
"นาบิล" ยันเข้าทีมชาติตามระบบ พร้อมชกมวยสากลฯ ลุ้นทองโอลิมปิก
นาบิล อานาน นักชกลูกครึ่งไทย-แอลจีเรีย ประกาศพร้อมเข้าสู่ระบบคัดเลือกทีมชาติ ลุยกติกามวยสากลสมัครเล่น หวังคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2028
KEY
POINTS
- นาบิล อานาน นักชกลูกครึ่งไทย-แอลจีเรีย ประกาศหันมาชกมวยสากลสมัครเล่นเต็มตัว โดยมีเป้าหมายคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2028
- นาบิลยืนยันว่าจะต้องเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติตามระบบของสมาคมฯ ไม่ใช่การได้รับสิทธิพิเศษโดยอัตโนมัติ
- ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญในวงการมวย ทั้ง ONE Championship และสมาคมกีฬามวยสากลฯ ที่จะร่วมกันวางแผนการฝึกซ้อมเพื่อเป้าหมายดังกล่าว
นาบิล อานาน นักชกลูกครึ่งไทย-แอลจีเรีย วัย 22 ปี เปิดตัวเดินหน้าสู่เส้นทางมวยสากลสมัครเล่นเต็มตัว พร้อมเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกทีมชาติไทยตามระบบ เพื่อเป้าหมายสำคัญในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
การประกาศความพร้อมครั้งนี้เกิดขึ้นในการแถลงข่าวที่ EVOLVE MMA กรุงเทพฯ มี คีย์แมนของวงการมวยร่วมให้ข้อมูล
ไม่ว่าจะเป็น ชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธาน ONE Championship, พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย, ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิคกีฬามวยสากล ร่วมแถลงข่าว
ชาตรี ศิษย์ยอดธง CEO ของ ONE กล่าวว่า หากไม่มีความตั้งใจที่จะผลักดันให้นาบิลมีโอกาสคว้าเหรียญทองโอลิมปิก ก็คงไม่ตัดสินใจส่งนักชกรายนี้เข้าสู่เส้นทางดังกล่าว เนื่องจากนาบิลยังมีสัญญากับ ONE Championship
“นาบิลไม่ได้มีดีแค่ตัวสูง แต่มีสายตาและฟุตเวิร์กที่คมมาก” ชาตรีกล่าว พร้อมชี้ว่า นาบิลมีส่วนสูงถึง 194 เซนติเมตร และมีประสบการณ์ชกด้วยนวมขนาดเล็ก ซึ่งมองว่าเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเข้าสู่การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น
สำหรับการฝึกซ้อม ชาตรีระบุว่า จะหารือร่วมกันว่าจะให้นาบิลฝึกซ้อมที่ค่าย VENUM หรือเข้าร่วมการฝึกซ้อมกับสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เพื่อให้การเตรียมตัวสอดคล้องกับเป้าหมายโอลิมปิกมากที่สุด
ด้าน พิชัย กล่าวว่า สมาคมฯ จะประสานงานกับทีมของนาบิลอย่างใกล้ชิด โดยจัดตารางการฝึกซ้อมให้เหมาะสม พร้อมดูแลด้านเทคนิคเป็นหลัก เนื่องจากเรื่องสภาพร่างกายนั้น นาบิลมีพื้นฐานความแข็งแรงอยู่แล้ว
ในช่วง 2 ปีนับจากนี้ นาบิลจะเน้นการฝึกซ้อมมวยสากลสมัครเล่นเพื่อพัฒนาทักษะให้เหมาะกับกติกา ขณะเดียวกันยังสามารถชกมวยไทยควบคู่กันได้ โดยทีมโค้ชจะจัดหาคู่ชกที่มีรูปแบบการชกหลากหลาย เพื่อให้นาบิลได้พัฒนารับมือกับคู่ต่อสู้หลายสไตล์
ส่วนเส้นทางสู่โอลิมปิกจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและเก็บอันดับจากการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง นายพิชัยมองว่า หากสามารถคว้าแชมป์รายการสำคัญได้ 1-2 รายการ ก็มีโอกาสสร้างอันดับเพื่อผ่านการคัดเลือก อย่างไรก็ตาม นาบิลยังต้องเข้าสู่กระบวนการคัดตัวตามระบบของสมาคมฯ
ขณะที่ นาบิล กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยในกีฬามวยสากล พร้อมขอบคุณผู้ใหญ่ทุกฝ่ายที่มองเห็นศักยภาพและเชื่อว่าตนสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้
“ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่มองเห็นอะไรบางอย่างในตัวผม คิดว่าคนอย่างผมสามารถทำอะไรเพื่อประเทศไทย เป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปชกมวยสากลสมัครเล่น”
นาบิลย้ำว่า เส้นทางสู่โอลิมปิกจะต้องเป็นไปตามระบบ ไม่ใช่การได้รับสิทธิ์โดยอัตโนมัติ โดยในเวลานี้วางแผนว่า หากเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก 2028 จะลงแข่งขันในรุ่นน้ำหนัก 70 กิโลกรัม
“อันดับแรกผมก็ต้องไปตามระบบ ไม่ใช่ปุ๊ปปั๊ปดีดนิ้วผมได้ไปต่อยโอลิมปิกเลย ณ ตอนนี้อีก 2 ปี คิดว่าจะชกพิกัด 70 กก.”
สำหรับการฝึกซ้อม นาบิลเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีโค้ชมวยสากลอยู่แล้ว และเตรียมเพิ่มความสำคัญกับการฝึกมวยสากลมากขึ้น หากสมาคมกีฬามวยสากลฯ มีโปรแกรมเพิ่มเติมก็พร้อมปรับตารางและเข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อประเมินและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ส่วนเรื่องการซ้อมในค่ายผมก็มีโค้ชมวยสากลอยู่แล้ว ผมก็จะโฟกัสเรื่องมวยสากลมากขึ้น ถ้าสมาคมมวยมีโปรแกรมเพิ่มเติมให้ผมซ้อม ก็ยินดีที่จะปรับเพื่อพิจารณาตัวเอง”
ทั้งนี้ เส้นทางของนาบิลสู่โอลิมปิก 2028 ยังต้องผ่านการแข่งขันและกระบวนการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ของกีฬามวยสากล
โดยเป้าหมายในระยะ 2 ปีข้างหน้าคือการเปลี่ยนประสบการณ์จากเวทีมวยไทยและ ONE Championship มาต่อยอดสู่การแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นระดับนานาชาติ
ภาพ วันชัย ไกรศรขจิต (Wanchai Kraisornkhajit) #NationPhoto







