ยูตะ ซาโตะ ‘ครอบครัวของผมเป็นจิตรกร’

วันที่ 04 ต.ค. 2560 เวลา 14:00 น.
ยูตะ ซาโตะ ‘ครอบครัวของผมเป็นจิตรกร’

 

การแต่งหน้าไม่ต่างจากการวาดภาพ ยูตะ ซาโตะ อินเตอร์เนชั่นแนล เมกอัพ อาร์ติสต์เครื่องสำอางแบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่น ทรี (Three) เล่าพื้นฐานครอบครัวของเขาเป็นศิลปินทั้งครอบครัวก็ว่าได้ ตั้งแต่คุณตามีอาชีพเป็นจิตรกร คุณแม่ก็ได้รับการผ่องถ่ายฝีมือมาเต็มร้อย ส่งต่อมายังพี่ชาย และตัวเขาเองที่ใฝ่ฝันเป็นศิลปินกันทั้งบ้าน

ความเป็นศิลปินจึงอยู่ในสายเลือด ยูตะ ช่างแต่งหน้าจากแดนอาทิตย์อุทัย เริ่มต้นสนทนาด้วยบุคลิกนิ่งๆ เท่ๆ ซึ่งหลายคนก็ถามเขาว่า แล้วทำไมจึงเลือกอาชีพในวงการเครื่องสำอาง คำตอบก็คือสำหรับเขาการแต่งแต้มบนใบหน้าสตรี ก็คือ งานศิลปะอย่างหนึ่ง ดีกว่านั้นอีก คือ ถ้าเป็นจิตรกรก็ไม่ได้พูดคุยกับใคร สมาธิจ้องจดจ่ออยู่แต่แผ่นเฟรมว่างเปล่า แต่อาชีพที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ได้พูดคุย ได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนหลากหลายวงการ โดยมีความภาคภูมิใจในงานกับการสร้างสรรค์ความงามให้ผู้คนทั่วโลก

เส้นตรงคือกุญแจความงาม   

 

 

 

เส้นทางอาชีพเมกอัพ อาร์ติสต์ เริ่มชัดเจนเพียงอายุ 17 ปีเท่านั้น ความใฝ่ฝันคือได้ก้าวไปสู่เวทีแฟชั่นระดับโลก โดยมีแบรนด์โปรด คือ มาร์แตง มาร์เจลล่า ดีไซเนอร์ผู้บุกเบิกแฟชั่นแนวอาวองต์การ์ด เสื้อผ้าที่เขาใส่ประจำ ก็คือ แบรนด์นี้

“ก็ยังเป็นความใฝ่ฝันอยู่ครับ (ยิ้ม) ผมได้ไปแต่งเวทีปารีสแฟชั่นวีก แต่ก็ยังไม่ได้แต่งให้แบรนด์ในฝัน ซึ่งตอนนี้ผมไม่ได้ซื้อเสื้อผ้า มาร์แตง มาร์เจลล่า และไม่ใช่แบรนด์ในฝันไปแล้วละครับ เพราะเขาเปลี่ยนดีไซเนอร์เป็น จอห์น กัลลิอาโน แฟชั่นกูตูร์ไปสำหรับการทำงานนะครับ เสื้อผ้ารวมทั้งรองเท้าที่ผมใส่ตอนนี้เป็นโลคัลแบรนด์ของญี่ปุ่น แบรนด์ Devoa นอกจากความสนุกสนานของการดีไซน์แล้ว อย่างเช่น รองเท้า ก็มีจินตนาการใส่รอยเท้าคนเข้าไปให้เหมือนรอยเท้าสุนัข หรือแมว ที่ชอบเหยียบไปบนพื้นปูนที่ยังไม่แห้ง หรือส่วนเสื้อผ้าการคำนวณทุกๆ จุดของร่างกายคนเราเพื่อรองรับทุกๆ การเคลื่อนไหว ผมว่านี่คือหลักการออกแบบที่ดี  

เครื่องประดับผมใส่แบรนด์ของนิวยอร์ก Jew Platina ผมต้องไปทำงานแต่งหน้าปีละ 2 ครั้ง แบรนด์นี้ใช้ตัวเลขเข้ามาในการออกแบบเพื่อความโชคดีด้วย สำหรับผม เลขนำโชค ก็ต้องเป็นเลข 3 สิครับ”  

ยูตะ บอกพลางหัวเราะ การแต่งตัวแนวอินดี้ เท่ และมีความละเอียดไปทุกอณู ในสไตล์ผู้ชายทำงานคลุกคลีกับแฟชั่น และชื่นชอบการออกแบบแท้จริง และสำหรับคอลเลกชั่น ล่าสุด Three Thailand Limited  2017 ยูตะ ก็ได้ร่วมใส่รายละเอียดนี้ในการรังสรรค์ความงามเพื่อผู้หญิงไทยโดยเฉพาะ

“แต่ละซีซั่น ผมจะคิดร่วมกับครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ คือ ริเอะ โอโมโตะ สีสันคือสิ่งที่เราใส่ใจที่สุด สีอายแชโดว์กว่าจะได้ผ่านการทดลองหลายร้อยครั้ง กว่าจะได้สีเฉดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากท้องฟ้ายามเย็นของพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม สีนี้ผลิตขึ้นในแบบลิมิเต็ด เอดิชั่น สำหรับผู้หญิงไทย มีขายเฉพาะในเมืองไทยเพียงที่เดียวเลยครับ

กุญแจความสำเร็จของเครื่องสำอางจากญี่ปุ่น คือ ความพิเศษที่เราคิดค้นอย่างละเอียดอ่อน สิ่งที่ผสมอยู่ในเมกอัพ คือ ออยล์เจล ทำให้ลิปสติกเกลี่ยทาที่พวงแก้มได้ด้วยครับ นอกจากความสวยแล้ว คือ การแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้น ด้วยนวัตกรรมที่เราคิดค้นขึ้นมาใหม่ๆ อยู่เสมอเลยครับ และทำให้เครื่องสำอางชิ้นนั้นเป็นมัสต์เฮฟที่ผู้หญิงทุกคนต้องมี”

แต่งหน้าเนรมิตความงามผู้หญิงมาทั่วโลกแล้ว เมื่อถามว่าแล้วตัวเมกอัพ อาร์ติสต์เอง แต่งหน้าหรือไม่? ยูตะ ตอบคำถามนี้พร้อมเสียงหัวเราะ

“แต่งสิครับ การแต่งหน้าผู้ชาย ก็ต้องแตกต่างจากผู้หญิงแน่นอน คือ ต้องแต่งให้เหมือนเราไม่ได้แต่งอะไรเลย ผมแต่งให้ผู้หญิงโดยเน้นความเป็นธรรมชาติแล้ว แต่งหน้าตัวเองก็ต้องธรรมชาติยิ่งกว่าอีก การแต่งหน้าคือการมองรวมๆ บนใบหน้า ไม่ต้องพยายามแต่งส่วนใดส่วนหนึ่งมากจนเกินไป

ผู้ชายยุคนี้แต่งหน้าไม่แปลกหรอกนะครับ (ยิ้ม) เพราะทุกคนต้องดูดีเมื่อออกนอกบ้านเช่นเดียวกับผู้หญิง และหลักการแต่งหน้าก็ไม่ต่างกัน คือ ดึงส่วนที่ดีที่สุด ให้ออกมาดูเด่นที่สุด การแต่งหน้าคือมารยาทด้วยซ้ำ ผู้ชายแต่งหน้าต้องให้เหมาะสมกับการทำงาน หรือการเข้าสังคม แต่งแล้วคุณต้องรอดนะ (หัวเราะ) ใบหน้าคุณต้องดูสะอาด ไม่ต้องคิดมากไปกว่านั้นเลยครับ" ยูตะ ช่างแต่งหน้ามือโปรจากญี่ปุ่นบอกทิ้งท้ายด้วยมาดสุดเท่