มาสเตอร์การ์ด หนุนเอสเอ็มอีโตด้วยอี-เพย์เมนต์

วันที่ 11 พ.ค. 2560 เวลา 06:47 น.
มาสเตอร์การ์ด หนุนเอสเอ็มอีโตด้วยอี-เพย์เมนต์
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

“อี-เพย์เมนต์” ที่มีทิศทางเติบโตสูงในตลาดโลก ตามแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้อี-เพย์เมนต์มากขึ้น โดยในระยะยาวมีโอกาสจะขยายตัว และเป็นช่องทางระบบการชำระเงินหลักในโลก ตามข้อมูลที่มาสเตอร์การ์ดระบุไว้ ดังนั้นหากผู้ประกอบการสามารถเร่งปรับตัวได้อย่างเข้าสู่อี-เพย์เมนต์ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล

“ระวิ ออโรรา” รองประธานอาวุโส ด้านนโยบายสากลและชุมชนสัมพันธ์ มาสเตอร์การ์ด เปิดเผยว่า มาสเตอร์การ์ดได้ทำโครงการเพื่อการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องรูปแบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment) หรืออี-เพย์เมนต์ (e-Payment) ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพื่อทำให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญในการใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ ในการผลักดันธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว

ธุรกิจเอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีมีสัดส่วนประมาณ 41% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) และมีการจ้างงานจำนวน 11 ล้านคน หรือคิดเป็น 80% ของการจ้างงานในประเทศ รวมถึงเอสเอ็มอีมีการขยายตัวทางธุรกิจสูงในทุกปี สอดคล้องกับเอสเอ็มอีในทั่วโลก ซึ่งการหันมาใช้ระบบอี-เพย์เมนต์ จะช่วยในการปรับธุรกิจให้เข้าสู่การเป็นสมาร์ทเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ การทำอี-เพย์เมนต์ จะเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการทั้งในด้านการเพิ่มยอดขายไม่ต่ำกว่า 1.4 เท่า หรือขึ้นอยู่กับธุรกิจ การช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ การทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ และการติดต่อในด้านต่างๆ รวมถึงระบบยังจัดทำข้อมูลที่เป็นดาต้า สามารถนำข้อมูลผู้บริโภคมาใช้วิเคราะห์ได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากนี้ ยังส่งผลดีในการช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจ และการขยายช่องทางขายสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก และแนวโน้มเทรนด์ของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่จะเลือกใช้ดิจิทัลในการเลือกซื้อสินค้าและหาข้อมูลบริการต่างๆ เพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับแนวโน้มการทำธุรกรรมผ่านอี-เพย์เมนต์ต่างๆ ในการเลือกซื้อสินค้า หรืออี-คอมเมิร์ซ เติบโตถึง 500% ในปัจจุบัน

“ระวิ” กล่าวว่า ไทยมีประชากรจำนวน 68 ล้านคน มีการใช้จ่ายที่เป็นเงินสด 65% แต่แนวโน้มการทำธุรกรรมผ่านอี-เพย์เมนต์ เติบโตสูงในทุกปี รวมถึงยังช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการขยายตลาดสู่ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งแนวโน้มของนักท่องเที่ยวต่างประเทศในไทยกว่า 28 ล้านคน ส่วนใหญ่จะนิยมเลือกใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านอี-เพย์เมนต์ และสอดคล้องกับตลาดทั่วโลก

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าหากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเร่งปรับตัวเข้าสู่อี-เพย์เมนต์ จะช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจ และยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ผลักดันเรื่องยุทธศาสตร์อี-เพย์เมนต์และการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0