posttoday

3 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ไทย-จีน ลุยธุรกิจรื้อถอนแท่นปิโตรเีลียมรายแรก

11 เมษายน 2565

NYT-อู่ กรุงเทพฯ จับมือ ซิโนเปค เอ็มโอยู กิจการร่วมค้า เดินหน้าธุรกิจรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมแบบ One-Stop Service เล็งงานสัมปทานทยอยหมดอายุในอ่าวไทยช่วง 20 ปีข้างหน้า

มร.หยาง เฉิง รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น  เปิดเผยหลังร่วมลงนาม MOU จัดตั้งกิจการร่วมค้าในประเทศไทยระหว่าง บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ว่าการลงนามครั้งนี้เพื่อร่วมกันดำเนินธุรกิจรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมมาตรฐานสากลในอ่าวไทยแบบครบวงจร (One-Stop Service) รายแรกในประเทศไทย รองรับความต้องการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมที่จะทยอยหมดอายุสัมปทานตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องไปอีก 20 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้เพื่อให้บริการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมแบบครบวงจร โดยนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย บูรณาการความร่วมมือเพื่อให้บริการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในกิจการปิโตรเลียมตลอดทั้งกระบวนการ ในรูปแบบของ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การปิดหลุมผลิต การเคลื่อนย้ายโครงสร้างของสิ่งติดตั้งปิโตรเลียมจากอ่าวไทยมายังฝั่งและทำการแยกชิ้นส่วน และการกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามธุรกิจการให้บริการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยมีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต จากความร่วมมือกับ 2 พันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทยในครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจดังกล่าวให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทางบริษัทฯจะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกของ Sinopec Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีจุดแข็งในการติดตั้งและรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมในทะเลที่ได้มาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ และความพร้อมในด้านเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่ทันสมัย นำมาพัฒนาและยกระดับการให้บริการธุรกิจนี้ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ด้านนายเทพรักษ์ เหลืองสุวรรณ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT เปิดเผยว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจที่ดี และจะสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต สอดรับกับพันธกิจของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีมาตรฐานระดับโลก รวมถึงการขยายบริการให้ครอบคลุมการดำเนินงานในธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามจากศักยภาพทางธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจท่าเทียบเรือเพื่อการส่งออกและนำเข้ารถยนต์แบบครบวงจร (ท่าเทียบเรือ A5 และ C0) ทั้งการให้บริการท่าเทียบเรือและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงเป็นผู้ให้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้าและคลังสินค้าบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จะมีส่วนสนับสนุนสำคัญต่อธุรกิจรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมในครั้งนี้ และจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) กับอีก 2 หน่วยงานพันธมิตรในด้านปิโตรเคมีในประเทศไทย

“ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีบริษัทใดที่สามารถให้บริการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมได้แบบครบวงจรตลอดทั้งกระบวนการ ความร่วมมือของ 3 พันธมิตรในครั้งนี้จึงเป็นก้าวใหม่ครั้งสำคัญ ด้วยจุดแข็งการเป็นผู้ให้บริการด้านการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมแบบครบวงจร ทั้งจากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานในระดับสากล จะสามารถรองรับงานรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ที่จะเริ่มทยอยหมดอายุสัมปทานนับตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 20 ปีข้างหน้า” นายเทพรักษ์ กล่าว

สำหรับบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด สังกัดกระทรวงกลาโหม ดำเนินธุรกิจสร้างและซ่อมเรือรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ และกิจการพาณิชย์นาวี เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับผิดชอบการสร้างและซ่อมเรือทางการทหาร  

ขณะที่บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT บริษัทผู้ให้บริการขนส่งโลจิสติกส์แบบครบวงจร ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย มีสัมปทานท่าเรือหลายแห่ง เช่น ท่าเทียบเรือ A5 และ C0 ท่าเรือแหลมฉบัง มีท่าเทียบเรือเพื่อการนำเข้าและส่งออก (Ro/Ro) แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นท่าเทียบเรือเพื่อการนำเข้าและส่งออกรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย และบริษัท Sinopec International Petroleum Service Corporation บริษัทลูกในเครือ SINOPEC GROUP ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งมี SINOPEC GROUP เป็นผู้ถือหุ้น 100%

ข่าวล่าสุด

DITP ปั้น "ของดี" สู่แบรนด์โลก ผ่านแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL