พิมพ์อร โมกขะสมิต บล็อกเกอร์ ชวนสาวฟิตแอนด์เฟิร์ม

  • วันที่ 15 มิ.ย. 2558 เวลา 06:01 น.

พิมพ์อร โมกขะสมิต บล็อกเกอร์ ชวนสาวฟิตแอนด์เฟิร์ม

โดย...กองทรัพย์ ภาพ : เสกสรร โรจนเมธากุล

เรานัดเจอหญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมงแต่ซ่อนความเปรี้ยวไว้ในที ที่ฟิตเนสในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในสถานที่ทำงานของเธอ เป้าหมายคือ “พิมพ์อร โมกขะสมิต” หรือมัดหมี่ สาวนิเทศฯ ที่เพิ่งเรียนจบหมาดๆ เทรนเนอร์และบล็อกเกอร์ฟิตแอนด์เฟิร์มสุดฮอต เจ้าของกระทู้ในเว็บไซต์ดังที่มีคนแชร์หลายหมื่น และมีคนติดตามในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กชื่อ CUfitgirl รวมกันกว่าครึ่งแสน เราคุยกับเธอถึงสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้เธอคนนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ ที่ติดตามและเลือกเธอเป็นเทรนเนอร์

มัดหมี่ บอกว่า เธอเริ่มต้นจากเด็กธรรมดาๆ ที่ค้นหาตัวเอง มีเวลาว่างจนรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า จึงเริ่มหาสิ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข ซึ่งคำตอบของเธอคือการออกกำลังกาย “สองปีที่แล้วเจอการออกกำลังกายแล้วชอบ รู้สึกดีที่ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองกับเรื่องๆ หนึ่ง นั่นคือเสน่ห์ที่เราพบ ทีนี้ก็เริ่มสุดโต่งคือ กินคลีน ออกกำลังกายอย่างหนักจนหุ่นเป๊ะแซ่บจี๊ดเลย แต่สุดท้ายก็มีปัญหาเพราะว่าเราเคร่งเกินไป พอถึงจุดหนึ่งเกิดสติหลุด ตบะแตก กลายเป็นมีอาการผิดปกติทางการกิน (Eating Disorders) กินไม่หยุดขณะเดียวกันก็โหมออกกำลังกาย สุดท้ายเครียดมากจนไม่มีความสุข ก็เลยเปลี่ยนใหม่กลับมาย้อนดูตัวเอง และปรับที่ทัศนคติใหม่ พาตัวเองออกมาจากจุดนั้น”

การกลับมาครั้งใหม่ของมัดหมี่ มาพร้อมบล็อก CUfitgirl และข้อเขียนเรื่อง No Abs No Problem คือ ไม่ต้องมีหน้าท้องที่สวยเป็นกล้ามก็มีความสุขได้ นอกจากทัศนคติแล้วเธอกลับมาใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองอีกครั้งควบคู่กับการออกกำลังกายที่เธอรัก

“เราเริ่มคิดว่าถ้าเราอินกับการออกกำลังกายมากถึงขนาดที่ว่าตื่นมาทำมันได้ทุกวัน ก็น่าจะสร้างเงินได้จากนั้นไปเรียนคอร์สสำหรับการเป็นเทรนเนอร์ ประกอบกับการเรียนนิเทศศาสตร์ที่ชอบเขียน ชอบอ่าน ชอบฟัง ชอบเล่า ดูโน่นดูนี่ เราก็เอาความรู้ของเราจากตรงนั้นมาผสมกับทักษะการออกกำลังกายที่เรามี ก็เกิดมาเป็นบล็อก CUfitgirl ว่าด้วยเรื่องของผู้หญิงที่มีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่างๆ เป็นการสื่อสารของตัวเอง จะเขียนเรื่องชีวิตหลายๆ ด้าน จุดประสงค์คืออยากให้ผู้หญิงได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากใช้ มีความกล้า มั่นใจ กล้าที่จะลุยในชีวิตตัวเอง สาเหตุที่ใช้ชื่อนี้เพราะมันเป็นชื่อที่เด้งขึ้นมาในหัวพอดี แล้ว CU ก็ไม่ได้แปลว่าจุฬาฯ อย่างเดียวเพราะสามารถแปลได้เป็น See You ด้วย ซึ่งความหมายก็คือให้สาวๆ ออกมาเจอกัน”

คอนเทนต์ใน CUfitgirl แบ่งได้เป็นหลายส่วน มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในชีวิตประจำวัน และการออกกำลังกาย มัดหมี่บอกว่าเธอต้องการสื่อสารกับผู้หญิงในประเด็นที่ไม่มีใครพูด “ตอนนี้ฟิตเนสมันเป็นเทรนด์ ข้อมูลต่างๆ ก็มีมากมาย เราไม่ได้เป็นคนที่ให้ข้อมูลพวกนั้นเต็มๆ แต่เราจะเป็นคนย่อยข้อมูลเหล่านี้ให้เขาว่าอะไรที่เขาจะเอาไปใช้ได้ แต่เขาต้องทำในสิ่งที่เหมาะสมกับแต่ละคน นอกจากนี้ก็มีทิปส์เรื่องอาหาร หลักการออกกำลังกายที่เป็นหลักวิทยาศาสตร์นำมาเขียนออกมาในภาษาที่ผู้หญิงธรรมดาอ่านง่ายแล้วก็สนุก”

 

“มัดหมี่มองว่าผู้หญิงสมัยนี้จะค่อนข้างไม่มั่นใจในตัวเอง ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบว่าเรายังไม่สวยเท่าคนโน้น ยังไม่หุ่นดีเท่าคนนี้ และมีเป้าหมายเป็นหุ่นของคนคนหนึ่ง แล้วทำตามเขาทุกอย่างเพื่อที่จะให้ได้หุ่นแบบเขา ตอบเลยว่าไม่มีทาง เพราะเรามีปัจจัยไม่เหมือนกัน กรรมพันธุ์ การเผาผลาญ โครงสร้างร่างกาย ไลฟ์สไตล์ เราพยายามจะสื่อว่าแต่ละคนมีพื้นฐานที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องมีหุ่นของตัวเอง เราพยายามจะสื่อให้ผู้หญิงรักตัวเองมากขึ้น รักสิ่งที่ตัวเองเป็น”

ในบทบาทของบล็อกเกอร์เธอถ่ายทอดข้อมูลผ่านงานเขียน ขณะที่บทบาทของเทรนเนอร์เธอคือเพื่อนออกกำลังกายที่คอยให้กำลังใจสาวๆ “เริ่มเป็นเทรนเนอร์จากเพื่อนๆ ตอนนี้ลูกค้าที่เราทำงานด้วยจะเป็นผู้หญิงทำงาน หลายคนเป็นนักร้อง บางคนเป็นหมอ บางคนเป็นดารา ทุกคนล้วนมีแนวทางของตัวเอง ซึ่งการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนชีวิตของเขาให้ดีขึ้น ให้เขาสดชื่นเพื่อจะได้มีแรงบันดาลใจและสมองปลอดโปร่ง และมีพลังในการใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้”

 

ถึงอย่างนั้นสำหรับมัดหมี่แล้วการเป็นบล็อกเกอร์กับการเป็นเทรนเนอร์เหมือนกันอยู่อย่าง คือ บทบาทของการให้กำลังใจ ยิ่งการเป็นเทรนเนอร์ให้ผู้หญิงด้วยกันยิ่งต้องเข้าใจเรื่องที่ผู้หญิงมีปัญหา “เราดูความต้องการของเขาว่ามีส่วนบกพร่องตรงไหนก็แก้ให้ตรงนั้น และมีส่วนที่อยากแนะนำก็จะเพิ่มเติมเข้าไป ให้สนิทสนมกันง่าย เราเป็นเพื่อนพี่น้องที่มีความรู้จะมาช่วยคุณได้ แต่ไม่ได้เป็นโค้ช ซึ่งจุดยืนการเป็นเทรนเนอร์กับการเขียนบล็อกเป็นจุดยืนเดียวกัน คือเราเป็นเพื่อนคุณ”

สำหรับชีวิตวัยที่เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ ของมัดหมี่ เธอบอกว่ามีความสุขมากเพราะได้ทำงานตามตารางเวลาของตัวเอง มีความยืดหยุ่น มีรายได้แบบที่เราคาดหวัง “สำหรับมัดหมี่มองว่าคนรุ่นใหม่ เราจะทำอะไรอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเราจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่เราต้องหาส่วนผสมของตัวเราว่าชอบและทำอะไรได้บ้าง แล้วเอามันออกมาเป็นก้อนเดียวและใช้มันไปด้วยกัน อย่างงานของมัดหมี่คือนำหลักจิตวิทยาการสื่อสารมาใช้ร่วมกับความรู้ด้านฟิตเนสและมาร์เก็ตติ้ง อย่างบล็อกก็ทำคอนเทนต์และจัดอาร์ตเวิร์ก คือเอาทักษะหลายด้านรวมกันแล้วจะทำให้เราโดดเด่น ซึ่งเรารู้สึกแฮปปี้มากที่หาเจอ แต่กว่าจะหาเจอก็ยากลำบาก”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ