'แม็คกรุ๊ป' ฝ่าตลาดสินค้าแฟชันยุคโควิดทรุดเศรษฐกิจ กวาดรายได้กว่า3พันล. ผ่านกลยุทธ์ลดต้นทุน-โหมแคมเปญฯ 

วันที่ 26 ส.ค. 2564 เวลา 13:07 น.
'แม็คกรุ๊ป' ฝ่าตลาดสินค้าแฟชันยุคโควิดทรุดเศรษฐกิจ กวาดรายได้กว่า3พันล. ผ่านกลยุทธ์ลดต้นทุน-โหมแคมเปญฯ 
‘แม็คกรุ๊ป’ ปิดงบบัญชีปี64 กวาดรายได้การขาย 3,220 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิโตเกือบ10% แตะ 446 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ พร้อมบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายเข้มต่อเนื่อง

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เปิดเผยว่าภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปีบัญชี 2564 (ก.ค.63-มิ.ย.64) ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 1.2% แตะ 3,220 ล้านบาท ตามการเติบโตของยอดขายช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) ที่ทำได้กว่า 389 ล้านบาท และร้านค้าปลีกตัวเอง (Freestanding Shop) 1,874 ล้านบาทเป็นสำคัญ ผลจากการเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเชิงรุก จัดแคมเปญและโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ช่องทางห้างสรรพสินค้า (Department Store) และซูเปอร์สโตร์ (Superstore) ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่การระบาดควบคุมสูงสุดที่ต้องทยอยปิดสาขาเป็นการชั่วคราวตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับสูง จากการเดินเกมกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย, สัดส่วนการขายสินค้า รวมไปถึงการบริหารช่องทางจัดจำหน่ายได้สอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาอย่างลงตัว ภายใต้การบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐที่มีนโยบายและความเข้มข้นแตกต่างกัน 

ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) ยังคงอยู่ระดับสูง 59.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 57.8% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) เพิ่มขึ้นจาก 12.7% ในช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 13.7% จากประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี โดยสามารถรักษาอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ไว้ได้ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อนที่ราว 43%  

ขณะเดียวกันในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ล่าสุดวันที่ 25 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายปี 2564 เป็นเงินสดอีก 20 สตางค์ต่อหุ้น รวมจ่ายปันผลทั้งปีจำนวน 55 สตางค์ต่อหุ้น หรือคิดเป็นราว 98% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำของนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD (ไม่ได้รับสิทธิปันผล) วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564

ทั้งนี้ ฐานะการเงินของบริษัทล่าสุด ณ วันที่ 30 มิถนายน 2564 ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นทั้งหมดจำนวน 1,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ผลจากการลดลงของสินค้าคงคลัง (Inventory) อย่างต่อเนื่องกว่า 11% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือ 1,250 ล้านบาท