ปูนนครหลวง จ่อขยับราคา

วันที่ 11 ก.พ. 2554 เวลา 15:12 น.
ปูนซีเมนต์นครหลวง  จ่อขยับราคาปูนให้ได้ 120 บาทต่อถุง จากปัจจุบันอยู่ที่ 110 บาทต่อถุง เผยราคาที่ปรับขึ้นนั้นต่ำกว่าราคาเมื่อ 2 ปีก่อน  ขณะที่ไทยรบกับเขมรนั้นยังไม่กระทบ  คนเขมรยังสั่งปูนเหมือนเดิม พร้อมศึกษาตั้งโรงปูนซีเมนต์ด้วย

นางจันทนา สุขุมานนท์ รองประธานบริหาร การตลาดและงานขาย   บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง เปิดเผยว่าราคาปูนซีเมนต์ที่บริษัทฯขายปัจจุบันอยู่ที่ 110 บาทต่อถุง น้ำหนัก 50 ก.ก. ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะปรับขึ้นเป็น 120 บาทต่อถุงเร็วๆนี้ เนื่องจากต้นทุนเพิ่มขึ้นทั้งวัตถุดิบและราคาน้ำมัน    ส่วนราคาส่งออกก็ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นแล้วจาก 42 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันมาอยู่ 45 เหรียญสหรัฐต่อตัน(ปูนเม็ด)  โดยที่ราคาปูนซีเมนต์ ที่ปรับขึ้นทั้งในและต่างประเทศนั้นถือว่ายังเป็นราคาที่ต่ำกว่าเมื่อ  2  ปีก่อน

“ราคาขายปูนในประเทศที่ปรับขึ้นนั้นยังต่ำกว่าราคาเพดานที่กรมการค้าภายในควบคุม ซึ่งเฉลี่ยราคาควบคุมหน้าโรงงานอยู่ที่ 125 บาทต่อถุง  ส่วนความต้องการปูนซีเมนต์โดยรวมในปีนี้คาดว่าน่าจะมีการเติบโตจากปีก่อนประมาณ 4-5% ซึ่งโตตามตัวเลขจีดีพีเศรษฐกิจของประเทศ”นางจันทนากล่าว

สำหรับการส่งออกนั้นบริษัท ยังคงส่งออกไปยังเวียดนามและบังกลาเทศมากที่สุด ส่วนประเทศรอบข้างประเทศไทย ทั้ง พม่า ลาว และกัมพูชานั้น  ปัจจุบันบริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดปูนในพม่าและลาวประเทศละกว่า 20% ส่วนที่กัมพูชามีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 40%  ส่วนกรณีที่มีการสู้รบระหว่างกันในขณะนี้นั้นยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของบริษัท โดยที่ยังมีการสังซื้อสินค้าเป็นปกติ

ทั้งนี้ บริษัท อยากให้เรื่องดังกล่าวยุติเหตุทะเลากัน  เนื่องจาก ผู้ที่เสียประโยชน์คือไทย เพราะทางกัมพูชาสามารถนำเข้าสินค้าจากที่อื่นได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้น ส่วนระยะยาวไม่น่าจะกระทบ ซึ่งในกัมพูชานั้นที่ผ่านมาบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาที่จะเข้าไปก่อตั้งโรงงานผลิตปูนด้วย  โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตประมาณ 1 ล้านตัน แต่ก็ต้องดูว่าจะได้แหล่งหินที่ไหน หากได้แหล่งหินดีและมีโรงไฟฟ้าดีก็จะลงทุนแค่โรงงานซึ่งน่าจะอยู่ที่  3,000-4,000 ล้านบาท แต่หากต้องลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าด้วยก็จะต้องลงทุนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนในประเทศนั้น มีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตปูนสำเร็จรูปมอร์ตาร์ และสายการผลิตผลิตภัณฑ์ทดแทนไม้คอนวูด และที่เกี่ยวข้องอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท

ด้านนายฟิลิป อาร์โต้ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง  เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี  2553 บริษัทมีรายได้รวม 5,338 ล้านบาท  สูงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.6% เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงปลายปีที่ผ่านมาราคาปูนในประเทศลดลงทำให้อัตราการทำกำไรสุทธิลดลง 15.7%   ทำให้ไตรมาสนี้มีกำไรสุทธิ 571 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานทั้งปีของปี 2553 นั้น  บริษัทมีรายได้รวม 20,982  ล้านบาท เพิ่มขึ้น  5.1% จากปี 2552 เนื่องจากมีการลงทุนการก่อสร้างของภาครัฐภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของภาคเอกชน ทำให้ความต้องการปูนโดยรวมของประเทศเมื่อปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 9%   แต่อย่างไรก็ตามจากการที่ราคาปูนปรับลดลงในช่วงปีที่แล้ว ทำให้กำไรสุทธิลดลง 17.5 โดยมีกำไรสุทธิที่ 2,701 ล้านบาท จากที่ปีก่อนหน้ากำไรอยู่ที่ 2,946 ล้านบาท