อรรถพร คบคงสันติ นักสร้างทิวทัศน์ตระการตา

  • วันที่ 21 ส.ค. 2560 เวลา 11:28 น.

อรรถพร คบคงสันติ นักสร้างทิวทัศน์ตระการตา

โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์

หากคุณได้มีโอกาสเยี่ยมเยือนที่ควอตโทร บาย แสนสิริ (Quattro by Sansiri) คุณจะพบว่าที่นี่เป็นคอนโดมิเนียมที่มีสวนสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพราะสวนแห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบของคนไทยที่ได้รางวัลระดับโลก เรสซิเดนเชียล แลนด์สเคป ดีไซน์ อวอร์ด (Residential Landscape Design Awards) จากสมาคมภูมิสถาปนิกแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถาบันด้านภูมิสถาปัตยกรรมที่ทรงเกียรติมากที่สุดสถาบันหนึ่งของโลก นักออกแบบผู้นั้นก็คือ อรรถพร คบคงสันติ หรือป๊อก เจ้าของสตูดิโอ TROP

อรรถพร เคยได้ทำงานในสตูดิโอออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง Hargreaves Associates และ Bensley Design Studio ซึ่งมีปรมาจารย์ด้านการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม George Hargreaves และ Bill Bensley ก่อนที่จะมาเปิดสตูดิโอของตัวเอง โดยฝากผลงานสร้างชื่อไว้กับโรงแรมต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคว้ารางวัลระดับโลกมากมาย และล่าสุดกับผลงานจัดสวนภูมิทัศน์สุดหรูที่คอนโด 98 Wireless ของแสนสิริ

ป๊อก เล่าชีวิตของเขาอย่างอารมณ์ดีว่า ที่ได้เข้ามาทำงานตรงนี้น่าจะเป็นเพราะดวงล้วนๆ

“ย้อนกลับไปตอนผมสอบเทียบ ม.6 แล้วลองสอบเอนทรานซ์ดูครั้งแรก จริงๆ แล้วผมอยากจะเข้าคณะสถาปัตยกรรม แต่ว่าผมมาลองสนามสอบก่อน แต่ว่าตอนนั้นเนื่องจากเรายังไม่ทำการบ้านอะไรมาก เพราะอายุแค่ 16 ปี ก็เลยเลือกตามคะแนนสอบเข้าคณะของปีก่อนหน้า ก็เลือกสถาปัตยกรรมอันดับหนึ่ง

“แล้วก็เลือกภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอันดับสุดท้ายเพราะคะแนนเราถึงพอดี ลงโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืออะไร แล้วก็สอบติดที่เลือกอันดับสุดท้าย ก็เลยลองเข้ามาเรียนดูก่อน ปีหน้าจะลองสอบเอนทรานซ์ใหม่ แต่ปรากฏว่าการบ้านค่อนข้างเยอะมาก ทำให้เราไม่มีเวลาที่จะไปเรียนพิเศษอย่างที่ตั้งใจ ก็เลยตัดสินใจเรียนต่อไป เพราะอาจจะเป็นดวงของเราที่ได้มาทางนี้ เลยกลายเป็นนักภูมิสถาปนิกอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้”

ภูมิสถาปนิกมือรางวัล อธิบายต่อว่า หน้าที่ของของนักแบบ คือ การบริหารจัดการออกแบบพื้นที่ทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องการวางตำแหน่งต่างๆ ให้มีความสวยงามลงตัว ออกแบบบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่นำน้ำเข้ามาแล้วจะส่งออกไปทางไหน มีระบบการจัดการกักเก็บน้ำฝนเพื่อไม่ให้ไหลทะลักไปท่วมที่ถนนอย่างไร และยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในส่วนอื่นๆ ของพื้นที่ แต่จะไม่เข้าไปแตะในส่วนที่เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรม แต่อาจจะดูให้มีความสอดคล้องกันได้

ภูมิสถาปนิก แต่ละคนก็จะมีความถนัดในการจับงานที่มีสเกลแตกต่างกันออกไป เช่น บางคนมีความสามารถในการออกแบบระดับผังเมืองก็มี หรือเล็กลงมาก็ออกแบบในสเกลของสวนสาธารณะ หรือสวนในโครงการหมู่บ้าน แล้วแต่ว่าจะถนัด แต่ตอนเรียนก็ต้องเรียนให้รู้ทุกอย่าง พอถึงระดับการทำงานค่อยแยกย่อยไปตามความถนัดของแต่ละคน

“ส่วนตัวผมเอง ผมถนัดในระดับโครงการคอนโด โรงแรม หมู่บ้าน และบ้านเดี่ยว แนวทางในการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมก็เหมือนกับการตัดเสื้อ คนเราส่วนมากก็จะเลือกเสื้อที่ตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาสวมกับตัวดูว่าพอดีหรือไม่ แต่การออกแบบของเราเป็นเหมือนการตัดสูท ซึ่งรูปร่างของแต่ละคนนั้นก็จะแตกต่างกัน ไหล่ของเราอาจจะไม่เท่ากับของเพื่อน งานของภูมิสถาปนิก ก็คือ การเข้าไปจัดงานของลูกค้าดูว่าเขามีความต้องการอะไรบ้าง ขนาดแบบของพื้นที่เป็นอย่างไร ไม่มีการออกแบบตายตัวเป็นแพตเทิร์นว่ามีแบบนี้ให้เลือกแล้วค่อยเอาแบบที่คิดไว้ไปวางบนพื้นที่ลูกค้า แต่ภูมิสถาปนิกจะต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด

“คราวนี้ก็อยู่ที่ความถนัดของแต่ละคน บ้างคนเก่งเรื่องบริหารจัดการน้ำ บางคนสนใจเรื่องศิลปะก็แล้วแต่ ไม่มีสูตรตายตัวว่า ถ้าคุณอยากเป็นภูมิสถาปนิกที่ดีคุณจะต้องเรียนแบบนั้นแบบนี้ อยู่ที่ว่าคุณสนใจเรื่องอะไร และมีความสามารถด้านไหน ก็ใช้ตรงนั้นออกมาให้เป็นจุดเด่นของตัวเอง”

สำหรับป๊อกแล้ว ความสนใจส่วนตัวของเขาขึ้นอยู่กับงานของลูกค้า ณ เวลานั้นเป็นหลัก

“ในช่วงเวลาที่ผมเปิดออฟฟิศใหม่ๆ อย่างที่เราคิดกันโดยทั่วไป ก็คือ การเป็นนักออกแบบที่ดีต้องมีซิกเนเจอร์ ดีไซน์ ก็คือ การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสมือนลายเซ็นของนักออกแบบคนนั้น แต่ทำไปทำมาผมก็รู้สึกว่าผมล้มเหลวในการสร้างซิกเนเจอร์ ดีไซน์ เพราะผมไปฝืนกับการเป็นอย่างนั้นมากเกินไป

“จนกระทั่งวันหนึ่งผมก็เปิดดูคลิปไปเรื่อยๆ จนไปเจอกับบทสัมภาษณ์ของ บรู๊ซ ลี เขาพูดถึงบทในภาพยนตร์ที่เขาเล่น ว่า ทำตัวเหมือนน้ำ ถ้าเราใส่น้ำลงไปในแก้ว น้ำก็จะหน้าตาเหมือนแก้ว ถ้าใส่น้ำไปในแจกันก็จะหน้าตาเหมือนแจกัน น้ำที่อยู่ในแม่น้ำสามารถกระแทกหินให้แตกได้ ถ้าเกิดเขาสู้กับนักมวยรูปร่างสูงใหญ่ เขาจะใช้เทคนิคการต่อสู้อีกแบบหนึ่ง สู้กับอีกคนที่แตกต่างกันออกไป เขาก็จะปรับรูปแบบการต่อสู้ให้เหมาะสม ไม่มีรูปแบบตายตัว ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ผมจึงคิดว่า การออกแบบของผมก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามโจทย์ ไปตามสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

ป๊อก แจกแจงว่า เขาพยายามจะใส่อัตลักษณ์ของงานมากกว่าอัตลักษณ์ของเขาลงไป

“เพราะถ้าเกิดใส่อัตลักษณ์ของเราลงไปมันก็จะเหมือนๆ กันทุกงาน แต่ถ้าเราพยายามสร้างอัตลักษณ์ของงานขึ้นมา งานที่ได้จะเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดดเด่นไม่เหมือนใคร นั่นคือสิ่งที่ผมคิดและผมลงมือทำ หากจะเปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนกับคุณดูภาพยนตร์ที่นำแสดงโดย แดนเซล วอชิงตัน ไม่ว่าเขาจะเล่นเรื่องไหน วิธีการพูด การแสดงของเขาก็จะเหมือนกันหมด แต่ถ้าคุณดูภาพยนตร์ที่กำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน เรื่อง แบทแมน ดาร์กไนท์ กับเรื่องอินเซปต์ชั่น วิธีการเล่า การนำเสนอไม่เหมือนกัน เลยดูแตกต่างมีเอกลักษณ์ นั่นคือการสร้างอัตลักษณ์ของงานขึ้นมา”

อีกอย่างหนึ่ง งานออกแบบของป๊อก เขามีกฎอยู่ว่าจะไม่สนใจเรื่องเทรนด์ของอนาคต เพราะเทรนด์คือสิ่งที่มีคนทำมาก่อนแล้วมีคนตาม

“ถ้าเราตามเทรนด์ เราจะเป็นผู้ตามตลอด ไม่มีทางเป็นผู้นำ เพราะงานของภูมิสถาปัตยกรรมที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน คือ แสงของความคิดที่ส่งมาจากอดีต เพราะกว่าจะออกแบบ กว่าจะวางแผนก่อสร้างสำเร็จ ก็อาจจะใช้เวลาหลายปี อย่างโครงการ 98 wireless คือความคิดของผมเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ผมจะไม่สนใจกับเทรนด์ ผมจะสนใจแต่สิ่งที่ผมอยากจะทำ สื่อสิ่งที่ต้องการจะสะท้อนออกมาให้ดีที่สุดเท่านั้น ดูในสิ่งที่ผมสามารถควบคุมได้ สิ่งที่ผมควบคุมไม่ได้ผมจะใส่ใจ เราแค่พยายามจะตีโจทย์ในงานต่างๆ ให้มีเอกลักษณ์ของตัวเอง”

ป๊อก ยกตัวอย่างว่า เขาเคยอ่านคอลัมน์หนึ่งที่ทางบ้านถามมาว่า ถ้าเกิดเราชอบผู้หญิงคนหนึ่ง เราจะทำอย่างไรดีให้เธอชอบ เขาตอบว่าให้เราโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ควบคุมได้

“เช่น รู้ว่าเธอชอบกินอะไร ชอบทำอะไร ชอบใช้ชีวิตแบบไหน เราก็ให้เธอในสิ่งที่เธอชอบตามนั้น นั่นคือสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ แต่การที่เธอจะชอบในสิ่งที่เราทำ ครอบครัวของเธอจะชอบเราหรือเปล่า เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของเราแล้ว

“ดั้งนั้นทุกครั้งที่ผมทำงานในแต่ละงาน ผมก็จะตั้งสมาธิอยู่กับสิ่งที่ผมควบคุมได้ ผมจะทำในสิ่งที่ผมชอบก่อน แล้วค่อยเสนอลูกค้า แต่ทีนี้ลูกค้าจะชอบงานเราด้วยหรือเปล่าก็อยู่ที่ตัวลูกค้า ซึ่งผมก็หวังว่าเขาจะชอบ (หัวเราะชอบใจ) แต่ถ้าเกิดลูกค้าไม่ชอบ ก็ช่วยไม่ได้ ผมก็ต้องกลับมาทำใหม่”

การที่ป๊อกได้รับรางวัลระดับโลกหลายรางวัล เขาบอกเคล็ดลับว่า แค่ทำงานที่ชอบออกมาให้ดีที่สุด แล้วถ้าเกิดคณะกรรมการชอบในสิ่งที่ผมทำแล้วให้รางวัลก็ถือว่าเป็นโบนัส

“กับงานที่ผมทำ ผมก็รู้สึกขอบคุณที่เขาชื่นชอบงานของเรา ผมจะไม่ออกแบบงานใดงานหนึ่งเพื่อให้ได้รับรางวัล แต่จะทำทุกงานให้ออกมาเป็นงานที่ผมชอบ งานที่สะท้อนความคิดของเราออกมา เป็นงานที่ตอบโจทย์ลูกค้าให้ดีที่สุดเท่านั้น”

ข่าวอื่นๆ