พาณิชย์ ชี้ 5 เดือนแรกต่างชาติขนเงินลงทุนไทย 8.3 พันล้าน

วันที่ 14 มิ.ย. 2564 เวลา 13:30 น.
พาณิชย์ ชี้  5 เดือนแรกต่างชาติขนเงินลงทุนไทย 8.3 พันล้าน
ต่างชาติสนลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายไทย 5 เดือนแรก กว่า 8.3 พันล้านบาท กลุ่มธุรกิจบริการโครงสร้างพื้นฐาน-ค้าส่งเครื่องมือแพทย์-ประกันภัย

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า  ภาพรวม 5 เดือนแรก(ม.ค.-พ.ค) มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจในไทย รวม 95 ราย เงินลงทุนจำนวนทั้งสิ้น 8,311 ล้านบาท  

ทั้งนี้ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ  ได้แก่ ธุรกิจบริการเป็นที่ปรึกษาเพื่อบริหารโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน  ธุรกิจบริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งระบบชำระค่าธรรมเนียมผ่านทาง และระบบควบคุมการจัดการจราจร ภายใต้โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง   ธุรกิจค้าส่ง และให้คำปรึกษาแนะนำการใช้งาน การบำรุงรักษา และซ่อมแซมเครื่องมือแพทย์  ธุรกิจบริการออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านประกันภัย เป็นต้น

สำหรับการประชุมของคณะกรรมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ล่าสุด ได้อนุญาตให้คนต่างชาติ 20 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และสิงคโปร์ มีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 351 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 743 คน รวมถึง มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน

การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจครั้งนี้ จะส่งผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบ การติดตั้ง การบริหารจัดการ และการบำรุงรักษาระบบควบคุมการจัดการจราจร องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการบริหารจัดการระบบรางรถไฟฟ้าความเร็วสูงให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลวิศวกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) สำหรับช่วยทำงานแบบอัตโนมัติ เป็นต้น

ด้านธุรกิจที่คนต่างชาติได้รับอนุญาต ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 8 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น เงินลงทุนจำนวนทั้งสิ้น 121 ล้านบาท อาทิ  บริการให้ใช้ช่วงสิทธิโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับการวิเคราะห์และประเมินสภาพเพื่อทำการซ่อมแซมบำรุงรักษารถจักรยานยนต์แก่ตัวแทนจำหน่าย (dealer) ในประเทศไทย  บริการขายต่อบริการโทรคมนาคมเพื่อภายในประเทศ ประเภทบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน ระดับ Medium ตามที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ กสทช.

2. ธุรกิจนายหน้า/ค้าปลีกสินค้าสำหรับใช้ในอุตสาหกรรม/ค้าส่งสินค้า จำนวน 5 ราย เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น และจีน เงินลงทุนจำนวนทั้งสิ้น 66 ล้านบาท อาทิ การทำกิจการนายหน้าประกันวินาศภัยประเภทการจัดให้มีการประกันภัยโดยตรง ตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) การค้าส่งสินค้าประเภทเครื่องสวมฉลาก (Sleeve labeling machine) ซึ่งออกแบบและพัฒนา หรือผลิตโดยบริษัทในเครือในต่างประเทศ รวมทั้ง การให้เช่า และบำรุงรักษาซ่อมแซมเครื่องดังกล่าว เป็นต้น

3. ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ จำนวน 4 ราย เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฝรั่งเศส เงินลงทุนจำนวนทั้งสิ้น 78 ล้านบาท อาทิ  บริการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทในเครือในต่างประเทศตามที่ระบุชื่อ บริการพัฒนา Application & Software รวมถึง การให้ใช้สิทธิการใช้งาน Application สำหรับการบริการให้เช่า ให้เช่าซื้อ และขายรถยนต์ และ Software เป็นต้น

4. ธุรกิจบริการโดยเป็นคู่สัญญากับเอกชน จำนวน 3 ราย เป็นนักลงทุนจากไต้หวัน และเยอรมนี เงินลงทุนจำนวนทั้งสิ้น 86 ล้านบาท ได้แก่  บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งระบบชำระค่าธรรมเนียมผ่านทาง และระบบควบคุมการจัดการจราจร ภายใต้โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง  บริการทางวิศวกรรมในการเป็นที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบและให้คำปรึกษาแนะนำ ภายใต้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา)

อย่างไรก็ตามเดือนพฤษภาคม ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป รองลงมาเป็นธุรกิจนายหน้า/ค้าปลีกสินค้าสำหรับใช้ในอุตสาหกรรม/ค้าส่งสินค้า ธุรกิจการให้บริการแก่บริษัทในเครือในกลุ่ม และธุรกิจบริการโดยเป็นคู่สัญญากับเอกชน ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นการประกอบธุรกิจเพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักที่ทำอยู่แล้ว จำนวน 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 55 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดของเดือนนี้