ชาวไร่ลุ้นอากาศเย็นดันผลผลิตน้ำตาลเพิ่ม

วันที่ 14 ม.ค. 2554 เวลา 16:09 น.
ชาวไร่ห่วงผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อยน้อย ทำรายได้เข้าระบบหายไป 5,250 ล้านบาท เหตุค่าความหวานลดลง ลุ้น2-3 เดือนจากนี้ ฝนน้อย อากาศเย็นขึ้น จะช่วยให้ค่าความหวานเพิ่ม

นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย  และเลขานุการสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 เปิดเผยว่า สถานการณ์อุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาล ตั้งแต่เริ่มหีบอ้อยวันแรกเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2553 จนถึงปัจจุบันผลผลิตอ้อยเข้าหีบในโรงงานแล้ว 21-22 ล้านตัน ได้ผลผลิตน้ำตาลประมาณ 19 ล้านกระสอบ(กระสอบ 100 กิโลกรัม)  โดยมีอัตราผลผลิตน้ำตาลทรายต่อตันอ้อย (ยิว) เฉลี่ย 90.31 กิโลกรัม/ตันอ้อย ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 105 กิโลกรัม/ตันอ้อย ซึ่งอาจทำให้รายได้จากการจำหน่ายน้ำตาลหายไปจากระบบประมาณ 5,250 ล้านบาท  และจะมีต่อการคำนวณราคาอ้อยขั้นสุดท้ายที่อาจจะลดลง

ทั้งนี้ สาเหตุยิวน้ำตาลต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากช่วงต้นฤดูการเปิดหีบฝนตกมาก อ้อยดูดซับน้ำเยอะทำให้ค่าความหวานลดลง จากที่ประมาณการณ์ไว้ 11.56 ซี.ซี.เอส เหลืออยู่เฉลี่ยที่ 10.84 ซี.ซี.เอส โดยการที่ยิวต่ำที่กว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้หายไปจากที่คาดการณ์ไว้เฉลี่ย 5 กิโลกรัม/ตัน

อย่างไรก็ตาม ผลผลิตยังเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงการเปิดหีบ 2 เดือนแรก หลังจากนี้เมื่อฝนตกน้อยลง อากาศเย็น อ้อยสร้างความหวานได้ดีขึ้นก็น่าจะทำให้ ยิวน้ำตาลต่อตันอ้อยเพิ่มขึ้นเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จึงไม่น่าจะมีผลกระทบมาก ประกอบกับผลผลิตอ้อยในปีนี้น่าจะสูงถึง 70 ล้านตัน เนื่องจากพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มจาก 6.2 ล้านไร่ เป็น 7 ล้านไร่

“สถานการณ์ขณะนี้ยังบอกชัดเจนไม่ได้ว่ายิวน้ำตาลจะลดลงเหลือเท่าใด จะส่งผลต่อรายได้เข้าระบบหรือไม่ ต้องรอลุ้นอีก 2-3 สัปดาห์ในช่วงเดือนม.ค.–ก.พ. ว่า จากภาวะฝนตกน้อยลงจะมีผลทำให้ค่าความหวานดีขึ้นหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ช่วงปลายของการหีบอ้อยค่าความหวานน่าจะเพิ่มขึ้น และเมื่อมาคำนวณกับปริมาณผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้น  จึงยิ่งไม่ทำให้รายได้เข้าระบบลดลงมาก”นายกำธร กล่าว

นายกำธร กล่าวว่า การปรับโครงการสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ให้เป็นลักษณะกึ่งลอยตัว ในส่วนชาวไร่เห็นด้วย เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาการลักลอบน้ำตาลออกจำหน่ายในต่างประเทศ  ไม่ทำให้น้ำตาลขาดแคลนเหมือนปีที่ผ่านมา  และให้เป็นไปตามกลไกของตลาด ไม่เป็นการฝืนธรรมชาติ ที่มีการกำหนดราคาอยู่ขณะนี้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะเห็นชอบกับที่คณะทำงานศึกษาการปรับโครงสร้างระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเสนอหรือไม่

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำตาลในปัจจุบันได้มีการปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยน้ำตาลทรายดิบปัจจุบันอยู่ที่ 30 เซนต์/ปอนด์ และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ที่ 800 เหรียญสหรัฐ/ตัน สาเหตุหลักจากปริมาณผลผลิตในตลาดลดลง จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในบราซิล และออสเตรเลียซึ่งประเทศส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก