อาร์ต ค่อยๆ ฝึกจนคล่อง” บูมบอกเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย พร้อมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาโชว์ภาพผลงานตั้งแต่สมัยหัดทำใหม่ๆ จนตอนนี้ทำได้คล่อง

บูมยอมรับว่า อาจเพราะแพสชั่นที่มี ทำให้เขาตั้งหน้าตั้งตาทำตามความฝันของตัวเอง แม้ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายความฝันจะสะดุด เพราะต้องเข้าไปประจำการหรือไม่ แต่เขาคิดบวกว่า ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ได้เรียนรู้จะเป็นอาชีพเสริมที่ทำให้เขานำไปต่อยอดในอนาคต

“หลังจากไปจับทหาร ผมจับได้ใบดำ เลยได้มีโอกาสทำงานยาว ผมได้รับโอกาสมาทำงานที่ไอพลัสดี สไตล์คาเฟ่ x เบรฟโรสเตอร์ส (I+D Style Cafe x BraveRoasters) ผมรู้สึกว่าที่นี่เป็นตัวผมมากๆ ตั้งแต่บรรยากาศการแต่งตัว”

บูมไม่พูดเฉยๆ แต่พรีเซนต์การแต่งตัวให้ดูว่า ยูนิฟอร์มของที่นี่คือ คุมโทนสีดำ กรมท่า กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบดูดีมีสไตล์ขนาดไหน

เกือบครึ่งปีที่ได้ทำตามฝันได้เป็นบาริสต้าอย่างที่ตั้งใจ บูมบอกว่า โลกของกาแฟทำให้เขารู้สึกท้าทายในทุกวัน  

“กาแฟเปลี่ยนทุกวัน ต่อให้กาแฟตัวเดิม ใช้เครื่องชงเดิม รสชาติวันนี้ก็ไม่เหมือนกับเมื่อวาน เพราะฉะนั้นเพื่อให้ได้รสชาติที่แม่นยำ หน้าที่ของบาริสต้าคือต้องชิม และปรับรสชาติให้ได้มาตรฐาน ความยากของการเป็นบาริสต้า ต้องไม่หยุดเรียนรู้ โลกของกาแฟกว้างใหญ่ นอกจากกาแฟจะเปลี่ยนทุกวันแล้ว ยังมีเมล็ดกาแฟจากประเทศต่างๆ ให้ได้เรียนรู้ ได้เจอลูกค้าที่หลากหลายในทุกวัน นอกจากเมนูกาแฟผมยังรับผิดชอบดูแลเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ ด้วย ซึ่งหัวใจสำคัญเหมือนกับการเป็นบาริสต้าคือ ความแม่นยำในการรังสรรค์รสชาติออกมาตามสูตรไม่ผิดเพี้ยน” 

เป้าหมายในอนาคต บูมบอกว่า อยากมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง แต่คงไม่ใช่อนาคตอันใกล้ เพราะแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ตอนนี้เขายังสนุกกับการสั่งสมประสบการณ์ทั้งจากการทำงาน และการไปประลองฝีมือในรายการแข่งขันต่างๆ เมื่อมีโอกาส เพื่อเก็บจุดด้อยกลับมาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ