นันทัช รักรุ่ง อาหารไทยอยู่ในใจเสมอ

  • วันที่ 09 มี.ค. 2561 เวลา 12:44 น.

นันทัช รักรุ่ง อาหารไทยอยู่ในใจเสมอ

เรื่อง วรธาร ทัดแก้วภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

เชฟวีเลิฟสัปดาห์นี้พามารู้จักเชฟหนุ่มจากร้านสุพรรณิการ์ ครูส (Supanniga Cruise) เขาคนนั้นคือ เชฟนับ-นันทัช รักรุ่ง เชฟรุ่นใหม่ไฟแรงผู้หลงรักอาหารไทย และมีความฝันว่าวันหนึ่งจะมีร้านอาหารของตัวเองในท่ามกลางสวนผักผลไม้ ใน จ.นนทบุรี บ้านเกิด มีความสุขไปกับการปรุงอาหารให้ลูกค้าได้ลิ้มลองความอร่อย

เส้นทางการเป็นเชฟของนันทัช ต้องบอกว่ามีจุดเปลี่ยนให้ได้มาเรียนทำอาหาร โดยในสมัยเป็นนักศึกษาเรียนอยู่ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขณะกำลังจะขึ้นปีที่ 3 รู้สึกว่าหลักสูตรที่เรียนไม่ใช่ทางของตัวเอง และเห็นว่าการทำอาหารคือสิ่งที่ใช่ จึงตัดสินใจลาออกไปเรียนทำอาหารที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

"ผมจำได้ว่าตอนเด็กคุณยายคุณย่าชอบทำอาหารและทำอร่อยมาก ท่านเปิดร้านขายข้าวแกงด้วย (ตอนนี้ไม่ได้ขายแล้ว) เวลาท่านเข้าครัวถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงไปเล่นหรือรอกินอย่างเดียว แต่ผมมักมานั่งมายืนเฝ้าใกล้ๆ บางทีได้หยิบจับโน่นนี่นั่นช่วย มีความสุขดี ไม่เคยรู้สึกว่าการทำอาหารน่าเบื่อแต่น่าสนใจมากกว่า แล้วตอนเด็กผมไม่รู้หรอกว่าการใส่วัตถุดิบเครื่องปรุงอะไรๆ ลงไปนั้นมันเป็นศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่ง พอโตขึ้นถึงรู้

อีกอย่างคุณพ่อคุณแม่มักพาไปกินอาหารนอกบ้าน จึงได้กินอาหารอร่อยอยู่เรื่อยๆ พอบอกวันนี้พรุ่งนี้จะพาไปกินอาหารนอกบ้านนะในใจนึกเลยได้กินอาหารอร่อยอีกแล้ว เพราะฉะนั้นตอนที่ตัดสินใจไม่เรียนต่อทั้งที่กำลังจะขึ้นปีที่ 3 ก็อาหารนี่แหละครับเข้ามาในหัวก่อนเลย จึงตัดสินใจไปเรียนที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต หลักสูตรอาหารคาวฝรั่งเศสจนจบหลักสูตรชั้นสูง"

กระนั้นการได้เรียนรู้เทคนิคการประกอบอาหารตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูง สามารถนำไปประยุกต์กับการประกอบอาหารได้ทุกรูปแบบ พร้อมโลดแล่นไปในโลกของอาหารฝรั่งเศสได้สบายๆ แต่นันทัช กลับรู้สึกว่าอาหารฝรั่งเศสไม่ใช่อาหารที่ตัวเองทำแล้วเกิดความหลงใหลได้ปลื้มอะไรมาก แต่กลับกลายเป็นอาหารไทยต่างหากคือที่อยู่ในใจของเขาทั้งในเรื่องรสชาติ วัตถุดิบและกรรมวิธีการปรุง

"การคุ้นเคยกับอาหารไทยมาตั้งแต่เด็กทำให้รู้สึกว่าอาหารไทยคืออาหารที่ผมต้องรู้จักและเรียนรู้ให้เข้าถึงแก่นจริงๆ ที่สำคัญ เมื่อผมเป็นเชฟไทยถ้าไม่รู้จักอาหารไทย หรือทำอาหารไทยไม่ได้เรื่องก็กระไรอยู่ อีกอย่างมองก็ว่าอาหารไทยตัวเองน่าจะทำได้ดี ทั้งหมดนี้คือแรงผลักดันให้มาเรียนรู้อาหารไทยผ่านการทำงานหลังจากเรียนจบ"

ประสบการณ์ในการทำงานของนันทัชหลังจากเรียนจบด้านการทำอาหารมา เริ่มต้นที่โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ เป็นเวลา 2 ปี แล้วลาออกมาทำที่ร้านผักบุ้ง ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยสไตล์โฮมเมด ในซอยทองหล่อ จากนั้นจึงได้มาร่วมงานกับห้องอาหาร สุพรรณิการ์ ครูส ถึงปัจจุบัน ได้ประมาณ 1 ปี 3 เดือนในตำแหน่งชูส์เชฟ

"เดิมห้องอาหารสุพรรณิการ์มีหลายสาขา สาขาแรกและเป็นโรงแรมอยู่ที่ จ.ขอนแก่น จากนั้นเจ้าของ (ธนฤกษ์ เหล่าเราวิโรจน์) ได้ขยายสาขาที่ 2 ที่ทองหล่อ สาขา 3 ที่สาทรซอย 10 แล้วแตกไลน์ มาเป็นสุพรรณิการ์ ครูส ห้องอาหารเคลื่อนที่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตามด้วยสาขา สุพรรณิการ์ ท่าเตียน ความโดดเด่นของอาหารของสุพรรณิการ์ นอกจากจะเป็นอาหารไทยดั้งเดิมแล้ว ยังผสมผสานระหว่างตะวันออกและอีสานอยู่ในนั้นด้วย

เฉพาะ สุพรรณิการ์ ครูส เจ้าของต้องการให้ลูกค้าได้มาดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับการรับประทานอาหารแบบโอเพ่นแอร์ บนเรือที่ตกแต่งเน้นความร่วมสมัยอย่างเข้าถึงได้แต่ก็ไม่ลืมความเป็นไทยด้วยการนำวัสดุและของใช้แบบดั้งเดิม เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ กระเบื้องดินเผา เครื่องจักสาน มาตกแต่งเรือดูทันสมัย"

เชฟนับ กล่าวว่า โปรแกรมของสุพรรณิการ์ ครูส มี 2 แบบ คือ อีฟนิ่ง ค็อกเทล ครูส (Evening Cocktail Cruise) และอีฟนิ่ง แชมเปญ เตทแตงแจร์ ครูส (Evening Champagne Taittinger Cruise) สำหรับดื่มด่ำกับวิวของแม่น้ำเจ้าพระยายามพระ อาทิตย์ตกพร้อมเครื่องดื่มและของว่าง อีกโปรแกรมอินเนอร์ แชมเปญ เตทแตงแจร์ ครูส (Dinner Champagne Taittinger Cruise) สำหรับผู้ที่อยากลิ้มรสอาหารไทยแท้ดั้งเดิมขนาด 6 คอร์ส กับวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามราตรี

"อีฟนิ่งค็อกเทลให้บริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 16.45-17.45 น. อีฟนิ่งแชมเปญให้บริการเสาร์-อาทิตย์ 16.45-17.45 น. และดินเนอร์แชมเปญให้บริการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 18.15-20.30 น. ลูกค้าลงและขึ้นเรือที่ท่าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา เฉพาะรอบดินเนอร์เมื่อรับลูกค้าแล้วจะวิ่งไปถึงสะพานพระราม 8 แล้ววนกลับมาที่เอเชียทีค และส่งที่ริเวอร์ซิตี้ ลูกค้าสามารถจองและสอบถามได้ที่ โทร.02-714-7608 หรือที่ www.supannigacruise.com"

เชฟนับยอมรับว่า ทุกวันนี้มีความสุขกับการทำอาหารไทยมาก และรู้สึกว่าชีวิตมีชีวามากกว่าการทำอาหารอย่างอื่น พร้อมกับตั้งความฝันไว้ว่าวันหนึ่งจะมีร้านอาหารไทยและใช้วัตถุดิบในสวนของตัวเองมาประกอบอาหารด้วย แต่คงไม่ใช่ในเร็วๆ นี้แน่ๆ เพราะฉะนั้นหากใครอยากลิ้มลองฝีมือเชฟนับต้องมาใช้บริการที่สุพรรณิการ์ ครูสเท่านั้น

ข่าวอื่นๆ