ปตท.ร่วมรับตรวจ ATK เป็นบวกถึงบ้าน นำร่อง 5 จังหวัด

วันที่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 11:30 น.
ปตท.ร่วมรับตรวจ ATK เป็นบวกถึงบ้าน นำร่อง 5 จังหวัด
กลุ่มปตท.ตั้ง“End-To-End Mobile@1745” รุดรับผู้ตรวจ ATK เป็นบวกถึงบ้าน พื้นที่กทม.และปริมณฑล พร้อมส่งต่อโรงพยาบาล หวังฟื้นความมั่นใจต่างชาติรองรับการเปิดประเทศ

นายอรรถพล  ฤกษ์พิบูลย์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ   ในขณะนี้จะเริ่มคลี่คลาย  แต่เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเตรียมพร้อมเปิดประเทศ  กลุ่ม ปตท. จึงร่วมกับพันธมิตรทางการแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท จัดตั้งจิตอาสา “End-To-End Mobile@1745”ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน ขึ้น โดยระดมพนักงานจิตอาสากลุ่ม ปตท. ให้บริการรับสายเรียกเข้าจากผู้ที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง ด้วยชุดตรวจคัดกรองแบบเร่งด่วน (Antigen Test Kit : ATK) ที่พบผลตรวจเป็นบวก  เพื่อให้คำแนะนำทันที และส่งรถพยาบาล รุดให้ความช่วยเหลือถึงบ้าน

ทั้งนี้นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม  เพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างต่อเนื่อง ครบวงจร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

อย่างไรก็ตามโครงการลมหายใจเดียวกันที่ กลุ่ม ปตท. ร่วมกับโรงพยาบาลปิยะเวทจัดตั้งขึ้นนี้ มี Hospitel รองรับกว่า 1,000 เตียง  โรงพยาบาลสนามสีเหลือง 300 เตียง  และ ICU สนาม 120 เตียง อีกทั้งสามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภาวะโรคไตและต้องฟอกไตด้วย  ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1745 และ Line Official Account :   ลมหายใจเดียวกันATK  โดยสามารถค้นหาด้วยการพิมพ์ @ptt.covid-atk ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับหน่วยตรวจคัดกรองโควิด-19 โครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท. ที่เปิดให้บริการที่อาคาร EnTer ถนนวิภาวดีรังสิต หลักสี่ กรุงเทพฯ  ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม เป็นต้นมา ได้ตรวจคัดกรองแก่ประชาชนไปแล้วกว่า 48,000 คน  เมื่อพบผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจากการตรวจ ATK จะทำการตรวจยืนยันด้วย RT-PCR และนำเข้าสู่กระบวนการรักษาตามระดับอาการ โดยได้ให้การรักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่า 3,400 คน  รักษาหายแล้วประมาณ 3,200 คน

นอกจากนี้ ในเดือนตุลาคมนี้ ได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการตรวจคัดกรองที่ EnTer และยังไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดใดมาก่อนด้วย นับเป็นการดูแลประชาชนอย่างครบวงจร   ซึ่งทางโครงการฯกำหนดเป้าหมายดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ไปจนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะคลี่คลาย เพื่อสร้างความอุ่นใจ ความปลอดภัยด้านสาธารณสุขให้แก่ประชาชน แบ่งเบาภาระภาครัฐ และสร้างความมั่นใจให้แก่ชาวต่างชาติ พร้อมรับการเปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายนศกนี้เป็นต้นไป