กนอ.ซื้อน้ำดิบเพิ่มป้อนนิคมฯ ลดเสี่ยงน้ำแล้งในอีอีซี

วันที่ 01 ก.ย. 2564 เวลา 15:15 น.
กนอ.ซื้อน้ำดิบเพิ่มป้อนนิคมฯ ลดเสี่ยงน้ำแล้งในอีอีซี
กนอ.ป้องกันภัยแล้งลามพื้นที่อีอีซี ลงนามซื้อน้ำดิบเพิ่ม วันละ 2.15 แสนลบ.ม. รองรับแหลมฉบัง-มาบตาพุด สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนแก้ปัญหาภัยแล้งพื้นที่อีอีซีอย่างยั่งยืน

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยหลังลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำดิบระหว่าง กนอ.และบริษัท วาย. เอส. เอส.พี.แอกกริเกต จำกัด ในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการด้านน้ำในพื้นที่ภาคอุตสาหกรรม และรองรับการขยายตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้กับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการน้ำในเขตพื้นที่อีอีซีนั้นพบว่า ต้นทุนน้ำรวมของน้ำปัจจุบันมีปริมาณเท่ากับ 1,537.59 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) แต่มีปริมาณความต้องการน้ำรวมทั้งหมดสูงถึง 2,190.98 ล้านลบ.ม. โดยเป็นความต้องการภาคอุตสาหกรรมเท่ากับ 625.31 ล้านลบ.ม

นอกจากนี้ จากการพยากรณ์ความต้องการน้ำในอนาคตระยะ5 ปี เท่ากับ 2,481.31 ล้านลบ.ม. ระยะ 10 ปี เท่ากับ 2,615.63 ล้านลบ.ม.  และระยะ 20 ปี เท่ากับ  2,722.79 ล้านลบ.ม. แสดงถึงความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคในอนาคต

ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณารายจังหวัดจะเห็นว่า จังหวัดชลบุรี ปริมาณความต้องการน้ำภาคอุตสาหกรรมมีจำนวน 247.02 ล้านลบ.ม. ส่วนปริมาณน้ำต้นทุนของจังหวัดมีเพียง 291.63 ล้านลบ.ม. และจังหวัดระยอง ปริมาณความต้องการน้ำภาคอุตสาหกรรมมีจำนวน 307.3 ล้านลบ.ม.โดยที่ปริมาณน้ำต้นทุนของจังหวัดมีเพียง 757.77 ล้านลบ.ม.

อย่างไรก็ตามจากกรณีดังกล่าว กนอ.จึงจำเป็นต้องหาแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อให้กระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม

ปัจจุบันนิคมฯ ทั้ง 2 แห่ง มีผู้ประกอบการโรงงานเปิดดำเนินการแล้วกว่า 300 โรงงาน แบ่งเป็นนิคมฯ แหลมฉบัง 221 โรง และนิคมฯ มาบตาพุด 82 โรง ซึ่งในปี 2564 ปริมาณการใช้น้ำสำหรับนิคมฯ แหลมฉบัง มีปริมาณการใช้น้ำประมาณ 740,000 ลบ.ม.ต่อเดือน (เฉลี่ยอยู่ที่ 24,500 ลบ.ม./วัน)

ส่วนนิคมฯ มาบตาพุด มีปริมาณการใช้น้ำประมาณ 6,400,000 ลบ.ม.ต่อเดือน (อยู่ที่ 213,500 ลบ.ม.ต่อวัน) ซึ่งจากปริมาณการใช้น้ำที่มีปริมาณค่อนข้างสูงจึงจำเป็นต้องสรรหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการในนิคมฯ

ขณะเดียวกันยังเป็นการป้องกันการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งที่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งของการลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำดิบในวันนี้ (1 ก.ย.64) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการในการบริหารจัดการด้านน้ำของ กนอ. เพื่อให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สะดุด ขณะเดียวกันยังรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซีได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังในปัจจุบัน มาจากบริษัท EAST Water จำกัด(มหาชน) โดยจ่ายน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 80% และจากอ่างหนองค้อหรืออ่างบางพระ 20% ขณะที่แหล่งน้ำดิบของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มาจากอ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ โดยการจ่ายน้ำของบริษัท EAST Water เช่นกัน ซึ่งการสรรหาแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติมในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความมั่นคงในการบริหารจัดการในการจ่ายน้ำประปาให้แก่ผู้ประกอบการและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออก

สำหรับบริษัท วาย. เอส. เอส.พี.แอกกริเกต จำกัด มีแหล่งน้ำที่มีคุณภาพและมีความสามารถจ่ายน้ำให้กับนิคมอุตสาหกรรมของ กนอ. ได้ในราคาที่เหมาะสม โดยบริษัทฯ จะดำเนินการจัดหาและจ่ายน้ำดิบให้กับ กนอ. เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำสำหรับนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ในปริมาณไม่น้อยกว่า 15,000 ลบ.ม.ต่อวัน และนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ในปริมาณไม่น้อยกว่า 200,000  ลบ.ม.เมตรต่อวัน