คิมเบอร์ลี่ย์ฯลุยสินค้ารักษ์โลก
โพสต์ทูเดย์
— คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค ทุ่ม 40 ล้าน ลงทุนด้านวงจรผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม รับกระแสรักษ์โลกนางจิราภรณ์ ชัยสมบัติ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป แผนกสินค้าเพื่อธุรกิจสถาบัน บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค ประเทศไทย ผู้ทำตลาดสบู่เหลว กระดาษชำระ ฯลฯ แบรนด์ คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค เปิดเผยว่า ในปี 2553 บริษัทจะใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อใช้ในกระบวนการผลิต และขนส่งสินค้า ภายใต้โครงการ
“วงจรผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาทรัพยากรอย่างยั่งยืน” ในผลิตภัณฑ์ของคิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค เพื่อผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมออกสู่ตลาดต่อเนื่องทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่เป็นองค์กร อาทิ โรงแรม ศูนย์การค้า โรงงาน เป็นต้น ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัดอย่างหนัก เพื่อให้ตื่นตัวมาใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลังจาก 2 ปีก่อน บริษัทได้รับการรับรอง
“ฉลากเขียว” ในกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษอนามัยสำหรับกลุ่มธุรกิจ จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าองค์กรทั้งนี้ จากภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้องค์กรขนาดใหญ่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงคาดว่าบริษัทจะมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรกว่า 100 องค์กร อาทิ เอสซีจี ปตท. เป็นต้น และมีผู้ประกอบการในต่างจังหวัดอีกกว่า 500 ราย
“
แม้ว่าสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป ยอมรับว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมายที่ เป็นองค์กรขนาดเล็ก แต่องค์กรระดับ กลางและใหญ่ พบว่ามีนโยบายในการรักษาสิ่งแวดล้อมและใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจัยด้านราคาจึงไม่มีผลต่อการตัดสินใจมากนัก” นางจิราภรณ์ กล่าวสำหรับภาพรวมธุรกิจในปีนี้ถือว่าดีกว่าปีก่อน แม้ว่าภาพรวมกลุ่มลูกค้าโรงแรมอาจได้รับผลกระทบบ้าง ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายกลุ่มลูกค้าองค์กร 40% และลูกค้าทั่วไป 60% อย่างไรก็ตาม จากนโยบายบริษัททั่วโลกที่มุ่งผลิตสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้แต่ละปีจะมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็คาดว่าจะมีสินค้าเป็นมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อมทำตลาดเพิ่มเติม จากปัจจุบันในไทยมีสินค้ากว่า 100 รายการ และได้รับฉลากเขียวกว่า 10 รายการ
นางจิราภรณ์ กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีและปรับปรุงขั้นตอนการผลิตสินค้าเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการปล่อยของเสียจากกระบวนการผลิตมาโดยตลอด อาทิ ลดการใช้น้ำต่อการผลิตกระดาษ 1 ตัน มากกว่า 60% หรือกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิก 400 สระ และสามารถลดการใช้พลังงานกว่า 20% หรือเท่ากับหลอดฟลูออ เรสเซนต์ 750 ล้านหลอด เป็นต้น ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ด้วย


