ธนพล มรกตวิจิตรการ จัดจานสวยๆ คือความสุข

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2557 เวลา 15:00 น.

มิตรรักนักชิม หากใครได้แวะเวียนไปยังร้านไฮไทม์ คาเฟ่ ร้านเท่ๆ มีสไตล์ ที่ตั้งอยู่บนชั้น 3 โซนเอ ศูนย์การค้าใหม่ แอมพาร์ค (I'm Park) อาจจะเคยเจอเชฟ (ซึ่งเป็นเจ้าของร้านด้วย) อายุยังน้อย หน้าตาดี ตี๋อินเทรนด์ มาคอยให้การต้อนรับ

ชื่อเสียงเรียงนามของเขาคือ เชฟมาร์ค-ธนพล มรกตวิจิตรการ ผู้ที่จะมาเผยถึงเรื่องราวชีวิตให้เราได้รับรู้ ที่แน่ๆ เขาเผยกับเราอย่างตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ เขายังไม่มีแฟน (อุ๊ปส์) ขอมุ่งมั่นกับการทำร้านแห่งนี้ให้ดีที่สุดก่อน

"ถ้าถามถึงมุมมองของความรักของผม ผมชอบคนที่เรียบง่ายและคุยกันรู้เรื่อง ยิ่งถ้าทำอาหารเก่งก็จะดีครับ (หัวเราะ) เพราะผมทำกาแฟเป็น ถ้ามาอยู่ด้วยกันคงมีความสุขมาก (ยิ้ม)"

ยังไม่ทันไร เชฟมาร์คก็โปรยเสน่ห์ แถมยังเปิดรับสมัครสาวๆ ที่ทำอาหารเก่งมารับไว้พิจารณาผ่านสื่ออีกด้วย (เอากับเขาสิ) เข้าเรื่องเลยดีกว่า เชฟมาร์คบอกเล่าเก้าสิบให้เราฟังว่า เขาเกิดมาในครอบครัวใหญ่"ที่บ้านมีพี่น้องสี่คน โดยที่ผมเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนนานาชาติไทยจีนจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก็ได้ย้ายไปศึกษาต่อที่สหรัฐกับจีน แล้วเส้นทางของการเป็นเชฟของผมก็ได้เริ่มต้นขึ้นจากที่นั่น เพราะการที่ต้องอยู่ต่างประเทศ เราก็ต้องดูแลตัวเอง รวมทั้งเรื่องการทำอาหารกินเองด้วย

ผมเริ่มจากการนำของต่างๆ มาผัดเล่น แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ เมื่อผมกลับมาเรียนที่ไทย จนจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ผมมีความรู้ ด้านการออกแบบ แล้วประจวบกับการด้านการออกแบบ แล้วประจวบกับการที่ผมเป็นคนชอบไปนั่งร้านกาแฟหลายๆ ที่ ทำให้รู้ถึงข้อดีข้อเสียของหลายๆ ร้าน ในที่สุดก็เลยเลือกที่จะเปิดร้านเป็นของตัวเอง ด้วยทั้งความรู้ด้านการทำอาหาร และความรู้ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์"

เมื่อเชฟมาร์คตัดสินใจเปิดร้านอาหาร เขาได้เรียนรู้ว่า เอกลักษณ์ของวัตถุดิบแต่ละตัวเป็นอย่างไร แล้วเราควรจะเอาอะไรมาผสมเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

"อีกอย่างคือ มันทำให้ผมรู้คุณค่าของอาหาร เพราะกว่าที่อาหารแต่ละจานจะสำเร็จเสร็จสิ้นได้นั้น มันไม่ใช่แค่ทำง่ายๆ แป๊บเดียวแล้วเสร็จ มันต้องใช้ความพิถีพิถันในการทำ ส่วนเรื่องของการเปิดร้านอาหาร สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดก็คือคุณค่าของเงิน มันไม่เหมือนกับตอนที่ได้เงินจากพ่อแม่ ตอนนี้กว่าจะได้เงินมาสักพันสองพันก็ลำบากแล้ว ทำให้เวลาจะใช้จ่ายอะไรคิดมากขึ้นเยอะซึ่งก็เป็นเรื่องดี

แล้วอีกอย่างก็คงเป็นเรื่องของการบริหารคน ด้วยการที่เรายังมีอายุน้อยอยู่ ทำให้หลายๆ คนคิดว่าผมยังไม่มีประสบการณ์ และคิดว่าการตัดสินใจของผมนั้นไม่ถูกต้องและเด็ดขาด นอกจากนั้น เราต้องหัดเรียนรู้ที่จะนำศักยภาพของพนักงานที่เรามีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าเราจะอายุเท่าไร หรือประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องใส่ใจกับสิ่งที่เราทำอยู่ตลอดเวลา"

สำหรับความสุขจากการทำอาหารของเชฟมาร์ค เขาบอกเล่าให้เราฟังว่า มันคือการจัดจานสวยๆ ให้ลูกค้าได้ถ่ายรูปและแชร์ต่อๆ กัน แล้วก็การที่เห็นหน้าลูกค้ายิ้มอย่างมีความสุขด้วยรสชาติอาหารที่ถูกปาก "ส่วนเมนูที่ชอบทำมากที่สุดก็คงเป็นสลัดปูนิ่ม เพราะว่าเป็นจานที่จัดออกมาแล้วถ่ายรูปได้สวยมาก นอกจากนี้ ส่วนผสมทุกอย่างเป็นสูตรพิเศษของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นซอสไข่เข็ม หรือซอสราสพ์เบอร์รี่"หลักในการดำเนินชีวิต

"คงเป็นความเชื่อที่ว่า จงทำดีที่สุดเพื่อวันพรุ่งนี้ เราควรจะทุ่มเทกับสิ่งที่เราทำให้มากที่สุด เพื่อที่ในภายหลังเราจะไม่มานั่งเสียใจกับการที่เราไม่ได้ทุ่มเทให้กับมัน"

เป้าหมายชีวิต

"การประสบความสำเร็จก่อนอายุ 25 ปีครับ"

ไลฟ์สไตล์

"ผมชอบดูหนังและออกกำลังกายครับ แต่ถ้าเป็นวันหยุดยาว ผมมักจะขับรถออกต่างจังหวัดเพื่อไปถ่ายรูปธรรมชาติ ผมเป็นคนให้คุณค่ากับเวลาพักผ่อนมากๆ ซึ่งสอดคล้องกับการที่ผมทุ่มเทกับการทำงาน เราควรจะแบ่งเวลาทำงานกับเวลาพักผ่อนให้สมดุล เพื่อที่เราจะได้ไม่รู้สึกว่าเหนื่อยล้าจนเกินไป"

High Thyme Burger

ส่วนผสม

1.เนื้อวัวออสเตรเลีย

2.กระเทียม

3.หอม

4.พืชสมุนไพรต่างๆ

5.ไข่ลวก

6.กะหล่ำทอด

7.มันฝรั่งทอด

8.ขนมปังเบอร์เกอร์

9.ผักสลัด

10.ซอสพริก

11.ผักโขม

วิธีทำ

1.นำขนมปังเบอร์เกอร์มากริลล์บนกระทะจนเกรียม

2.นำเนื้อที่ผ่านการหมักกับสมุนไพรมากริลล์จนเกรียมได้ที่

3.นำเนื้อที่กริลล์แล้ว เอามาวางบนขนมปังที่กริลล์แล้วเช่นกัน

4.ท็อปด้วยไข่ที่ยังเป็นยางมะตูม

5.เสิร์ฟพร้อมผักต่างๆ รวมทั้งดอกกะหล่ำทอดและมันฝรั่งทอด

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ