ได้เวลา โชว์ออฟ ธามไท แพลงศิลป์

วันที่ 25 ธ.ค. 2557 เวลา 11:04 น.
ได้เวลา โชว์ออฟ ธามไท แพลงศิลป์
โดย...แจนยูอารี

ปกติ “ธามไท แพลงศิลป์” ไม่ใช่คนที่ชอบโชว์ออฟ แต่ถ้าถึงเวลาเหมาะเจาะ เขาก็จะเต็มเหนี่ยว ล่าสุด เขาก็ขอโชว์ออฟงานแสดงเรื่องแรกในภาพยนตร์เขย่าขวัญ “เกมปลุกผี” (ค่ายไฟว์สตาร์)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ธามไท หรือ ธาม ได้โชว์ออฟเต็มๆ จัดหนักด้วยการรับบทเด่นเป็นพระเอก “ต้น” หนุ่มเกรียนที่ชอบทำคลิปลบหลู่ความเชื่อต่างๆ ทำเสร็จก็นำไปโพสต์ จนเกิดกระแสตอบรับที่ดีและทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ถึงขั้นลงทุนจับตัวน้องชายตัวเองใส่กุญแจมือกับศพในป่าช้า

แค่ฟังเรื่องย่อคร่าวๆ ก็ชวนขนลุกซู่ซะงั้น แฟนๆ ต้องไปชมให้เห็นกับตาว่าความเขย่าขวัญของภาพยนตร์เป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ การแสดงของธามถือว่าแจ้งเกิดให้เขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย

“เป็นการแสดงเรื่องแรกเต็มตัวจริงๆ ครับ ก่อนหน้านั้นก็มีคนมาจีบไปเล่นเหมือนกันนะ แต่ด้วยความที่ผมติดสัญญาค่าย (กามิกาเซ่) ก็เลยยังไม่มีโอกาสได้ลองการแสดง เรื่องนี้ผมว่าบทมันค่อนข้างใกล้เคียงตัวผมมาก คือเป็นคนพูดตรงๆ ซ่าๆ แสบๆ หนังอาจจะมีคำหยาบนิดหนึ่ง ซึ่งชีวิตปกติผมก็พูดในกลุ่มเพื่อนสนิทอยู่แล้ว ไม่ต้องมาแอ๊บกันหรอก (หัวเราะ) ผมบอกเลยครับว่าผมไม่ใช่คนเรียบร้อย แต่ตัวละครจะต่างกับตัวผมที่ไม่ได้เป็นฮิปฮอป ไม่ได้แต่งตัวเยอะเหมือนผมตอนนี้  ในหนังก็แค่เด็กเกรียนๆ ที่มีความคึกคะนอง สร้อยไม่แขวน ต่างหูไม่ใส่ ผมก็เลยไม่รู้สึกว่าเป็นตัวเองเท่าไหร่”

“เกมปลุกผี” มีทั้งความเขย่าขวัญ ความหวาดกลัว ความหวาดระแวง เล่นกับอารมณ์ผู้ชมด้วยบรรยากาศตื่นเต้นและลุ้นระทึก แน่นอน ยังยั่วล้อกับความเชื่อเรื่องสิ่งเร้นลับแบบไทย ยิ่งเรื่องเงินปากผีที่คนไทยเชื่อฝังหัวว่าอย่าริไปเก็บมาเป็นของตัวเองเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น เจ้าของเงินที่ตายไปจะกลับมาทวงคืน

“สำหรับผมนะครับ ผมไม่คิดว่าจะต้องเริ่มชีวิตการเป็นนักแสดงจากหนังแนวนั้นแนวนี้ ดราม่า ตลก หรือผี แนวไหน ผมว่ามันก็สำคัญเท่าๆ กัน อยู่ที่ว่าบทมันน่าสนใจแค่ไหน มันใช่ตัวเราหรือเปล่า มันเหมาะกับเรามั้ย สุดท้ายเราถ่ายทอดคาแรกเตอร์นั้นออกมาดีหรือไม่ อย่างเรื่องนี้ ผมก็ว่ามันใช่ผมนะและผมก็มีความสุขกับการทำงาน

 

เรียนการแสดง ผมไม่เคยเรียนจริงจังหรอกครับ เคยเรียนมานิดหน่อยตอนที่เข้าไปเป็นนักร้องที่กามิกาเซ่ แต่ที่จริงจังคือเรียนเต้นเรียนร้องเพลงมากกว่า ซึ่งพอมาแสดงหนังผมก็ปรับเยอะพอสมควร โดยเฉพาะท่าทาง ต้องระวังในการออกท่าทาง ผมจะติดชี้มือแบบฮิปฮอป ผู้กำกับก็บอก เฮ้ย! ไม่ใช่ ให้ชี้เหมือนคนทั่วไปสิ ชี้แบบฮิปฮอปไม่เอา (หัวเราะ)”

จบจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ธามแย้มว่าหากมีบทที่โดนใจ ได้โชว์ออฟ ได้พัฒนาฝีมือ เขายืนยันพร้อมที่จะรับงานชิ้นนั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกัน หากเป็นงานที่ไม่ได้นำพาตัวเขาให้ก้าวสู่อีกขั้นของการแสดง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องรับงานชิ้นนั้น

“ผมว่าสไตล์สำคัญนะครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จะหล่อจัด หรือไม่หล่อเลย ผมว่าสไตล์ก็คือตัวตนของคนๆนั้น ผมก็มีสไตล์ของผม สไตล์ของผมก็เป็นของผม ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ผมอยากให้คนชอบผมเพราะผมเป็นคนสไตล์แบบนี้ ไม่ใช่ชอบเพราะผมเป็นนักร้องหรือนักแสดง แล้วก็ชอบผมเพราะความสามารถของผม ดังนั้น ถ้าผมจะรับงานสักชิ้นผมก็ต้องดูว่ามันเหมาะกับสไตล์ที่ผมเป็นหรือเปล่า”

ว่ากันถึงเส้นทางบันเทิงของธามนั้น เขาถือว่าเป็น “เน็ตไอดอล” คนแรกๆ ที่เกิดจากคลิปเต้นที่ชื่อ Dharmthai โดยเจ้าตัวนำไปโพสต์ไว้ในยูทูบ ซึ่งคลิปเหล่านี้เน้นทักษะการเต้นของเขาล้วนๆ วันหนึ่งก็มียอดวิวเข้าไปชมถล่มทลาย จนคลิปดังกล่าวไปเข้าตาทีมงานเฟ้นหานักร้องสังกัดกามิกาเซ่และทาบทามให้เขาเข้าสังกัดนั่นเอง

“ตอนนั้นเหมือนผมก็ถ่ายเล่นๆ มากกว่าครับ ไม่ได้อยากดังเลย ถ่ายเสร็จก็นำไปโพสต์ ก็ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจ เพราะปกติผมก็ไปเรียนเต้น เรียนเสร็จก็ลองมาฝึกและถ่ายคลิปเก็บไว้”    

ธามเอาจริงเอาจังกับการเต้น จะเรียกว่าเต้นจนได้ดีก็ไม่ผิด เขาย้อนเล่าว่าเริ่มเรียนเต้นเพราะเห็นรายการเต้นในโทรทัศน์ เขาจึงขอแม่ไปเรียนเต้น ตอนอายุ 8 ขวบ โดยเริ่มจากเต้นฮิปฮอป จนบัดนี้ธามในวัย 18 ก็ยังเต้นไม่หยุด ผ่านการประกวดมาหลายเวที ชนะบ้าง แพ้บ้าง ทุกอย่างคือประสบการณ์ตรงที่เขาได้สัมผัส

“ไม่คิดอะไรเลยครับตอนนั้น และไม่คิดว่าจะเอาดีกับมันเลย คิดแค่ว่าอยากเต้น ก็ขอแม่ไปเรียน พอไปเรียนผมก็ได้เจอเพื่อน เจอพี่ เจอสังคมที่เป็นคอเดียวกัน ก็ชวนกันไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกชอบและรักมันมากครับ มันก็คงเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปครับที่หากิจกรรมทำ บางคนอาจไปวิ่ง ไปปั่นจักรยาน ไปตีแบดฯ ไปเตะฟุตบอล แต่ผมไปเรียนเต้น

เต้นฮิปฮอปจะต่างกับเต้นบีบอยครับ ฮิปฮอปจะอยู่ข้างบน ส่วนบีบอยจะอยู่บนพื้น ตีลังกงลังกาก็ว่าไป ซึ่งตอนเด็กๆ ผมเคยเต้นบีบอย แต่ผมล้ม ผมก็เลยกลัว ผมว่าฮิปฮอปจะขยับตัวได้มากกว่า มันมีอะไรใหม่ๆ มาตลอด ผมก็ใช้วิธีเปิดคลิปดูแล้วก็ฝึกเอง ถ้าโอกาสนะครับ ก็อยากออกแบบท่าเต้นเอง อยากเต้นกับกลุ่มเพื่อนตัวเอง แล้วผมก็อยากเอาความเป็นไทยใส่เข้าไปในการเต้นด้วย แต่ไม่ใช่จ๋าแบบรำไทยหรอกครับ คงเป็นการประยุกต์เอาของดีมาทำให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นครับ”

10 ปีที่ธามได้คลุกคลีอยู่กับการเต้น ก็พบว่าตัวเขามีการเปลี่ยนแปลงด้านสรีระอย่างเห็นได้ชัด มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น รูปร่างไม่ต้องพูดถึง แกร่งขึ้น บึ้กขึ้น อีกทั้งยังรวมถึงท่าทางที่แสดงออก ไม่ว่าจะนั่ง เดิน ขยับตัว ล้วนเป็นผลมาจากการเต้นทั้งสิ้น

เก่งจริง อะไรจริง ไม่ต้องสาธยายให้มากความ วัดได้กันจะจะกับลีลาที่เขาฝากไว้ในผลงานเพลงและมิวสิควิดีโอ รวมทั้งรางวัลชนะเลิศรายการ Dancing with the star Thailand season 1 คือสิ่งที่การันตีความสามารถด้านการเต้นของธามได้เป็นอย่างดี