สบายดี! จินนาลี นรสิงห์ มิสแกรนด์ลาว

  • วันที่ 29 ส.ค. 2560 เวลา 12:01 น.

สบายดี! จินนาลี นรสิงห์ มิสแกรนด์ลาว

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

มิสแกรนด์ลาวคนล่าสุด หรือจะเรียกให้ถูก คือ มิสแกรนด์ลาวคนแรกในประวัติศาสตร์ชาติลาว ประจำปี 2560 จินนาลี นรสิงห์ หรือฟ้าใส อายุ 18 ปี ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ปลายปีนี้ ฟ้าใสจะเป็นตัวแทน สปป.ลาว เพื่อเดินทางไปประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนลที่เวียดนามด้วย มาทำความรู้จักเธอกัน

ฟ้าใสพูดคุยพร้อมรอยยิ้มสดใสสมชื่อ หลังรับตำแหน่งเธอเดินทางมาเยี่ยมสื่อมวลชนที่บริษัท มัชรูม เทเลวิชั่น (Mushroom) อาคารบางกอกโพสต์ คลองเตย กรุงเทพฯ ก่อนจะเล่าให้ฟังถึงชีวิตและความใฝ่ฝัน รอยยิ้มเสียงหัวเราะ ประสบการณ์น่าสนุกจากเวทีประกวด

ฟ้าใสเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนนานาชาติเกียรติศักดิ์ (Kiettisack International School) ที่เวียงจันทน์ เป็นบุตรสาวคนโต และมีน้องสาวอีก 2 คน ครอบครัวทำธุรกิจค้าขายจัดจำหน่ายรถคูโบต้า ก่อนเข้าประกวด เธอเตรียมตัวเดินทางไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศสิงคโปร์ด้านจิตวิทยา อย่างไรก็ตาม แผนการเรียนต่อต่างประเทศอาจถูกเลื่อนออกไปก่อน เพราะฟ้าใสต้องทำภารกิจของมิสแกรนด์ลาวให้ลุล่วง โดยเฉพาะการขึ้นประกวดบนเวทีนานาชาติครั้งแรกของลาวที่เวียดนามในเดือน ต.ค.นี้

“การเป็นมิสแกรนด์ลาวเป็นสิ่งเหนือความคาดหมาย ทั้งที่ทีแรกบ่อยาก แค่คึดว่าอยากหาประสบการณ์ ส่วนตัวเป็นคนมักลอง การประกวดนางงามครั้งนี้เพื่อหาประสบการณ์ใส่ตัว”

ฟ้าใส เล่าว่า เข้าประกวดมิสแกรนด์ลาวเพราะนึกสนุก เพื่อนฝูงชวนไปก็มักไป เป็นเรื่องของการรับคำชวน รับคำท้าทาย หากเมื่อได้เข้าไปมีโอกาสในจุดนั้น ก็คิดว่าเข้าไปแล้วต้องลองหรือทดลองให้ถึงที่สุด

เวทีประกวดมิสแกรนด์ลาวจัดขึ้นที่โรงแรมรัศมี เวียงจันทน์ กองประกวดมีระยะเวลาให้เข้าเก็บตัวประมาณ 2 สัปดาห์ จากสาวสวยผู้ร่วมประกวดทั่วประเทศกว่า 100 คน คัดเหลือ 20 คน ฟ้าใส เล่าให้ฟังว่า ช่วงระยะเวลาที่ได้เก็บตัวร่วมกับหมู่เพื่อน ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความประทับใจ

“ตอนกลางวันเฮาได้ฝึกย่าง ฝึกบุคลิกภาพ ฝึกทัศนคติ แต่พอตกแลงปึ๊บ (ทันทีที่ตกเย็น) พวกเฮาต่างเป็นตัวของตัวเอง เหมือนจับเด็ก 17 คนมาอยู่ด้วยกัน บ่มีหยังมากกว่าความเป็นเพื่อน พวกเฮากินบักหุ่ง กินข้าวเหนียว พูดคุยสนุกสนาน” ฟ้าใส เล่า

เรื่องการประกวดบนเวทีประชันความงาม ฟ้าใส เล่าว่า เบื้องหน้าคือสปอร์ตไลต์ที่ส่องตรงมา หมายถึงความคาดหวังที่นางงามทุกคนฮู้ว่า คนหวังจากเฮามากกว่าที่เฮาหวัง ฟ้าใส บอกว่า เธอไม่ได้ “เฟก” ไม่ได้ปรุงแต่งเป็นอย่างอื่น หากดึงความดีของตัวเองออกมาให้มากที่สุด

สัดส่วนคือ 33/25/35 น้ำหนัก 55 กิโลกรัม ความสูง 173 เซนติเมตร เจ้าตัวเล่าว่า บ่ถือสาถึงเรื่อง “ตัวเลข” เธอบอกว่า “เฮาบ่สน” สนแต่ว่าเมื่อดูโดยรวมแล้วดูดี สนอันนี้มากกว่า ช่วงนี้พยายามงดรับประทานของหวาน หักห้ามใจตัวเองเพราะชอบกินของหวานมาก (ทำตาโตย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ฮู้จักบิงซูบ่” เป็นของหวานที่เธอชอบกิน)

“ชักเริ่มดีใจที่เป็นคนสูง เมื่อก่อนแปลกหมู่ สูงกว่าหมู่มาตลอด ตอนนี้ได้ฮู้ข้อดีของมัน คือ กินแล้วบ่อ้วนเท่าไร”

สวยสตรองสิมั่น ฟ้าใส เล่าว่า เทรนด์ความงามเปลี่ยนแปลงไป เธอเป็นคนหนึ่งที่ชอบสวยสตรอง หรือสวยแบบแข็งแรง มีกล้ามเนื้อมากกว่าสวยแนวอรชรอ้อนแอ้น อยากมีซิกซ์แพ็ก อยากมีกล้ามท้องนิดๆ ไอดอลของฟ้าใสเป็นเพื่อนผู้เข้าร่วมประกวดจากเวทีเดียวกัน “พูนทรัพย์ พลโยธา” ซึ่งได้ตำแหน่งรองมิสแกรนด์ลาวจากการประกวดครั้งเดียวกันนี้ สำหรับซิกซ์แพ็กที่มุ่งมั่นอยากมี ไม่น่ามีปัญหา ฟ้าใส เล่าว่า เทรนเนอร์ประจำตัวของเธอ “เข้มหลายอยู่”  ใจดีและฮักเฮาเหมือนลูกแต่โหด (หัวเราะเสียงใส)

“วินาทีนี้ คือ ต้องเฮ็ดให้ดีที่สุด เฮ็ดให้เต็มที่ที่สุดแล้วเฮาจะบ่เสียใจ”

เมื่อถูกถามว่า ได้ทำศัลยกรรมความงามหรือไม่ ฟ้าใสตอบตรงๆ ว่า ทำตาและทำจมูก ได้แก่ กรีดตาสองชั้น ส่วนจมูกได้ทำศัลยกรรมให้โด่งขึ้น การประกวดความงามของลาวได้รับความนิยมสูง เพียงแต่ประชาชนยังไม่ถึงขั้นร้องกรี๊ดเมื่อเห็นนางงาม ส่วนใหญ่แสดงความสนใจ ติดตามข่าวสาร ฟอลโลว์เพจส่วนตัวของนางงามบ้าง มักแชต มักคอมเมนต์ มักให้กำลังใจ พูดคุย ติดตามความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ (fb:chinnalyfasai)

การประกวดในเวทีประเทศลาวจะไม่มีการใส่ชุดว่ายน้ำ นางงามใส่เสื้อยืดรัดท่อนบนหรือเกาะอก และใส่กางเกงขาสั้น รสนิยมด้านความงามในประเทศลาวคล้าย ๆ กับไทย คือ มักคนผิวขาว แต่เดี๋ยวนี้ก็มีหันมาชอบคนผิวสีแทนบ้าง ประชาชนชอบความอ่อนหวานและความนิ่มนวล สะท้อนความเป็นแม่หญิงลาวที่รักในขนบประเพณีที่งดงามและเก่าแก่ ทัศนคติต่อความงามระหว่างไทยกับลาว ฟ้าใส บอกว่า ก็มีทั้งที่แตกต่างกันและที่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ คือ ข้อกำหนดการประกวดของลาวจะมีข้อเคร่งครัดกว่าไทย และมีรายละเอียดกว่า เช่น ให้ใส่หยัง บ่ให้ใส่หยัง

ฟ้าใสได้รับรางวัล 50 ล้านกีบ หรือ 6.5 แสนบาท รวมทั้งมงกุฎและสายสะพาย เมื่อชนะการประกวด สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับตัว หมายถึงปรับทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะเดิมพันคือเวทีนานาชาติครั้งแรกของลาว อย่างน้อยที่สุดฟ้าใสตั้งใจว่าจะทำให้ดีที่สุด ความพร้อมด้านภาษาคือปัจจัยหนึ่ง “บ่ได้หมายว่าเก่ง แต่เฮามีพื้นฐานมาก่อน ก็คิดว่าจะบ่มีปัญหาหยัง” โรงเรียนนานาชาติทำให้เธอพูดภาษาอังกฤษและสื่อสารได้คล่องแคล่ว นอกเหนือจากนั้นคือความรู้ที่นางงามต้องพร้อมสรรพ ทั้งความรู้ในประเทศ ความรู้ต่างประเทศ ปัจจุบันอนาคต

ต้นแบบนางงามของฟ้าใสเป็นใครอยากรู้ หนึ่งในนั้นคือ แพม-เปมิกา มิสแกรนด์ไทยแลนด์คนล่าสุด มักที่อัธยาศัยและเป็นกันเองกับหมู่ขนาด อีกหนึ่งคือไอดอลสาวชาติลาว รองมิสแกรนด์ลาว 2017 มิมี หรือพูนทรัพย์ ที่มิตรภาพความเป็นกันเองประทับใจฟ้าใสมาตลอด “ข้ามฟากมายังฝั่งไทย ถ้าเป็นดารา ฟ้าใสมัก อั้ม-พัชราภา และชอบสายแข็งแบบ ปู-ไปรยา รวมทั้ง “ครูเงาะ” ผู้เป็นไอดอลด้านจิตวิทยา โค้ชคนเก่งเกี่ยวกับวิธีคิดวิธีมองโลกแบบบวกบวก”

ทุกเวทีนางงามไม่ต่างกัน เวทีมิสแกรนด์ลาวก็เช่นกัน นั่นคือทุกคนกระหายมงกุฎ การแข่งขันดุเดือดและกดดัน หากเบื้องหลังของพลังที่ซ่อนอยู่ของสาวน้อยคนนี้ก็คือความตั้งใจ มิสแกรนด์โดยคอนเซ็ปต์คือความอลังการและความแซ่บ (ฟ้าใสแอบยิ้ม) โปรแกรมการถ่ายทอดสัมปทานเวทีประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนลในลาวช่วงนี้ บอกได้คำเดียวว่าคึกคัก ชาวลาวแทบทุกคนเฝ้ารอลุ้นนางงามชาติตัวเองบนเวทีอินเตอร์แนชันแนลครั้งแรกอย่างใจจดจ่อ

...กล้าเปิดใจ และเรียนรู้ที่จะเข้าให้ถึงผู้อื่น...นี่อาจคือคุณสมบัติสำคัญของมิสแกรนด์ลาวคนนี้ ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยสัมภาษณ์กันในวันนี้ก็บอกได้เลยว่า เธอกล้าที่จะแสดงออกความเป็นตัวของตัวเธอบนเวทีการประกวดแน่

“เฮาเป็นคนแปลก เฮามีความคิดที่แปลก เฮากล้าแสดงออก ความบ่เหมือนใครนั่น คือสิ่งที่เฮาเป็น”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ