พรเทพ กมลวิศิษฎ์ ฝันสร้างชื่อให้ยีนส์ไทย

วันที่ 28 ก.ย. 2560 เวลา 14:00 น.
พรเทพ กมลวิศิษฎ์ ฝันสร้างชื่อให้ยีนส์ไทย

 

เส้นทางชีวิตของจอห์นนี่ - พรเทพ กมลวิศิษฎ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเจ ยีนส์ (ไทยแลนด์) ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ที่เติบโตในครอบครัวที่ทำธุรกิจยีนส์มากว่า 40 ปี หากเปรียบเทียบกับทายาทนักธุรกิจครอบครัวอื่น อาจเรียกได้ว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากตัวเขาเองจะไม่ได้วางแผนอนาคต ว่าจะกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว คุณพ่อก็ไม่เพียงไม่บังคับ หากแต่ยังส่งเสริมให้ลูกชายไปเรียนรู้ในวิชาชีพที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยีนส์แม้แต่น้อย เพราะหมายมั่นว่าอยากให้ลูกชายเป็นกำลังสำคัญ ในการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ให้กับครอบครัว แต่สุดท้ายราวกับโชคชะตากำหนด ต่อให้เส้นทางชีวิตจะอ้อมไปสุดทางแค่ไหน ปลายทางก็ยังกลับมาอยู่ที่จุดเดิม

“ผมเลือกเรียนต่อปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม เพราะคุณพ่ออยากให้ผมกลับมาแตกไลน์ธุรกิจของครอบครัวไปสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ พอเรียนจบกลับมา ผมก็เดินตามเส้นทางที่วางไว้ เริ่มไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานจากบริษัทอื่นก่อน แต่ด้วยความที่ช่วงที่ผมเรียนจบกลับมา เป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่พอดี ธุรกิจอสังหาฯ ในบ้านเรายุคนั้นเฟื่องฟูมากก็จริง แต่ปัญหาคือดีมานด์ไม่สมดุลกับซัพพลาย ผมมองแล้วว่าอาจไม่ใช่จังหวะที่เหมาะจะลงทุนกับธุรกิจอสังหาฯ ผมเลยกลับมาทบทวนอีกครั้งว่า ถ้าจะเริ่มต้นธุรกิจ น่าจะย้อนกลับมาหาสิ่งที่เรามีเป็นต้นทุนอยู่แล้วมากกว่า นั่นก็คือ ธุรกิจยีนส์”

ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบติดอยู่ในกรอบ เมื่อคิดจะเอาจริงเอาจังกับการสร้างธุรกิจ เขาไม่ได้หวังแค่เข้ามาสานต่อกิจการ แต่วาดภาพใหญ่กว่านั้นว่า ในเมื่อบริษัทของเขามีความพร้อมแทบทุกด้าน ทำไมไม่สร้างแบรนด์ของตัวเอง แทนที่จะนำเข้ายีนส์จากต่างประเทศ นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์บีเจ ยีนส์

“ผมมองว่าการสร้างแบรนด์ของตัวเอง จะทำให้เรามีอิสระในการทำงาน จากแต่ก่อนที่เป็นแบรนด์นำเข้า เวลาจะทำอะไรก็ต้องให้เมืองนอกดูก่อนว่าโอเคมั้ย จะลงทุนอะไร สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ได้อยู่กับเราเต็มๆ แต่ถ้าเราทำแบรนด์เอง เวลาคิดจะทำอะไรก็ทำได้เลย ลงทุนอะไรไปผลลัพธ์ก็อยู่กับเราเต็มๆ ในเมื่อบริษัทของเรามีทั้งโรงงาน ทักษะการผลิต และแหล่งวัตถุดิบพร้อมอยู่แล้ว ทำไมจะสร้างแบรนด์ของเราเองไม่ได้

ถึงตอนนั้นคุณพ่อจะไม่เห็นด้วย แต่ผมเชื่อว่าธุรกิจนี้ไปได้ เลยตัดสินใจลุยต่อเพื่อพิสูจน์ให้คุณพ่อเห็น ตั้งแบรนด์ขึ้นมาทำยีนส์ขายแข่งกับคุณพ่อเลย โดยใช้โรงงานของคุณพ่อนั่นแหละเป็นที่ผลิต” ผู้บริหารหนุ่มมองย้อนถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจอย่างอารมณ์ดี แม้ว่าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มลงมือ ทุกอย่างแทบไม่มีคำว่าง่ายเลย

 

 

จอห์นนี่ ยังบอกด้วยว่า แม้จะคลุกคลีมากับธุรกิจยีนส์ตั้งแต่เด็ก แต่ขึ้นชื่อว่าธุรกิจไม่มีคำว่าง่าย ตลาดยีนส์โตขึ้นเรื่อยๆ มีคู่แข่งรายใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้ายังทำธุรกิจแบบเดิมไปเรื่อยๆ วันหนึ่งธุรกิจก็มีแต่นับถอยหลังรอวันตาย ทางรอดคือ การตั้งเป้าที่ชัดเจนแล้วไปให้ถึง

“เป้าหมายถัดไปของผมจากนี้ คือ การพาบีเจ ยีนส์ ซึ่งยังถือว่าเป็นน้องใหม่มากในวงการยีนส์ออกไปสร้างชื่อในกลุ่มภูมิภาคซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ยังไม่กล้าฝันไกลถึงขั้นจะพาแบรนด์ไปโตในระดับอาเซียน ตอนนี้เราก็เริ่มไปเปิดตลาดที่เมียนมาบ้างแล้ว” ผู้บริหารหนุ่มบอกเล่าอย่างถ่อมตัว

หลังจากชวนคุยเรื่องหนักๆ มาพักใหญ่ ถือโอกาสนี้ชวนผู้บริหารหนุ่มผ่อนคลาย มาอัพเดทชีวิตส่วนตัวกันบ้าง งานนี้จอห์นนี่ซึ่งตอนนี้เป็นคุณพ่อลูกสองแล้วออกตัวก่อนเลยว่า งานกับครอบครัวต้องแยกให้ชัด ที่สำคัญต้องไม่ลืมแบ่งเวลาไว้ดูแลตัวเองตามสไตล์หนุ่มเฮลตี้ ที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ

“ผมทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน เสาร์-อาทิตย์เป็นเวลาพักผ่อน ความสุขของผมคือ การพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัว ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์ไหนที่แบรนด์มีจัดอีเวนต์ตามต่างจังหวัด ก็ต้องไปดู ผมถือเป็นการไปเยี่ยมสาขาไปในตัว

เวลาที่เหลือจากนี้ ผมชอบออกกำลังกาย ผมเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ผมออกกำลังที่ยิมในบ้าน 3-4 วัน/สัปดาห์ จะเล่นตอน 3-4 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ว่างที่สุดของวัน เพราะเสร็จจากการทำงาน และลูกๆ เข้านอนหมดแล้ว” ผู้บริหารหนุ่มกล่าวทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี