กฤตธี มโนลีหกุล ชีวิตที่สนุกๆ ออนไลน์

วันที่ 10 พ.ค. 2559 เวลา 10:57 น.
กฤตธี มโนลีหกุล ชีวิตที่สนุกๆ ออนไลน์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ... กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

อยากรู้ว่าในปทานุกรมส่วนตัวของกฤตธี มโนลีหกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สนุกออนไลน์ บัญญัติศัพท์คำว่า “สนุก” ไว้อย่างไร เนื่องจากเขาจะต้องเข้าใจความหมายของคำคำ นี้อย่างลึกซึ้ง ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถบริหารรับผิดชอบความสนุกของชุมชนออนไลน์ “สนุกดอทคอม” ได้ถูกใจคนไทยจนกลายเป็นเว็บไซต์ข่าวและไลฟ์สไตล์ออนไลน์อันดับ 1 ในกลุ่มเว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมผ่านช่องทางต่างๆ มากที่สุด 20-30 ล้านเพจวิว/วัน

ล่าสุดคือการบุกบริการด้านมือถือ Sanook! Application ที่ประสบความสำเร็จจากการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ Joox และ iPick โดยเฉพาะ Joox แอพพลิเคชั่นของคนชอบเพลงที่ถอดรหัสมาจากผู้ที่เข้ามาใช้งานคอนเทนต์ของสนุกนั่นเอง จนถึงขณะนี้เพจวิว/วันสูงถึง 60 ล้าน ทั้งที่เพิ่งเปิดได้ 2-3 เดือน เบื้องหลังเบื้องลึกความสำเร็จมาจากทีมของสนุกและคนสนุก ๆ คนนี้

ก่อนร่วมงานกับสนุก กฤตธีทำงานอยู่กับเอ็กซ์พีเดีย เจ้าของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจองตั๋วและโรงแรมออนไลน์รายใหญ่ เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่สำนักงานใหญ่ในฮ่องกงถึง 4 ปีเต็ม จากก่อนหน้าเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ของซัมซุง (Samsung) ที่โซล เกาหลี รวมทั้งเคยร่วมงานกับบริษัท เอเอ็มเอส (AMS) ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

 

รู้ตัวตั้งแต่เด็กว่าชอบวิทยาศาสตร์ สนใจตัวเลข จึงตัดสินใจเรียนด้านวิศวกรรม จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบราวน์ สหรัฐ เขียนโปรแกรมเองได้ก็พอดิบพอดีกับช่วงอินเทอร์เน็ตบูม เทรนด์โลกมาทางนี้และเขาก็ตัดสินใจมุ่งมาทางนี้ อีกประการหนึ่งคือบิดามารดาที่แม้จะประกอบอาชีพด้านการเงินการธนาคารทั้งคู่ แต่พอใจมากกว่าหากลูกจะเรียนวิศวกรรม เนื่องจากมองว่าเป็นองค์ความรู้ที่ปลูกฝังการคิดวิเคราะห์ที่เป็นระบบได้สูงสุด

“ผมตามคุณแม่ไปเรียนหนังสือที่นิวยอร์กตั้งแต่อายุ 12 ปี ตอนนั้นคุณแม่เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับมอบหมายภารกิจเป็นตัวแทนของแบงก์ชาติ เพื่อไปก่อตั้งสาขาของแบงก์ชาติในสหรัฐ ช่วงแรกผมไปอยู่กับคุณแม่สองคน ต้องหัดดูแลตัวเองเพราะคุณแม่ทำงาน ผมเดินไปโรงเรียนเอง ดูการ์ตูนเอง เล่นบาสเอง รวมทั้งหาอะไรกินเองเวลาที่แม่ติดงาน ยังกลับไม่ถึงบ้าน”

ชีวิตวัยเด็กในต่างแดนที่จำได้แม่น คือ ในบางคืนวันที่คุณแม่จะโทรมาจากที่ทำงาน ค่อยๆ บอกให้ทำไปทีละขั้นตอน เช่น เตรียมเนื้อหมูอย่างนี้นะลูก หั่นผักอย่างนี้นะลูก อีกประเดี๋ยวสองทุ่มแม่กลับมาผัดให้กิน (ฮา) กฤตธีเป็นลูกชายคนโต คุณแม่พาลูกชายคนโตมาอยู่ด้วยกันก่อน ส่วนน้องชายสองคนอยู่กับคุณพ่อที่เมืองไทย อีก 2-3 ปีต่อมา จึงค่อยๆ ส่งน้องบินตามมาเรียนและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่สหรัฐ

 

ไม่เหงาเพราะไม่มีเวลาให้เหงา เมื่อคุณแม่เสร็จสิ้นภารกิจบินกลับประเทศไทยพร้อมน้องชายทั้งสองในอีก 5 ปีต่อมา ตอนนี้ต้องอยู่คนเดียว จุดประสงค์คือตั้งใจเรียน บอกตัวเองว่าพ่อแม่ไม่ได้มีฐานะ เพราะฉะนั้นก็ตั้งใจมาก เรียนจบปริญญาตรีแล้วทำงานทันทีในวอชิงตัน ดี.ซี. กับบริษัทไอทีชื่อ เอเอ็มเอส (AMS) เป็นที่ปรึกษาไอที พร้อมกับเรียนควบคู่ไปด้วยด้านเศรษฐศาสตร์ เรียนและทำงาน 5 ปีเต็ม เรียนอย่างจริงจังและสนุกกับการทำงาน

“ผมชอบทำงานที่แตกต่าง ชอบทำในสิ่งที่พลวัต มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

ถึงจุดหนึ่งเมื่อก้าวขึ้นเป็นทีมลีดของบริษัท ถึงเวลาต้องมีทักษะเรื่องการบริหารคน กฤตธีตัดสินใจเรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) ด้านการตลาด การเงินและกลยุทธ์ที่เคลล็อกก์ (Kellogg School of Management) สถาบันชั้นนำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง และจุดนี้เองที่ทำให้เขาได้มองต่างเห็นต่าง จากการได้เห็นได้สัมผัสโลกทัศน์ใหม่ๆ จากที่นี่ น่าแปลกที่ทำให้เขาอยากกลับมาเอเชีย เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตด้านอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคบ้านเกิด

“ผมเลือกกลับมาที่เกาหลีก่อน ทำงานด้านกลยุทธ์อยู่กับซัมซุง 2 ปีก่อนจะไปอยู่ที่ฮ่องกงอีก 4 ปี สร้างธุรกิจเอ็กซ์พีเดียในเอเชีย เป็นจังหวะที่ได้รู้จักกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเทนเซนต์ บริษัทพัฒนาธุรกิจออนไลน์รายใหญ่ของจีนที่กำลังมองหาฐานในไทย”

 

จังหวะที่ดีมาพร้อมกับโอกาสที่สมบูรณ์แบบ ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่คิดว่าถึงเวลาจะกลับมาทำงานในประเทศไทย แต่ก็เป็นจังหวะที่สนุกออนไลน์ภายใต้ผู้ร่วมทุนจีนต้องการหาผู้บริหารคนใหม่พอดี ขณะนั้นตลาดหรือธุรกิจเว็บไซต์ในไทยยังไม่เติบโตเท่าไร เว็บไซต์ใหญ่ๆ ที่ให้บริการเนื้อหาข่าวสารออนไลน์และบันเทิงออนไลน์ยังมีไม่มาก

“ผมนึกมาตลอดว่าอยากทำประโยชน์ให้บ้านเรา นี่คือโอกาสที่มาถึง ก้าวที่กำลังจะเดินไป อย่างน้อยอาจมีส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมไอทีในบ้านเราพัฒนาขยับขยาย มีคนมีพนักงานในอุตสาหกรรมมากขึ้น เปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น สนุกขึ้น (ฮา)”

จากคอนเทนต์ที่ส่งผ่านช่องทางพีซี ต่อไปคือมือถือ อนาคตคือแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ นี่คือคำตอบว่าทำไมสนุกออนไลน์จึงกำลังจะก้าวไปสู่จุดนั้น คิดคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ คิดสินค้าใหม่ๆ ป้อนความต้องการของตลาดคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ กฤตธีบอกว่า คนไทยฟังเพลงเยอะมาก เป็นชนชาติที่ต้องติดอันดับแรกๆ ของการชอบฟังเพลงแน่ๆ

 

“ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศใกล้เคียง ก็ยิ่งเห็นชัด ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ ไทยกินขาด เราฟังเพลงเฉลี่ยแล้ว 90 นาที/คน/วัน อาจเพราะรถติด ก็ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย หากเดี๋ยวนี้คนไม่ฟังเพลงจากวิทยุ แต่ฟังจากช่องทางอื่น” กฤตธี เล่า

ในธุรกิจนี้ความเปลี่ยนแปลงมาอย่างรวดเร็วและไปอย่างรวดเร็ว หมายถึงคนในธุรกิจนี้ก็ต้องพุชอัพหรือผลักดันตัวเองตลอดเวลาเช่นกัน คีย์เวิร์ดคือการมองไปข้างหน้าและวิ่งไปข้างหน้า โดย 1-2 ปีจากนี้ กฤตธี มองว่า แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่จะเป็นสนามใหญ่ หรือหากจะมองไปให้ไกลกว่านั้น ก็คือสนุกออนไลน์ที่ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะคงยังเป็นแบรนด์ใหญ่ของคนไทย อยู่ในหัวใจคนไทย

“สนุกฯ วิ่งแข่งกับตัวเอง เรารีบทำในสิ่งที่อินอะเวย์ ไม่ติดกับสิ่งที่ทำอยู่แล้ว หรือสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่จะคิดโปรดักต์หรือสินค้าใหม่ๆ เสมอ สำหรับผมแล้วงานกับชีวิตคือความสนุก ชีวิตวันนี้ไม่เคยฝันหรือกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่เป็นชีวิตที่จะทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นสัญชาตญาณที่ไขว่คว้าอยู่ลึกๆ ในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

ปัจจุบันของกฤตธีคืออนาคตของสนุกออนไลน์ ที่จะวิ่งอย่างเร็วๆ ไปข้างหน้า รวมทั้งอีกด้านหนึ่งคือการเป็นแฟมิลี่แมนผู้รักครอบครัว ภรรยาคือเพื่อนนักศึกษาที่พบรักกันตั้งแต่สมัยเรียนหนังสืออยู่ที่สหรัฐ และลูกสาวคนแรก-ธนัญญา วัย 6 ขวบครึ่ง ที่ทำให้ชีวิตนอกสนุกออนไลน์ สนุกไม่แพ้กัน