ซีแนม สุนทร เพราะชีวิตไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ

วันที่ 01 ต.ค. 2560 เวลา 09:35 น.
ซีแนม สุนทร เพราะชีวิตไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ
โดย  อณุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ลูกครึ่งสาวสวยหน้าทะเล้น จากเด็กน่ารักรูปร่างอวบอิ่ม เติบโตเป็นสาวสวยรูปร่างปกติเช่นสาวๆ ทั่วไป แต่ใครๆ ก็มักจะยังมีภาพจำตอนเป็นเด็กวัยรุ่นหุ่นเจ้าเนื้อสักนิดตั้งแต่เมื่อครั้งประกวดร้องเพลงที่บ้านเอเอฟ 1 ทั้งที่เวลาผ่านไปนับ 10 ปี ภาพลักษณ์แบบเดิมๆ นั้นเปลี่ยนไป เพราะเธอได้กลายเป็นสาวสวยรูปร่างปกติ ไม่ได้ดูเจ้าเนื้ออีกต่อไปแล้วก็ตาม

ปัจจุบัน ซีแนม สุนทร ในวัย 32 ปี ยังคงมีงานในวงการบันเทิงอยู่อย่างสม่ำเสมอแม้จะไม่หนาตานัก แต่งานก็คงมีอยู่เรื่อยๆ ทั้งงานละครและพิธีกร ส่วนในบทบาทของการเป็นนักร้องนั้น เธอเพิ่งออกซิงเกิ้ลใหม่ในชื่อเพลง "เธอบอกให้รอ" เป็นเพลงหวานปนเศร้าที่เธอลงทุนทำเอง เล่นมิวสิคเอง โดยชื่อเพลง "เธอบอกให้รอ" นั้นมาจากเรื่องราวชีวิตจริงของเธอที่ทุกอย่างต้องรอคอยอยู่เสมอ รอคอยไม่จบไม่สิ้น และหลายอย่างในชีวิตก็รอหายโดยที่ไม่เคยเกิดขึ้นสักครั้งเลยกับชีวิตเธอ ซึ่งเพลงดังกล่าวจะออกเผยแพร่ผ่านยูทูบและออนไลน์ต่างๆ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา เธอบอกว่าฝากติดตามผลงานของเธอด้วย เพราะเป็นผลงานเพลงแรกเพียงเพลงเดียวที่มีในชีวิต

จะให้รออีกนานแค่ไหน?

"คือหนูรอการทำเพลงมานานมาก นานจริงๆ ตอนที่เข้าประกวดบ้านเอเอฟเพราะหนูชอบร้องเพลงอยากเป็นนักร้อง ตั้งแต่เด็กหนูเดินสายประกวดมาเยอะมากอาจจะถึง 100 เวทีก็ว่าได้ หนูเข้าวงการด้วยการประกวดร้องเพลง เป็นที่รู้จักครั้งแรกผ่านสื่อก็เพราะประกวดร้องเพลง แต่หนูไม่เคยมีผลงานเพลงออกมาเลย มีเพลงแรกที่ร้องรวมกับนักร้องบ้าน เอเอฟทุกคนเพียงเพลงเดียว แม้แต่การออกงานกับบ้านเอเอฟ ก็มักจะเป็นงานพิธีกรมากกว่างานร้องเพลงเหมือนกัน พอประกวดเสร็จ เซ็นสัญญากับแกรมมี่อยู่ 5 ปี เพื่อจะมีผลงานเพลง เขาบอกให้หนูเตรียมตัวต่างๆ นานา โดยเฉพาะลดน้ำหนักไปถึง 40 กิโล แต่รอจนหมดสัญญาก็ไม่ได้มีงานเพลงออกมาเลยแม้แต่เพลงเดียว ทั้งที่หนูอยากเป็นนักร้องมากๆ รอมาตลอด หนูมาจากการประกวดร้องเพลงแต่ไม่เคยมีงานเพลงของตัวเองเลยแม้สักเพลงเดียว เขาบอกให้รอ" เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ

ซีแนม เล่าถึงชีวิตช่วงที่ผ่านมาของเธอเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมานั้น เป็นช่วงชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแท้จริง มีอุปสรรคขวากหนามอยู่เสมอตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ย่างเข้าอายุ 25 ปีเป็นต้นมา เธอบอกว่าหลายๆ คนจะชมเธอว่าร้องเพลงดี และเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจว่าทำได้ดีที่สุด แต่โอกาสไม่เคยมาถึงเธอ เนื่องจากปัญหาแรกที่เธอมักจะได้ยิน ก็คือ ต้องลด น้ำหนักลงหน่อยนะ

จะให้ลดอีกเท่าไรถึงจะพอ?

ดังนั้น ตลอดเวลานับแต่ออกจากบ้าน เอเอฟ ภารกิจหลักของเธอ ก็คือ จะต้องลดความอ้วน ลดๆๆๆๆ มันเป็นการรับข้อมูลแบบที่ต้องจำฝังใจว่าลดความอ้วนโดยเร็วลดให้มากที่สุด จนทำให้เธอคิดว่าความอ้วนมันคืออุปสรรคในการจะได้เป็นนักร้องของเธอ ถ้าไม่ลดจะอยู่ในวงการนักร้องนี้ไม่ได้ เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาลดแบบเคร่งเครียด

"แรกๆ หนูลดแบบสุดโต่งหนักหน่วงมากออกกำลังกายแบบเป็นบ้าเป็นหลังทุกวันเลย แล้วก็กินน้อยมาก ไม่กินแป้งไม่กินหวาน ได้ผลดีแต่ทรมานร่างกายจิตใจเหลือเกิน จนหนูสามารถลดไปได้ 24 กิโลกรัม แต่เพราะลดแบบหนักหน่วงเกินไป มันลงเร็วก็จริง แต่ถ้าไม่คุมอย่างต่อเนื่องก็คือเผลอแป๊บเดียวน้ำหนักจะขึ้นมาทันที สวิงตัวขึ้นลงมาเร็วมาก จนเธอเครียดหนัก เพราะขนาดลดมาเยอะแล้วแต่งานก็ยังไม่มีออกมาอย่างที่ได้คุยกันไว้" เธอกล่าวอย่างเพลียใจ

หลังจากลดมามากขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่มีผลงานอะไร เธอจึงพยายามเดินทางสายกลางเพื่อลดความเครียดและความกดดันในตัวเองลงไป ด้วยการคุมน้ำหนักแบบสมเหตุสมผล ออกกำลังกายแบบเหมาะสม ควบคุมอาหารตามสมควร แม้น้ำหนักอาจจะขึ้นมาเล็กน้อยแต่เธอรู้สึกมีความสุขและมีชีวิตชีวามากขึ้น รวมทั้งพยายามปรับเปลี่ยนความคิดให้เป็นบวกมากขึ้น งานเพลงยังไม่ออกก็พยายามทำงานอย่างอื่นทดแทนไปก่อน ลดความคาดหวังลงเพื่อที่ตัวเธอเองจะได้ไม่ผิดหวังมากนัก

เธอจึงไม่เคยมีภาพจำของความเป็นนักร้องเลย หลังจากนั้นก็มีงานละคร งานพิธีกรต่างๆ บ้างเป็นระยะๆ ถ้าจะมีไปออกงานร้องเพลงบ้าง ก็จะเป็นการนำเพลงของคนอื่นมาร้องทั้งสิ้น ในระยะหลังๆ ภาพของเธอที่ปรากฏต่อสื่อก็มักจะเป็นงานละครเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่เธออยากทำงานเพลงแทบใจจะขาด

ภัยร้ายจากคอลเซ็นเตอร์

งานที่ตั้งใจไว้ก็ไม่ได้อย่างที่ใจหวัง เท่านั้นยังไม่พอความโชคร้ายยังมาพบพานรังควานชีวิตเธออีก จากพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตัวแสบที่โทรเข้ามาหลอกให้เธอทำรายการ ขณะที่เธอกำลังยุ่งๆ เลยลืมที่จะระวังตัว เผลอตอบรับทำรายการโดยไม่คาดคิด "ตอนนั้นคอลเซ็นเตอร์เพิ่งเข้ามาระบาดใหม่ๆ ยังไม่เป็นข่าวแพร่หลายนัก โทรมาตอนหนูกำลังยุ่ง เราก็ค่ะๆ ทำรายการตามเขากว่าจะรู้ตัว ก็ยกเลิกอะไรไม่ทัน เสียเงินไปแสนกว่าบาท หลังจากหนูโดน ข่าวพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็มีเข้ามาหนักขึ้น หนูโดนเป็นรายแรกๆ เลย ก็ไปออกรายการคุณสรยุทธ์ที่ช่อง 3 เป็นวิทยาทานให้คนอื่นได้เป็นบทเรียนจากความประมาทในครั้งนั้น เสียค่าครูไปหนักมาก ตอนที่โดนพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นใกล้ๆ อายุเบญจเพศพอดีด้วยมั้งคะ" เธอ ถอนใจ

โดนเพื่อนสนิทแย่งแฟน

ด้วยวัยเพียง 30 ต้นๆ แต่ถือว่าซีแนมเป็นผู้มีประสบการณ์ชีวิตหลายรสหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องราวที่ไม่ค่อยจะสดชื่นสมหวังในอดีต เพราะตั้งแต่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาใหม่ๆ เธอก็เจอเพื่อนสนิทแย่งแฟน ถือว่าเป็นบาดแผลครั้งใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของเธอที่สอนประสบการณ์ช้ำๆ ในความรักของเธอ

"คือมันก็ไม่ได้เป็นความรักดูดดื่ม หวานซึ้งตรึงใจอะไรมากมายนักหนาหรอกค่ะ แต่มันก็ไม่ใช่ป๊อปปี้เลิฟแบบเด็กๆ แล้วนะ เพราะอายุ 20 กว่าแล้ว มีความจริงจังตั้งใจอยู่พอประมาณ คบกับแฟนมา 2 ปีกว่า ก็มาเจอเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อแย่งแฟนไปหน้าตาเฉย เราก็เจ็บเยอะนะคะตอนนั้น ปกติผู้หญิงเลิกกับแฟนนี่ก็เสียใจกันมากอยู่แล้ว แต่นี่มาเจอเพื่อนสนิทแทงข้างหลังแบบนี้โดนสองเด้งไปกันใหญ่ ทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ ทั้งอาย เสียทั้งเพื่อนเสียทั้งแฟน ตอนนั้นก็ถือว่าเสียใจหนักหนาเอาการอยู่ ทำให้เราไม่ค่อยวางใจในเรื่องความรักสักเท่าไรนัก เหมือนมีชนักติดหลังทำให้หวาดระแวงอยู่เสมอ เพราะมีบทเรียนที่ไม่ดีมา" เธอ กล่าวอย่างจริงใจ

ยอมรับตัวเองให้ได้...เคยลดความอ้วนจนเกือบตาย

ซีแนม กล่าวต่อไปว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สุดท้ายเธอก็ต้องเติบโตขึ้น ทุกอย่างที่ผ่านมาถือเป็นประสบการณ์ เป็นบทเรียนที่สำคัญในชีวิตที่จะทำให้เธอเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีผ่านเข้ามาให้เป็นวัคซีนใจให้เติบโตไปต่อได้ แม้ย้อนเวลาได้เธอก็ไม่คิดจะแก้ไขอะไร เรียนรู้ที่จะอยู่และเติบโต ทำให้รู้ว่าชีวิตคนเรานั้นมีหลายบทหลายตอน มีขึ้นมีลง มีสุขมีทุกข์ อยู่ที่ว่าเราจะเจอด้านไหนก่อน แล้วรับมือกันมันได้ดีเพียงใด

สำหรับชีวิตเธอในตอนนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นมาก เพิ่งลบปมในใจเรื่องความอ้วนให้หลุดออกไปได้เมื่อ 2-3 ปีนี้เอง เพราะแต่ก่อนเหมือนเป็นปมด้อยมากเรื่องความอ้วน เธออ้วน เพราะเธออ้วน เธอต้องลด ในใจคิดกังวลแต่เรื่องความอ้วนมาตลอดชีวิต ไม่เคยยอมรับนับถือตัวเองได้เลยเพราะเรื่องนี้ ขนาดเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ขณะที่เธอลดความอ้วนมาได้เกือบ 40 กิโล เกือบตายเพราะลดหนักมาก ผู้หญิงส่วนใหญ่จะถูกฝังหัวมาว่าต้องผอมเท่านั้นถึงจะสวย ถ้าอ้วนก็จะกลายเป็นตัวตลกไป ไม่มีนางเอกคนไหนที่อ้วน คนอ้วนเป็นได้แค่เพื่อนนางเอกที่ต้องดูตลกขบขันเท่านั้น

"เวลาเล่นละคร ผู้กำกับก็ยังบ่นๆ ว่าแก้มเยอะไป หน้าดูกลมไป ใส่เสื้อแขนกุดก็แขนใหญ่ไป ยังถูกสั่งให้ลดความอ้วนอยู่เป็นประจำ แต่หนูก็ทำได้เท่านี้แหละ จะให้ลดไปถึงไหน ต้องให้เหลือกี่โลกัน หนูหยุดเก็บกดแล้วยอมรับตัวเองในแบบที่เราเป็น ก็หนูเป็นเด็กอวบๆ มาแต่เกิด ตอนนี้ก็เป็นผู้หญิงรูปร่างปกติแล้ว ทำได้แค่นี้ ตอนนี้คือลดไป 35 กิโล จากที่เคยทำได้ 40 กิโล ก็พอแค่นี้ละ ไม่อยากกดดันตัวเองมากไปกว่านี้ มันเหนื่อยใจ" เธอ กล่าวแบบคนทำใจได้

ปัจจุบันนี้นอกจากมีงานในวงการบันเทิงบ้างประปราย ทั้งงานพิธีกร งานละคร เธอก็มีธุรกิจเล็กๆ ที่ทำกับเพื่อน ก็คือ การทำเสื้อผ้ากีฬาแล้วก็รับสกรีนเสื้อยืด อยู่ที่จุฬาซอย 2 และเริ่มมีแบรนด์ชุดกีฬาเป็นของตัวเองได้ประมาณปีกว่าแล้วชื่อแบรนด์ Z-N ตอนนี้ขายที่ร้านกับผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก

สำหรับมุมมองในอนาคตนั้น ซีแนม บอกว่า ไม่หวังอะไรสูง ไม่คาดหวังอะไรเกินตัว มองอนาคตทีละ 2-3 ปีล่วงหน้า คือ ทำงานที่ทำอยู่ตอนนี้ให้ดีที่สุด ทำร้านและแบรนด์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จัก มียอดขายที่น่าพอใจ และมองหาธุรกิจที่น่าสนใจทำเพิ่มอีกสักอย่างเพื่อความมั่งคงในชีวิต ส่วนงานในวงการบันเทิงก็รับอยู่เสมอ